ชาวบ้านน้ำท่วมในเทศบาลนครอุบลราชธานี รวมตัวยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ ให้เทศบาลสำรวจและจ่ายเงินค่าซ่อมแซมบ้านเพิ่มเติมจากที่ได้รับ เพราะบ้านเสียหายมาก แต่ได้รับเงินช่วยเหลือน้อยตรงข้ามกับคนของนักการเมืองท้องถิ่นกลับได้เงินช่วยเหลือมากกว่า ด้านเทศบาลแจงการจ่ายเงินช่วยเหลือไม่เน้นน้ำท่วมนานหรือน้อย แต่จ่ายตามความเสียหายที่เกิดกับอาคารเท่านั้น วันนี้ (12 ม.ค.) ที่ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี ชาวบ้านชุมชนวังสว่าง เทศบาลนครอุบลราชธานี ประมาณ 30 คน นำโดยนายสมศักดิ์ แซ่ล้อ แกนนำชุมชนยื่นหนังสือให้ผู้ว่าราชการจังหวัดตรวจสอบหลักเกณฑ์การพิจารณาจ่ายเงินค่าซ่อมแซมบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วม ชาวชุมชนระบุว่า ค่าซ่อมแซมบ้านเรือนที่พวกตนได้รับเฉลี่ยหลังละ 1,400-5,000 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับเพื่อนบ้านที่สนิทสนมกับนักการเมืองท้องถิ่น มีความแตกต่างอยู่มากคือ เพื่อนบ้านกลุ่มนี้จะได้รับเฉลี่ย 5,000-10,000 บาท ทั้งที่ถูกน้ำท่วมบ้านในระดับใกล้เคียงกัน และเป็นเวลานานกว่า 3 เดือนเช่นเดียวกัน จึงขอให้จังหวัดสั่งให้สำนักงานเทศบาลนครอุบลราชธานี พิจารณาการให้ความช่วยเหลือแก่ชาวบ้านที่ได้รับเงินน้อยเพิ่มเติมขึ้นอีกอย่างน้อยหลังละ 10,000 บาท และขอทราบความคืบหน้าภายใน 7 วัน ซึ่งจังหวัดให้นายสุรสิทธิ์ เกิดผล ผช.ป้องกันจังหวัดรับหนังสือและส่งต่อให้เทศบาลรับไปพิจารณาดำเนินการในวันเดียวกัน ด้าน นายพงษ์ศักดิ์ มูลสาร รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครอุบลราชธานี ชี้แจงหลักเกณฑ์การสำรวจและพิจารณาให้ความช่วยเหลือบ้านที่ถูกน้ำท่วมว่า แต่ละชุมชนมีการตั้งคณะกรรมการชุดละ 5 คน ซึ่งประกอบด้วย ประธานชุมชน วิศวกร ช่างสำรวจ เจ้าหน้าที่บันทึกภาพความเสียหาย เพื่อเสนอขอรับเงินงบประมาณจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานเทศบาลนครอุบลราชธานี ได้รับเงินช่วยเหลือเป็นค่าซ่อมแซมบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วม เสียหายทั้งสิ้นกว่า 12 ล้านบาท ใน 20 ชุมชน 1,505 หลังคาเรือน โดยบ้านที่ได้รับมีเกณฑ์เฉลี่ยตั้งแต่ 1,100-14,000 บาท ตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง แต่ชาวบ้านเข้าใจว่าบ้านถูกน้ำท่วมนานต้องได้มาก ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะการพิจารณาไม่ได้ดูจากถูกน้ำท่วมนานขนาดไหน แต่ดูจากความเสียหายที่เกิดขึ้นกับอาคารบ้านเรือนและส่วนควบของตัวบ้าน เช่น พื้นบ้าน บานประตู หน้าต่าง หากเสียหายต้องซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่ ก็จะได้รับเงินไปซื้อวัสดุมาทำจนเข้าอยู่อาศัยได้ตามปกติ การร้องเรียนในเรื่องการจ่ายเงินค่าซ่อมแซมบ้านที่ได้ไม่เท่ากัน เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพราะเทศบาลนครอุบลราชธานี เป็นพื้นที่ที่มีชุมชนถูกน้ำท่วมซ้ำซาก จึงต้องเจอกับปัญหานี้เป็นประจำ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ทราบหลักเกณฑ์การช่วยเหลือดีอยู่แล้ว จึงไม่มีใครกล้าทำเรื่องที่ขัดกับระเบียบของกระทรวงการคลังแน่นอน นายพงษ์ศักดิ์กล่าว
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9550000004880
|