Deprecated: mysql_connect(): The mysql extension is deprecated and will be removed in the future: use mysqli or PDO instead in /home2/guideubo/public_html/news/admin/config.php on line 25
<>Und Document

-

          เจ้าบุญอุ้ม เป็นเจ้าผู้ครองแขวงจำปาสักองค์สุดท้าย ก่อนที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี ค.ศ.1975 (พ.ศ.2518) ทำให้วังของเจ้าบุญอุ้มอยุ่ในความดูแลของรัฐบาล ส่วนเจ้าบุญอุ้มลี้ภัยไปประทับอยู่ที่ฝรั่งเศส ในปี ค.ศ.1978 (พ.ศ.2521) โดยที่ ตัวเจ้าบุญอุ้ม ซึ่งเป็นเจ้าของวังนั้น ไม่เคยอยู่ในวังของตัวเองเลย เพราะอพยพไปอยู่ฝรั่งเศสเสียตั้งแต่ก่อนวังจะสร้างเสร็จ

          เจ้าบุญอุ้ม เป็นบุตรคนโตของเจ้าราชนัดดาหยุย เจ้าครองนครจำปาสัก เรียนจบมาจากสำนักการศึกษาในอินโดจีนของฝรั่งเศส ณ เมืองฮานอย ครั้งสงครามอินโดจีนเมื่อไทยกับฝรั่งเศสรบกันเมื่อปี พ.ศ.2484 เจ้าบุญอุ้มยังเป็นข้าราชการในรัฐบาลฝรั่งเศส ครั้งนั้น ไทยตีเข้ามายึดดินแดนที่เสียให้แก่ฝรั่งเศส ในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งรวมถึงเขตเมืองนครจำปาสัก ญี่ปุ่นซึ่งเริ่มแผ่อิทธิพลในอินโดจีนได้เข้ามาเป็นผู้ไกล่เกลี่ยสงบศึก ฝ่ายไทยได้ดินแดนฝั่งตะวันตก (ฝั่งขวา) ของแม่น้ำโขงกลับคืนมา และญี่ปุ่นเข้ามาครอบครองลาวส่วนที่เหลือทั้งหมด

          เจ้าบุญอุ้ม หนีออกจากเมืองตั้งแต่กองทัพไทยบุกเข้าเมือง ไปอยู่กับฝรั่งเศส และได้เป็นหัวหน้ารวบรวมประชาชนแถบลาวใต้ ขึ้นเป็นกองโจรต่อต้านญี่ปุ่น เมื่อสิ้นสงครามโลกครั้งที่สอง ไทยต้องคืนดินแดนที่ได้มาเมื่อปี พ.ศ.2484 ให้กับฝรั่งเศส แต่ลาวต้องกลับไปเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศสตามเดิม เจ้าบุญอุ้มได้รับการสมนาคุณจากฝรั่งเศสถึงขนาดให้เป็น ผู้ตรวจการใหญ่ มีอำนาจรองจากเจ้ามหาชีวิต ตั้งแต่นั้นมา เจ้าบุญอุ้มก็มีช่องทางหาเงินได้มากมาย โดยเฉพาะจากกิจการเหมืองแร่ และต่อมายังมีกิจการค้าอาวุธกับพวกคอมมิวนิสต์อีกด้วย

          เจ้าบุญอุ้ม เป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ประเทศลาว ในฐานะผู้ทรงอิทธิพลฝ่ายอนุรักษ์นิยมขวาจัด จากภาคใต้ที่อุดมสมบูรณ์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีลาวถึง 2 สมัย คือ พ.ศ.2491-2493 และ พ.ศ.2503-2505 ถึงช่วงปี พ.ศ.2513 การเมืองลาวแตกเป็นหลายก๊กหลายเหล่า เจ้าบุญอุ้มซึ่งขณะนั้นมีฐานที่มั่นอยู่ทางใต้ที่เมืองปากเซ พอลาวเกิดการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในปี พ.ศ.2518 ก็หนีไปอยู่ฝรั่งเศสและไม่กลับมาอีก ทิ้งวังที่กำลังก่อสร้างค้างไว้ ต่อมารัฐบาลลาว ให้บริษัทคนไทยจัดการต่อเติมจนเสร็จ และเปิดเป็นโรงแรมในภายหลัง

          วังแห่งนี้ สร้างขึ้นเป็นตึกก่ออิฐถือปูน และฉาบปูนขนาดใหญ่ หันหน้าไปทางแม่น้ำโขงด้านหลังติดกับแม่น้ำเซโตนที่ไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขงที่ปากน้ำเซ อันเป็นชื่อของเมืองปากเซ จากอาคารชั้นที่ 6 จะมองเห็นทิวทัศน์ของตัวเมืองปากเซจากมุมสูง โดยเฉพาะเวลาตอนเช้าและเวลาตอนเย็น จะสวยมาก

          จุดเด่นอีกอย่างคือ แต่ละชั้นจะมีหน้าต่างมากมาย จนได้รับชื่อว่า "ศาลาพันห้อง" เพราะถ้าให้คนหนึ่งคนปิดและเปิดหน้าต่างทั้งหมด จะใช้เวลา 1 วันพอดี

ปัจจุบัน วังของเจ้าบุญอุ้ม ได้ถูกดัดแปลงเป็นโรงแรมชั้นหนึ่งของเมืองปากเซ เรียกว่า "โรงแรมจำปาสักพาเลส"

-