guideubon

เผย 5 คำค้นหาสูงสุดในอุบลฯ ตลาดซื้อขายออนไลน์ Kaidee.com

kaidee-ขายดี-01.jpg

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 นายทิวา ยอร์ค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร/Head Coach ของ Kaidee.com แหล่งซื้อ-ขายของออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย  เดินทางมาที่จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมทีมงาน เพื่อพบปะสื่อมวลชนและผู้ประกอบการในพื้นที่

kaidee-ขายดี-08.jpg

นายทิวา ยอร์ค กล่าวว่า Kaidee มีผู้ใช้งานมากกว่า 35 ล้านคนที่เข้ามาใช้งานแพลตฟอร์มของเรา มีการเข้าใช้งานกว่า 361 ล้านครั้ง เฉลี่ยเดือนละประมาณ 30 ล้านครั้ง มีรายการประกาศใหม่กว่า 12 ล้านประกาศ และขายได้บน Kaidee กว่า 1.85 ล้านประกาศ รวมมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท โดยเฉลี่ยทุกวันมีของขายได้ที่ Kaidee วันละ 5,065 รายการ”

“นอกจากนั้น เรายังเห็นถึงการเติบโตจากการใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน โดย 50% ของการเข้าใช้งานทั้งหมดเป็นการใช้งานผ่านแอปฯ และเพียงแค่ปีที่ผ่านมา มีคนไทยดาวน์โหลดแอปฯ Kaidee เพิ่มขึ้นอีกกว่า 3.3 ล้านครั้ง รวมมีการดาวน์โหลดเพื่อใช้งานทั้งหมดกว่า 12 ล้านครั้ง” นายทิวา กล่าวต่อ

คำค้นหายอดนิยมจากผู้ใช้งาน Kaidee ใน 5 อันดับแรก ได้แก่ PCX, MSX, Coach, Adidas และ บ้านเช่า ตามลำดับ ส่วนหมวดยอดนิยมที่มีคนเข้ามาใช้งานมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่
1. RodKaidee
2. MocyKaidee
3. BaanKaidee
4. มือถือและแทบเล็ต
5. อะไหล่รถ ประดับยนต์

kaidee-ขายดี-02.jpg

สำหรับข้อมูลการประกาศในตลาดซื้อขายออนไลน์ Kaidee ที่จังหวัดอุบลราชธานี ตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2561 ปรากฎว่ามีคนอุบลฯ เข้ามาใช้บริการเป็นลำดับที่ 17 ของประเทศ สถิติผู้ใช้งาน 4.5 ล้านครั้ง เฉลี่ย 450,000 ต่อเดือน หมวดสินค้ายอดนิยม 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.RodKaidee 2.MocyKaidee 3.Auto Parts 4.BaanKaidee และ 5.Electronics โดยมีคำค้นหา 5 อันดับสูงสุด ได้แก่

1. เสื้อลิเวอร์พูล
2. iPad
3. PCX
4. MacBook
5. Kawasaki Z1000

kaidee-ขายดี-04.jpg

สินค้าในจังหวัดอุบลราชธานี ที่มีการซื้อขายสูงสุด มีมูลค่า 28 ล้านบาท และที่มีการประกาศขายมูลค่าสูงสุด 310 ล้านบาท โดยมีสินค้า 5 กลุ่มที่มีการซื้อขายกันในจังหวัดอุบลราชธานี ได้แก่ 1.BaanKaidee 2.RodKaidee 3.Electronics 4.MocyKaidee และ 5.Mobile & Tablet

kaidee-ขายดี-03.jpg

ด้านตลาด RodKaidee ที่ได้เปิดตัวไปเมื่อเดือนพฤษภาคม ปีที่ผ่านมานั้น มีผู้ใช้งานกว่า 60 ล้านครั้ง เฉลี่ย 5 ล้านครั้งต่อเดือน และมีรถที่ขายได้ที่นี่กว่า 132,752 คัน (เฉลี่ยเดือนละกว่า 11,000 คัน) รวมมูลค่ากว่า 38,500 ล้านบาท ส่วนตลาด MocyKaidee ที่เปิดตัวไปช่วงปลายปี 2560 นั้นก็ได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานไม่แพ้ตลาดรถยนต์ โดยในปีที่ผ่านมามีผู้ใช้งานกว่า 42 ล้านครั้ง เฉลี่ยเดือนละ 3.6 ล้านครั้ง และมีรถมอเตอร์ไซค์ขายได้ผ่านตลาด MocyKaidee กว่า 102,170 คัน (เฉลี่ยเดือนละกว่า 8,500 คัน) รวมมูลค่ากว่า 3,600 ล้านบาท 

kaidee-ขายดี-05.jpg

นายทิวา กล่าวเสริมว่า “และในปีที่ผ่านมา เราได้เปิดตัว RodKaidee และ MocyKaidee เพื่อรองรับการใช้งานที่เติบโตมากขึ้นใน 2 ตลาดนี้ โดยมีจุดเด่นคือการใช้งานที่ง่าย ครบครันด้วยฟีเจอร์ต่างๆ ควบคุมคุณภาพของตลาดมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ทั้งผู้ซื้อให้หาคันที่ถูกใจได้ง่าย และผู้ขายที่สามารถขายได้รวดเร็ว เพราะในแต่ละเดือนเรามีคนเข้ามาใช้บริการในทั้ง 2 แพลตฟอร์มรวมกันกว่า 102 ล้านครั้ง และขายได้กว่า 230,000 คัน รวมมูลค่ากว่า 42,000 ล้านบาท เท่ากับว่าเราสามารถทำหน้าที่ของเราในการนำผู้ซื้อมาเจอผู้ขายบนแพลตฟอร์มได้ดีและรวดเร็ว ซื้อง่ายขายคล่อง ส่งผลให้เรากลายเป็นตลาดซื้อ-ขายยานยนต์ที่ดีและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย”

ปี 2561 นี้ Kaidee รุกหน้าเสริมทัพเข้าสู่การเป็น “มาร์เก็ตเพลส” เพื่อคนไทยอย่างเต็มรูปแบบ โดยทุกคนทุกอาชีพสามารถเข้ามาซื้อ-ขายของออนไลน์บน Kaidee ได้โดยไม่จำเป็นว่าต้องเป็นพ่อค้า แม่ค้า เจ้าของกิจการ หรือนักธุรกิจ ดังนี้

1. การเป็นตลาดซื้อ-ขายออนไลน์สำหรับทุกคน (c2c Marketplace for Thais) โดยที่ Kaidee ยังจะเน้นย้ำในการเป็นพื้นที่กลางสำหรับคนไทยทุกคน หากมีของไม่ได้ใช้ก็สามารถนำมาลงขายได้ หรือว่าหากจะอยากลองเปิดตลาดออนไลน์สำหรับผู้ค้ารายย่อย ที่ Kaidee เรามีคนเดินตลาดมากกว่า 1 ล้านครั้งต่อวัน ผู้ขายไม่จำเป็นต้องไปทำการตลาดออนไลน์อื่นๆ ให้ยุ่งยาก เพราะที่ตลาดแห่งนี้มีคนเดินอยู่แล้ว รวมไปถึงอาจมีการเปิดบริการเสริมใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ผู้ขายในโลกออฟไลน์สู่ออนไลน์มากขึ้น

2. ตลาดยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดและดีที่สุดในไทย (Best & Largest Online Vehicle Marketplace) นอกจากเป็นตลาดรถที่แข็งแกร่งแล้ว RodKaidee ยังขยายตัวมากขึ้นเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของกลุ่มผู้ซื้อ-ขายรถเพื่อการพาณิชย์ (Commercial vehicle) โดยการเพิ่มฟีเจอร์การใช้งานที่ออกแบบขึ้นมาเพื่อผู้ใช้งานกลุ่มนี้โดยเฉพาะ และในส่วนของ MocyKaidee นั้นก็จะเห็นฟีเจอร์ใหม่ๆ เข้ามาอย่างครบครัน ในรุ่นต่างๆ ของการใช้งาน ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถหารถที่ต้องการได้ง่าย และผู้ขายสามารถขายรถได้เร็วมากยิ่งขึ้น

kaidee-ขายดี-07.jpg

3. FarmKaidee ตลาดซื้อ-ขายสำหรับภาคเกษตรกรรมออนไลน์ ที่จะถูกออกแบบให้ตอบโจทย์สำหรับเกษตรกรชาวไทยอย่างแท้จริง เพราะตลาดนี้เป็นตลาดที่ใหญ่และสำคัญของคนไทยแต่ความต้องการของเกษตรกรยังไม่ได้ถูกตอบสนองเท่าที่ควร

4. เปิดตลาดแนวดิ่งสำหรับคนไทย (Growing More Verticals) จุดแข็งอีกอย่างของ Kaidee คือการที่ผู้ใช้งานเข้ามาใช้งานจากหมวดหมู่หนึ่งสู่อีกหมวดหมู่ ทำให้เป็นตลาดที่มีความคึกคัก ผู้ซื้อ-ผู้ขายเชื่อมต่อกันได้เร็วขึ้น ในปีนี้ Kaidee จะเดินหน้าอย่างเต็มตัวใน 2 ตลาดที่สำคัญ นั่นคือ
• ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ที่จะมีบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้นในทุกๆ ประเภทของอสังหาฯ
• ตลาดอะไหล่รถ ประดับยนต์ ด้วยการใช้งานที่เพิ่มขึ้นจนกลายเป็นหมวดยอดนิยมอันดับ 5 ของแพลตฟอร์ม ประกอบกับการที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่ผลิตอะไหล่รถที่ใหญ่ที่สุดของอาเซียน ทำให้ตลาดนี้กลายเป็นอีก 1 ตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

5. ตลาดออนไลน์คุณภาพสำหรับคนไทย (Quality Marketplace) เรื่องคุณภาพของตลาดเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ Kaidee ให้ความสำคัญมาโดยตลอด ปีนี้ก็จะยังคงดูแลคุณภาพของตลาดให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ทั้งทีมงานที่คอยตรวจสอบดูแลให้มีคุณภาพ และการลงทุนมากขึ้นเพื่อใช้เทคโนโลยี Machine Learning ในการบริการลูกค้าให้ได้เร็วขึ้น ดีขึ้น และมีคุณภาพมากยิ่งขึ้นไปอีก

kaidee-ขายดี-06.jpg

“ปีนี้ Kaidee เติบโตอย่างแข็งแรง เราได้นำเทคโนโลยีที่ง่ายที่สุดส่งไปถึงมือของผู้ใช้ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของคนไทย ไม่ว่าใครก็สามารถซื้อ-ขายของออนไลน์ได้” นายทิวา กล่าวปิดท้าย