<เฉลิมพล มาลาคำ เซ็งเปิดวงงานแรกโดนเช็คเด้ง 2 แสน>-เฉลิมพล มาลาคำ เซ็งเปิดวงงานแรกโดนเช็คเด้ง 2 แสน-
Home Page GuideUbon
    You Tube    Facebook    Twitter    On Mobile
-เฉลิมพล มาลาคำ เซ็งเปิดวงงานแรกโดนเช็คเด้ง 2 แสน-
-

               "เฉลิมพล มาลาคำ " ลูกทุ่งหมอลำชื่อดัง เปิดวงงานแรกของปีในงานกฐิน ถูกเบี้ยวค่าตัว รับเช็คเด้ง 2 แสน เผยวางใจเพราะเป็นงานบุญเลยไม่ทวงค่าตัวก่อนแสดง ด้านผู้ใหญ่บ้านระบุ คนกรุงเทพฯมาขอตราวัดอ้างหาเงินกฐินให้ได้ไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท แต่ถึงเวลากลับได้แค่ 3 หมื่น วัดจัดโต๊ะจีน-ของที่ระลึกรับแขกลงทุนไปกว่า 3 แสน เกือบขาดทุน

               นางจงจิต  มาลาคำ  ภรรยาของหมอลำอัจฉริยะ เฉลิมพล  มาลาคำ  เปิดเผยว่า ได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์จากนายธนไวทย์  ฐานัสธนโรจน์ (บรม) ว่าจ้างให้ไปแสดงสมโภชน์งานทอดกฐิน ณ  วัดพุทธวราราม วังน้ำเย็น ต.เกิ้ง อ.เมือง จ.มหาสารคาม  ในคืนวันที่  19  ต.ค.51   โดยได้ตกลงค่าจ้างกันไว้ที่ 2.2 แสนบาท และให้วางมัดจำล่วงหน้าก่อน 20%  แต่นายธนไวทย์บอกว่าจะวางมัดจำก่อน 50,000 บาท  จึงได้ส่งหมายเลขบัญชีไปให้ แต่ปรากฏว่าผ่านไปหลายวันก็ยังไม่มีเงินมัดจำโอนเข้าบัญชี  จึงได้สอบถามกลับไป  แต่ได้รับคำตอบว่านายธนไวทย์ อยู่ต่างประเทศยังไม่สามารถดำเนินการโอนเงินให้ได้  ทางคณะเลยตัดสินใจว่าหากไม่โอนเงินวันนี้ก็จะขอยกเลิกนัดการแสดง  นายธนไวทย์จึงให้เลขาโอนเงินให้ก่อน 10,000 บาท   และบอกว่าอีก 40,000 เดี๋ยวจะโอนให้ภายหลัง    จึงเริ่มสังหรณ์ใจจึงได้โทรกลับไปเช็คกับเพื่อนที่รู้จักกับนายธนไวทย์  ซึ่งเพื่อนก็ยืนยันว่าไว้ใจได้  เพราะนายธนไวทย์ก็ได้ทำธุรกิจอยู่หลายอย่าง ก็เลยให้นายธนไวทย์ทำสัญญาว่าจ้างกับทางวง  โดยตอนนั้นก็อ้างว่าไม่ว่างให้แฟกซ์สัญญามาที่บริษัท และให้ติดต่อพนักงานชื่อหน่อย และให้เป็นผู้เซ็นสัญญาแทน ส่วนค่ามัดจำที่เหลือจะให้ไปรวมกับค่าจ้างโดยจะรับพร้อมกันในวันงาน   ก่อนเวลา  24.00 น. ซึ่งในสัญญาได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าค่าจ้างจะขอรับเป็นเงินสดเท่านั้นไม่รับเช็ค   โดยปกติขั้นตอนการรับงานของวงดนตรี ส่วนใหญ่ผู้ว่าจ้างก็จะโทรมาเพื่อถามคิวและถามราคาค่าจ้างแล้วถ้าตกลงจ้างแล้วบางรายก็มาทำสัญญากันที่บ้านหรือส่งแฟกซ์ก็มีบ้าง และวางเงินมัดจำกันเลย ซึ่งเหตุการณ์นี้ก็เพิ่งจะเคยเจอเป็นครั้งแรก  ซึ่งตนเองและวงก็เชื่อใจผู้ว่าจ้างเพราะเป็นงานบุญงานวัด  และเป็นคนรู้จักกันในระดับหนึ่ง 

               พอถึงคืนวันแสดง  ทางวงก็ยังไม่ได้พบนายธนไวทย์  ซึ่งก็ได้มีการโทรหาหลายครั้ง แต่ก็เลี่ยงมาตลอด  สุดท้ายจึงได้บอกว่าหากยังไม่มาพบจะไม่ให้ นายเฉลิมพลขึ้นแสดงบนเวที   จึงเดินทางมาพบที่หลังเวทีและบอกว่าเงินค่าจ้างต้องรออีกสักครู่กำลังให้ผู้จัดการเรื่องเงินหามาให้อยู่ และก็หายไปอีกนาน  จนทางวงต้องตามอีกครั้ง  จึงได้นำเช็คเงินสดมาให้ตอนแรกทางวงก็ปฏิเสธที่จะรับเช็ค แต่นายธนไวทย์อ้างว่าตอนนี้ทางผู้จัดงานกำลังมีปัญหาเรื่องเงินอยู่   ให้รับเช็คไปก่อนพรุ่งนี้ให้ไปขึ้นเงินที่ธนาคารได้เลยไม่มีปัญหา  พอรุ่งเช้าก็ได้นำเช็คไปขึ้นเงินที่  ธ.กสิกร สาขามหาสารคาม  แต่ไม่สามารถขึ้นได้เนื่องจากเงินในบัญชีไม่พอจ่าย  ซึ่งเช็คดังกล่าวเป็นของ บ.นิวออคิด บิสซิเนส   ตั้งอยู่ที่ชั้น 10 อาคารจิวเวอรี่ เซนเตอร์   กรุงเทพฯ  จึงได้พยายามโทรกลับไปเพื่อสอบถามกับนายธนไวทย์ และทีมงานปรากฏว่าไม่สามารถติดต่อใครได้เลย  จึงโทรกลับไปที่พนักงานที่ทำสัญญาด้วย  โดยบอกว่าให้เคลียร์ให้เพราะกำลังจะไปแจ้งความ  ทางพนักงานจึงได้ประสานไปยังนายธนไวทย์และให้มาตกลงกันที่วัดตอนบ่ายโมง (วันที่ 20 ต.ค.51)  แต่ก็ปรากฏนายธนไวทย์ ก็ไม่มาตามนัดอีก  ทางวงจึงได้เข้าแจ้งความไว้กับตำรวจ   

               และหลังจากนั้นทางวงก็ได้รับการติดต่อจากทางพนักงานที่ทำสัญญาด้วยอีกครั้งในเวลา 3 ทุ่มว่าในวันพุธที่  22  ต.ค.51 ตอนเที่ยงนายธนไวทย์จะขอเข้ามาเคลียร์เงินที่เหลือทั้งหมด  ซึ่งทางตนเองก็รับทราบไว้และถ้าหากมาจ่ายเงินให้ก็จะยอมไปถอนแจ้งความ  แต่ถ้าหากวันพุธยังไม่จ่ายค่าจ้างที่เหลือตามนัดอีก  ก็จะให้ตำรวจดำเนินการทันที 

               ส่วนค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปแสดงแต่ละครั้งต้นทุนจะอยู่ที่ประมาณ  150,000 บาท  ทั้งค่าน้ำมันรถ ซึ่งทางวงมีอยู่ประมาณ 10 คัน ค่านักร้อง – หางเครื่อง อีกกว่า 200 คน  ค่าอาหาร  ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ส่งผลให้ตนเองเครียดอยู่พอสมควร เพราะค่าใช้จ่ายที่ใช้ไปทั้งหมดต้องเอาเงินส่วนตัวจ่ายเอง และก็เป็นงานแรกในการเปิดวงหลังออกพรรษาด้วย   

               ส่วนทางด้านนายเฉลิมพล มาลาคำ  หมอลำชื่อดัง  ได้กล่าวว่า " สำหรับตนเองก็เสียความรู้สึกนิดหน่อย  เพราะงานที่ตนรับก็เป็นงานบุญกฐิน  ซึ่งถือว่าเป็นวัฒนธรรมของคนไทย เป็นงานบุญที่ทุกคนตั้งใจร่วมกันมาทำบุญ  แต่มาเจอปัญหาแบบนี้มันคงกลายเป็นกฐินบาปไปแล้ว  และที่ต้องแจ้งความก็เพราะตนเองก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกันไม่ต้องการให้ใครมาหลอก และเพื่อให้ศิลปินคนอื่นๆได้รู้เท่าทันเหตุการณ์แบบนี้ด้วย  และทางวัดเองก็จะเสื่อมเสียจากกลุ่มคนเหล่านี้เช่นกัน  และฝากไปยังศิลปินทุกท่านว่าหากมีการติดต่องานเข้ามา ก็ให้ขอหลักฐานจากผู้จ้างงานไว้ด้วยทั้งบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน  และมีสัญญาจ้างที่ชัดเจน  การวางเงินมัดจำควรให้เป็นจำนวนมากกว่าครึ่งของค่าจ้างด้วยเพราะถ้าหากโดนเบี้ยวค่าจ้างจะได้มีค่าใช้จ่ายสำหรับวง" 

               สำหรับสถานการณ์ของวงดนตรีหมอลำลูกทุ่งในปัจจุบันถือว่าอยู่ในสภาวะที่ย่ำแย่พอสมควร  งานที่เคยได้รับตอนนี้ลดลงไปกว่าครึ่ง  สาเหตุคาดว่าน่าจะมาจากเรื่องของภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำลง   

               นายสุทัศน์ ลาจ้อย ผู้ใหญ่บ้านวังน้ำเย็น กรรมการวัดกล่าวว่า การจัดมหรสพสมโภชงานกฐินครั้งนี้เป็นการดำเนินงานของเจ้าภาพกฐินที่มาจากกรุงเทพฯ ทั้งหมด ทราบชื่อเจ้าภาพคือ นายบรม ได้มาขอตราวัด โดยอ้างว่าจะจัดกฐินหาเงินให้วัดไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท โดยอ้างชื่อข้าราชการทั้งทหาร ตำรวจ ระดับสูงเป็นเจ้าภาพ และจะมีผู้เดินทางมาร่วมงานกฐินไม่ต่ำกว่า 3 พันคน ให้จัดโต๊ะจีนไว้ 500 โต๊ะ ทางวัดได้ลงทุนเช่าโต๊ะ และจัดหาของฝากไม่ว่าจะเป็นผ้าขาวม้า หมอน และค่าอาหาร เป็นเงินกว่าสามแสนบาท แต่ปรากฏว่ามีผู้เดินทางมาเพียง 2 คันรถตู้ ได้เงินมา 3 หมื่นกว่าบาท โชคดีมีชาวบ้านและผู้ใจบุญจาก จ.ขอนแก่น ที่มาร่วมงาน ได้ร่วมกันบริจาคเงินสมทบกว่า 3 แสนบาท จึงพอเป็นค่าใช้จ่ายการจัดงานต้อนรับมหากฐินครั้งนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความเสียหายให้แก่วัดและชาวบ้านวังน้ำเย็นมาก 


สื่อสร้างสุขอุบลราชธานี
493  ถ.สรรพสิทธิ์  อ.เมือง  จ.อุบลราชธานี  34000

0-4524-2654
0-4526-2578
suchai@sssub.com























-

Guide Ubon

http://www.hotsia.com/
http://www.sadoodta.com/
http://www.111thailand.com/
http://www.oceansmile.com/
http://www.guideubon.com/
http://feelthai.blogspot.com/
copyright 2005 www.GuideUbon.com
สำนักงานไกด์อุบลดอทคอม เลขที่ 89/1 ถนนพโลรังฤทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี 34000
ติดต่อไกด์อุบล : webmaster@guideubon.com | msn : guide_ubon@hotmail | Tel : 080-4850511