กดปุ่ม เพื่อบังคับทิศทาง ซ้าย ขวา บน ล่าง
กดปุ่ม เพื่อซูมเข้า หรือขยายออก
กดปุ่ม เพื่อหยุดภาพ และกดซ้ำเพื่อหมุนภาพ
กดปุ่ม เพื่อขยายภาพเต็มหน้าจอ
ต้นเทียนพรรษาวัดศรีประดู่ เป็นต้นเทียนประเภทติดพิมพ์ขนาดใหญ่ที่ชาวคุ้มบ้านดู่ (วัดศรีประดู่) พุทธศาสนิกชน หน่วยอุปถัมภ์ต่างๆ อาทิ เทศบาลนครอุบลราชธานี บริษัทไทยแอร์เอเชียจำกัด สมาคมครูภูมิปัญญาไทย สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี เป็นต้น ได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา และเพื่อเทิดพระเกียรติองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราชทรงมีพระชนมายุ ครบ 7 รอบ 84 พรรษา
ต้นเทียนเป็นรูปทรง 9 เหลี่ยม อันหมายถึงล้นเกล้า ล้นกระหม่อมรัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี ที่ ทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์ของพระองค์ด้วยทศพิธราชธรรม
ลำต้นเทียนนับจากฐานถึงยอดสูง 2 เมตร 99 ซ.ม เส้นผ่านศูนย์กลาง 60 ซ.ม มีฐานรองรับ เนื้อเรื่องประกอบต้นเทียน กว้าง 1 เมตร 80 ซ.ม ยาว 12 เมตร ประดับด้วยลายกนกเปลวใบเทศหรือใบฝ้ายเป็นแม่ลาย พรั่งพร้อมด้วยลายไทยผสมผสานกับลายอิสาน นำมาตกแต่งอย่างกลมกลืน อาทิ กนกเปลวรวงข้าว กนกก้านขดหางสิงห์ หัวหงส์ หน้าขบ นกคาบ ก้ามปู พู่ระย้า ฟันปลา เป็นต้น
เนื้อเรื่องประกอบต้นเทียน เป็นเรื่องพุทธประวัติตอนพระมหาบุรุษผจญมารก่อนตรัสรู้พญาวสวัตดีมาร ซึ่งเฝ้าติดตามพระมหาบุรุษนับตั้งแต่วันออกผนวชจนถึงวันทพี่ระองค์ตั้งพระทัยมั่นที่จะตรัสรู้ยอมสละชีวิตเพื่อพระโพธิญาณ เห็นรอจะช้าไม่ได้เพราะหากพระองค์สำเร็จดังประสงค์แล้วย่อมมีสัตว์โลกอีกมากมายที่จะหลุดพ้นตามไปด้วยจำต้องยกกำลังพลไปผจญโดยขี่ช้างคีรีเมข พร้อมด้วยเสนามารมีอาวุธครบมือ กรีฑาทัพไปยังโพธิ์บังลังก์ มุ่งหวังทำลายล้างขัดขวางการตรัสรู้ของพระมหาบุรุษให้ได้
พระนางศรีวสุนทรา แม่พระธรณีได้บิดน้ำจากมวยผม ซึ่งเป็นน้ำทักษิโณทกที่มหาบุรุษได้สั่งสมบารมีมาเป็นอเนกชาติ ลงบนปฐพีในกระแสน้ำพัดพาเอาเหล่าเสนามาร และพญามารไหลไปคนละทิศละทาง จนพญามารยอมแพ้ยกหัตถ์ขึ้นประณมอภิวาทด้วยความชื่นชมในพระบารมี
|