<>Und Document

-

แบ-กบาล...ลูกหลานอุบลฯ เรื่อง พริกขี้หนู

สวนดอกมะลิ

               “พวงมาลัยไหมคะ? พวงมาลัยค่ะ” 

               “วันนี้วันพระ พวงมาลัยไหมครับ” 

               คุณคงคุ้นหูกับซุ่มเสียงเชื้อเชิญให้ซื้อพวงมาลัยตามสี่แยกไฟแดง พร้อมกับไม่ลืมที่จะนำเสนอกลยุทธ์ทางการตลาดในการจูงใจลูกค้าด้วยราคา 3 พวง 20 บาท มีให้เลือกทั้งแบบร้อยปลายด้วยดอกดาวเรือง บ้างก็ดอกกุหลาบ แต่ที่จะขาดไม่ได้สำหรับพวงมาลัยทุกพวงคือ “ดอกมะลิ”

               ไม่รู้ว่าคุณเข้าใจ(ผิด) เหมือนกับเราหรือเปล่าว่า ดอกมะลิที่เราๆ ท่านๆ เห็นกันอยู่ทุกวันนี้มาจากจังหวัดอื่น ซึ่งมันไม่ใช่...เพราะความจริงแล้วเป็นดอกมะลิฝีมือการปลูกของเกษตรกรชาวอุบลฯ ของเรานี่เอง ถ้าอย่างนั้นจะช้าอยู่ใย...เดินทางไปยังสวนมะลิที่ อ.เดชอุดมด้วยกันเลย...

               เราเดินทางมาถึงสวนดอกมะลิ ต.ท่าโพธิ์ศรี อ.เดชอุดม จ.อุบลฯ ช่วงสายๆ ซึ่งชาวบ้านกำลังขะมักเขม้นเก็บดอกมะลิกันเป็นการใหญ่ เหตุที่เลือกมาที่นี่เพราะได้รับการกล่าวขานว่าเป็นสวนมะลิที่ใหญ่และเป็นแหล่งส่งดอกมะลิรายใหญ่ในอุบลฯ นั่นไง...คุณนิคม พิมพ์หล่อ เจ้าของสวนมะลิ กำลังเดินออกมาต้อนรับพวกเราด้วยรอยยิ้มพร้อมกับบอกเล่าที่มาของการทำสวนมะลิให้ฟังว่า...

               “ผมทำสวนมะลิมาตั้งแต่ปี 2536 แล้วครับ มันเริ่มจากตอนที่ผมบวชเพื่อศึกษาธรรมะอยู่ที่กรุงเทพฯ แล้วมีโยมคนหนึ่งแนะนำให้ปลูก เขาบอกว่ารายได้มันดี เพราะอย่างวันปกติถ้าทำมาลัยขายก็จะได้วันละประมาณ 800-1,000 บาท แต่ถ้าเป็นวันพระก็จะขายได้ประมาณ 1,500 บาท

               ครั้งแรกเลยผมเริ่มปลูกประมาณ 1,000 ต้น ใช้พื้นที่ประมาณ1 ไร่ ปลูกแบบลองผิดลองถูก แต่ช่วงหลังนี่ก็เริ่มขยายพื้นที่ เริ่มเรียนรู้และปลูกอย่างถูกต้องขึ้น “

เราต้องปลูกมะลิอย่างไรจึงจะได้ผลดี

               “พันธุ์ ต้องได้พันธุ์ดี ผมสั่งแม่พันธุ์ (พันธุ์เพชร) มาจากนครปฐม เมื่อก่อนเพาะพันธุ์เองมันช้ามาก มะลิเนี่ยถ้าจะให้ออกดอกเยอะๆ เราต้องไปเอาพันธุ์บ้าน เขาเองก็จะต้องมาเอาพันธุ์บ้านเราไปปลูกมัน ในการปลูกก็ต้องปลูกให้มันเป็นแถว และควรเหลือร่องทางเดินระหว่างต้นมะลิประมาณ 1.50 เมตรด้วยเผื่อเวลาจะฉีดยาจะได้สะดวกและไม่มาโดนเราด้วย

               “ส่วนดินที่มะลิชอบคือดินทรายแบบอีสานบ้านเรานี่แหละ เพราะเวลาที่ฝนตกดินมันจะได้ไม่มาโดนดอกมะลิ ถ้าเป็นดินแดงหรือดินเหนียวค่อนข้างจะแย่หน่อย ฝนตกทีดินจะกระเด็นมาโดนดอกเสียหมด ส่วนเรื่องของการดูแลก็สำคัญ ต้องรดน้ำเกือบทุกวัน สวนผมนี่สวนมันใหญ่ก็เลยเปิดน้ำสปริงเกิลเกือบทั้งวันเลย ใส่ปุ๋ยเป็นช่วงๆ ทั้งปุ๋ยคอกปุ๋ยวิทยาศาสตร์แล้วแต่สภาพดิน ถ้าเป็นดินที่เราบุกเบิกใหม่ๆ ก็ไม่ต้องบำรุงมาก เพราะมันมีสารจุลินทรีย์ในตัวอยู่แล้ว ปลูกมะลินี่ดีอย่าง...เราไม่ต้องไปบำรุงอะไรมากมาย ปลูกแล้วเราก็รอมันโต เราปลูกครั้งแรกใช้เวลาประมาณ 6-8 เดือนเราก็เก็บดอกได้แล้ว ต้นหนึ่งก็จะมีอายุประมาณ 5-6 ปีถึงจะได้ปลูกใหม่ แค่ตัดแต่งกิ่งก็พอ”

 

เห็นมีคนเก็บดอกมะลิเยอะมาก

               “อึ้ม! อันนี้สำคัญ บางคนปลูกได้ผลผลิตเยอะ แต่ว่าเก็บไปขายไม่ได้ การหาคนมาเก็บดอกมะลิให้เราเป็นเรื่องที่สำคัญโดยเฉพาะสวนมะลิขนาดใหญ่ ถ้าช่วงไหนที่ราคามะลิสูงกิโลกรัมละ 200 บาทขึ้นไปเราก็จะจ้างเขาเก็บกิโลกรัมละ 50 บาท แต่ถ้าช่วงไหนที่ราคามะลิมันลดลงก็จะจ้างเก็บกิโลกรัมละ 30-40 บาท คิดเฉลี่ยก็เก็บได้ชั่วโมงละ 1 กิโลกรัม ถ้าใครเก็บเก่งๆ วันหนึ่งได้ 10 กิโลกรัมก็มี อย่างสวนผมก็ต้องใช้คนเก็บประมาณ 40-50 คนไม่อย่างนั้นมันจะไม่ทัน”

ไปเอาข้อมูลการปลูกมะลิมาจากไหน

               “อันที่จริงผมลองทำมาหลายอย่างแล้ว ทั้งเลี้ยงไก่ ปลูกต้นไม้ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ พอมาปลูกมะลิก็เลยต้องศึกษาข้อมูลให้มากขึ้น ศึกษาเอง วิจัยเอง ปรึกษากับเพื่อนเกษตรกรด้วยกัน อ่านหนังสือและวิเคราะห์ช่วยกัน ใช้ยาแบบนี้ได้ไหม ต้องดูแลรักษาแบบไหนถึงจะได้ผล ทุกวันนี้เกษตรกรต้องมีความรู้ เพราะเทคนิคบางอย่างเราต้องรู้และต้องทำให้เป็น ทุกวันนี้ผมยังต้องค้นคว้า และต้องศึกษาทั้งเรื่องการเกษตรและการตลาดอีกเรื่อยๆ ไม่มีวันสิ้นสุด เพราะไม่อย่างนั้นเราก็จะอยู่ไม่ได้”

พูดถึงรายได้ให้ฟังหน่อยสิคะ

“ถ้าคิดรายได้เฉลี่ยผมขายได้กิโลกรัมละ 150 บาทก็จะได้ประมาณเดือนละ 50,000 บาท แต่ถ้าราคามันสูงกว่านี้ ก็จะได้เยอะขึ้นตาม วันที่ขายได้ดีคือช่วงวันพระ วันสงกรานต์และก็วันแม่ ราคาจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 300-400 บาท”

มะลิบ้านเราส่งไปขายที่ไหนบ้าง

               “ส่งไปขายที่กรุงเทพฯ ยโสธร ศรีสะเกษ อำนาจฯ เพราะที่อื่นเขาปลูกไม่เยอะเหมือนบ้านเรา อาจจะด้วยเพราะสภาพดินไม่ได้บ้าง คนเก็บไม่มีบ้าง หรืออาจจะท้อแท้กับหลายๆ อย่าง”

เห็นบอกว่าธรรมะมีส่วนทำให้การปลูกมะลิประสบความสำเร็จ

               “ใช่ เพราะธรรมะสอนให้ผมรู้จักขยัน อดทน ถ้าเราเรียนหนังสือมามีความรู้แต่ไม่ลงมือทำแล้วมันจะสำเร็จได้ไหม หรือเรียนมาแล้วลงมือทำ ทำไปสักพักแล้วถอดใจ ท้อแล้วก็ทิ้งก็ไม่สำเร็จ การจะปลูกมะลิให้ประสบความสำเร็จมันต้องมีความขยัน อดทน และสิ่งที่ผมได้จากการเป็นเกษตรกรสวนมะลินอกจากเงินรายได้แล้ว ผมยังมีจิตใจที่เบ่งบาน เพราะผมมีความสุขทุกครั้งที่ทำ ความเครียดนี่ไม่มีเลย และมันยังเป็นการช่วยให้คนอื่นมีรายได้อีกด้วย”

มีหลายคนมาดูงาน มาปรึกษา พี่ก็ยินดีที่จะแนะนำ

               “มีนักศึกษาจาก ม.อุบลฯ มาดูงานเรื่อยๆและก็มีนักข่าวจากช่อง 7 ช่อง 11 มาถ่ายทำเพื่อไปเผยแพร่ ผมก็ยินดีที่จะบอก บางคนก็ถามว่า ไม่กลัวว่าบอกเขาแล้วเขาจะไปปลูกและแย่งลูกค้าเราเหรอ สำหรับผมไม่กลัวนะ ผมเชื่อว่าคนเรามันทำได้ไม่เท่ากันหรอก พระเจ้าให้ความขยันและอดทนไม่เท่ากัน ถ้างั้นทุกคนก็รวยเท่ากันหมดแล้วสิ มันต้องมีคนชั้นสูง คนชั้นกลาง คนชั้นต่ำ เหมือนกันบัว 4 เหล่าในคำสอนพระพุทธเจ้าก็เปรียบเหมือนการทำสวนให้ประสบความสำเร็จนี่แหละ ชีวิตทุกคนมีสิทธิ์ที่จะประสบความสำเร็จได้ แต่คนส่วนมากจะเดินไปไม่ถึง เพราะขาดความรู้ ไม่มีประสบการณ์ และก็เบื่อหน่ายท้อแท้เร็ว ไม่ขยันและไม่อดทน

               “ผมอยากจะฝากบอกสำหรับผู้ที่สนใจอยากจะปลูกมะลิ ถ้าอยากทำก็ทำเลย ถ้าใครมีที่ดินอยู่แล้ว มีเงินทุนอยู่ประมาณ 5,000-10,000 บาทก็ทำได้แล้วนะ เริ่มจากน้อยไปหามากตามกำลังที่จะทำไหว ที่เหลือคือหัวใจ ความอดทนและความขยันครับ”

               กับเงินก้อนหนึ่งบวกกับแรงกายแรงใจแห่งความทุ่มเทที่จะทำ ใส่ความขยันและอดทนเข้าไปซะหน่อย แล้วคุณก็จะมองเห็นความสำเร็จอยู่รำไรๆ ตรงหน้า

อ.นิคม  พิมพ์หล่อ โทร.0895325715

-