guideubon

ศาลปกครองสูงสุด กลับคำสั่งศาลปกครองอุบล กรณีย้ายผู้บริหารโรงเรียนสังกัด สพฐ.

ศาลปกครองสูงสุด-ศาลปกครองอุบล-01.jpg

วันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๑ ศาลปกครองอุบลราชธานี ได้อ่านคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ คบ. ๕๑/๒๕๖๑ ซึ่งเป็นคดีที่ผู้ถูกฟ้องคดีและผู้มีส่วนได้เสีย ได้อุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองอุบลราชธานี ในคดีหมายเลขดำที่ บ. ๗๕/๒๕๖๐ ระหว่าง นายเฉลิมเกียรติ แก้วกนก ผู้ฟ้องคดี กับคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ถูกฟ้องคดี

โดยศาลปกครองอุบลราชธานีได้มีคำสั่ง ลงวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๐ ให้ทุเลาการบังคับตามข้อ ๑๐ และข้อ ๑๑ ของหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ส่งพร้อมหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ด่วนที่สุด ที่ ศธ ๐๒๐๖.๔/ว ๒๔ ลงวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๐) ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา

ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า การที่ผู้ถูกฟ้องคดี ได้ออกหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ส่งพร้อมหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ด่วนที่สุด ที่ ศธ ๐๒๐๖.๔/ว ๒๔ ลงวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๐) แก้ไขรายละเอียดหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษาในข้อ ๑๐ และข้อ ๑๑ เดิมที่กำหนดให้การย้ายผู้บริหารสถานศึกษา ให้ดำเนินการโดยพิจารณาย้ายผู้บริหารสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา หรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา แล้วแต่กรณี ด้วยกันทั้งภายในและต่างเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งมีขนาดสถานศึกษาเดียวกันและขนาดใกล้เคียงกันพร้อมกันก่อน และหากยังมีตำแหน่งว่างเหลืออยู่ ให้พิจารณาผู้บริหารสถานศึกษาที่ประสงค์ขอย้ายไปสถานศึกษาที่ต่างประเภท หรือขอย้ายข้ามขนาดสถานศึกษาที่เกินกว่า ๑ ขนาด ที่ตนเองดำรงตำแหน่งอยู่ แก้ไขใหม่เป็น ให้พิจารณาย้ายไปตามลำดับ โดยข้อ ๑๐ และข้อ ๑๑ ของหลักเกณฑ์ที่แก้ไขใหม่ กำหนดให้พิจารณาย้ายผู้บริหารสถานศึกษาในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหรือสำนักเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาแล้วแต่กรณีด้วยกัน ภายในจังหวัดเดียวกัน ซึ่งมีขนาดสถานศึกษาเดียวกันพร้อมกันก่อน และหากยังมีตำแหน่งว่างเหลืออยู่ ให้พิจารณาย้ายผู้บริหารสถานศึกษาตามลำดับ คือ ให้พิจารณาย้ายผู้บริหารสถานศึกษาที่ขอย้ายไปสถานศึกษาที่ต่างประเภทหรือขอย้ายข้ามขนาดสถานศึกษาที่เกินกว่า ๑ ขนาด ภายในจังหวัดเดียวกันพร้อมกันก่อน จากนั้นจึงพิจารณาผู้บริหารสถานศึกษาที่ขอย้ายไปสถานศึกษาที่ต่างประเภทหรือขอย้ายข้ามขนาดสถานศึกษาที่เกินกว่า ๑ ขนาดจากจังหวัดอื่น นั้น

แม้จะมีการกำหนดหลักเกณฑ์การย้าย โดยอาศัยจังหวัดและขนาดสถานศึกษาเดียวกัน เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาก่อนก็ตาม แต่หลักเกณฑ์พิจารณาคุณสมบัติในข้ออื่นๆ ก็ยังคงเป็นไปตามหลักเกณฑ์เดิม คือ กำหนดให้มีการประเมินศักยภาพของผู้ขอย้าย ซึ่งประกอบด้วย วิสัยทัศน์ความเป็นผู้นำ ความรู้ความสามารถในการพัฒนาสถานศึกษา ผลการปฏิบัติงาน ประสบการณ์ คุณวุฒิ การรักษาวินัยและจรรยาบรรณ ความอาวุโสตามหลักราชการ และระยะเวลาการดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติงานในหน่วยงานการศึกษาปัจจุบัน และการพิจารณาย้ายก็ยังคงต้องคำนึงถึงประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ โดยมิได้มุ่งประสงค์ที่จะให้ยึดเอาแต่เฉพาะเขตจังหวัดหรือขนาดของสถานศึกษาเป็นหลักในการพิจารณาแต่เพียงอย่างเดียว

ประกอบกับมีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๐/๒๕๕๙ ลงวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๙ เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค กำหนดให้มีการยุบเลิกคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา และยุบเลิก อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา โดยให้มีคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ทำหน้าที่แทน บริบทการบริหารงานบุคคลจึงเปลี่ยนแปลงไป ผู้ถูกฟ้องคดีย่อมมีอำนาจที่จะทำการปรับปรุงหลักเกณฑ์การบริหารงานบุคคลเพื่อให้สอดคล้องกับหลักการและนโยบายปฏิรูปการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงไปได้

และเมื่อไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า การที่ผู้ถูกฟ้องคดี แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษาดังกล่าว มีจุดประสงค์เพื่อเป็นการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดโดยเฉพาะ หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ส่งพร้อมหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ด่วนที่สุด ที่ ศธ ๐๒๐๖.๔/ว ๒๔ ลงวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๐) ข้อ ๑๐ และข้อ ๑๑ จึงไม่น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย

และเมื่อยังไม่อาจถือได้ว่า หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษาที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีนี้ น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว กรณีจึงยังไม่เข้าเงื่อนไขตามมาตรา ๖๖ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ประกอบกับข้อ ๗๒ วรรคสาม แห่งระเบียบของ
ที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ ที่ศาลจะมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับตามหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษาดังกล่าวได้

ดังนั้น การที่ศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามข้อ ๑๐ และข้อ ๑๑ ของหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ส่งพร้อมหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ด่วนที่สุด ที่ ศธ ๐๒๐๖.๔ /ว ๒๔ ลงวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๐) ไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษานั้น ศาลปกครองสูงสุดไม่เห็นพ้องด้วย จึงมีคำสั่งกลับคำสั่งศาลปกครองชั้นต้น เป็นยกคำขอของผู้ฟ้องคดี 

(รายละเอียดตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ คบ. ๕๑/๒๕๖๑)

 

สำนักงานศาลปกครองอุบลราชธานี
๑๐ เมษายน ๒๕๖๑