|
ยุคก่อนประวัติศาสตร์
14,00-6,000 ปี พบร่องรอยการอยู่อาศัยของมนุษย์ตามถ้ำ เพิงผา ใกล้แม่น้ำ พบเครื่องมือหินกะเทาะที่เพิงผาถ้ำช้างสี (ถ้ำตาลาว) และภาพเขียนสีที่บ้านไทรงาม อำเภอเขมราฐ
3,000-2,000 ปี พบร่องรอยชุมชนเกษตรกรรมบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำ พบหลักฐานสำคัญ คือ ภาพเขียนสีบนผนังถ้ำ เพิงผา ใกล้แม่น้ำโขง โดยเฉพาะบริเวณผาแต้ม |
 |
ยุคต้นประวัติศาสตร์
1,800-1,500 ปี พบร่องรอยชุมชนบนโพนดิน ใกล้ที่ราบลุ่มแม่น้ำ เริ่มติดต่อกับอาณาจักรใกล้เคียง
สมัยเจนละ (พุทธศตวรรษที่ 12-13) อุบลราชธานี ถือเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรเจนละ ได้รับอิทธิพลศาสนาพราหมณ์ฮินดู พบหลักฐานศิลาจารึกใกล้ปากแม่น้ำมูล ระบุนามพระเจ้าจิตรเสน กษัตริย์แห่งอาณาจักรเจนละ
สมัยทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ 12-15) รับอิทธิพลพุทธศาสนาจากภาคกลาง พบร่องรอยเสมาหินแกะสลักลวดลายหม้อน้ำ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ที่พบในเขตยโสธรและอุบลราชธานี บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำชี ลำเซบายและลำเซบก
สมัยเขมรเมืองพระนคร (พุทธศตวรรษที่ 15-18) ได้รับอิทธิพลค่อนข้างน้อย พบภาพสลักพระนารายณ์บรรทมสินธุ์ ริมฝั่งลำโดมใหญ่ ปราสาทหลังเล็กๆ ชิ้นส่วนทับหลังและรูปปั้นพระคเณศบริเวณฝั่งขวาแม่น้ำมูล
จุดเริ่มต้นเมืองอุบลราชธานี
สมัยธนบุรี เจ้าพระวอและบุตรหลานเจ้าพระตา อพยพจากนครเขื่อนขันฑ์กาบแก้วบัวบาน (หนองบัวลำภู) ไปอยู่เมืองนครจำปาศักดิ์ ภายหลังได้อพยพมาตั้งมั่นที่ดอนมดแดง ริมฝั่งแม่น้ำมูล และขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระเจ้ากรุงธนบุรี ในปี พ.ศ.2316 ต่อมาเจ้าพระวอถูกพระเจ้าสิริบุญสารแห่งเวียงจันทน์ประหารชีวิต กองทัพไทยจึงยกไปตีเมืองเวียงจันทน์และจำปาศักดิ์ ในปี พ.ศ.2321 และโปรดเกล้าฯ ตั้งท้าวคำผง บุตรพระเจ้าตาเป็น "พระประทุมสุรราชภักดี" ปกครองเมืองขึ้นอยู่กับจำปาศักดิ์
|
สมัยรัตนโกสินทร์
รัชกาลที่ 1 ท้าวคำผง ได้รับพระราชทานบำเน็จความชอบจากการปราบกบฏอ้ายเชียงแก้ว ได้รับการแต่งตั้งเป็น "พระประทุมวรราชสุริยวงศ์" ปกครองเมือง "อุบลราชธานีศรีวนาลัย" ที่ยกฐานะขึ้นจากบ้านห้วยแจระแม ในปี พ.ศ. 2335 มีฐานะเป็นหัวเมืองประเทศราช และทรงโปรดเกล้าฯ ตั้งท้าวฝ่ายหน้า ไปปกครองเมืองนครจำปาศักดิ์ เป็นบ้านพี่เมืองน้องกัน ต่อมาพระประทุมฯ ได้ย้ายเมืองลงมาตั้งอยู่ที่ดงอู่ผึ้ง ที่ตั้งตัวเมืองอุบลราชธานีปัจจุบัน
รัชกาลที่ 4 อุบลราชธานี เป็นต้นรากพุทธศาสนาธรรมยุติกนิกายแพร่ไปหัวภาคอีสาน มีการสร้างวัดธรรมยุติขึ้นเป็นแห่งแรกในภาคอีสาน คือ วัดสุปัฏนารามวรวิหาร ในปี พ.ศ.2396
รัชกาลที่ 5 อุบลราชธานี ได้รับการยกฐานะเป็น "มณฑลลาวกาว" ศูนย์กลางการปกครอง ศาสนา การศึกษา เป็นจุด กำเนิดกลุ่ม "กบฏผีบุญ" ก่อนแพร่ขยายไปทั่วภาคอีสาน เป็นที่ตั้งสถานกงสุลฝรั่งเศสช่วงยึดครองอินโดจีน มีการก่อตั้งโรงเรียนสอนพระปริยัติธรรม โรงเรียนสอนภาษาไทย โรงเรียนแผนที่ โรงเริยนฝึกหัดทหาร และกองตำรวจภูธรขึ้นเป็นครั้งแรกในภาคอีสาน
รัชกาลที่ 6 มณฑลอุบลราชธานี ยุบรวมเข้ากับมณฑลอุดรและมณฑลร้อยเอ็ด เป็น "ภาคอีสาน" ในปี พ.ศ.2456 เริ่มสร้างทางรถไฟจากกรุงเทพฯ ถึงอุบลราชธานี สร้างเส้นทางยุทธศาสตร์สาย 16 (พิบูลมังสาหาร-ช่องเม็ก) ทางหลวงสายแรกในประเทศไทย
รัชกาลที่ 7 ภาคอีสาน ถูกยกเลิกในปี พ.ศ.2468 มณฑลอุบลราชธานี และมณฑลร้อยเอ็ด ยุบฐานะเป็นจังหวัด ขี้นอยู่กับมณฑลนครราชสีมา ในปี พ.ศ.2476 อุบลราชธานี ได้รับการยกฐานะเป็นจังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัด จากกระทรวงมหาดไทยมาปกครอง ภายหลังพื้นที่บางส่วนแยกออกไปเป็นจังหวัดยโสธร และจังหวัดอำนาจเจริญ |
 |
วันนี้ที่อุบลราชธานีศรีวนาลัย แผ่นดินที่กว้างใหญ่ของอุบลราชธานี สะสมอารยธรรมผ่านกาลเวลายาวนาน จวบจนปัจจุบัน อุบลราชธานี ยังคงเป็นศูนย์กลางความเจริญแห่งอีสานใต้ ที่เปี่ยมด้วยไมตรีจิตของผู้คน ความงดงามของโบราณสถานวัตถุ ศิลปะวัฒนธรรมอันล้ำค่า
|