อุบลราชธานี-กรมบังคับคดีชี้มีทรัพย์ทำเลทองของอุบลฯมูลค่ากว่าพันล้านที่ต้องขายทอดตลาดในปีนี้ เผยเมืองดอกบัวยังมีศักยภาพทางธุรกิจสูง โอกาสฟื้นธุรกิจที่ฟุบช่วงฟองสบู่แตกมีอีกมาก วันนี้ (21 ก.ค.) นายสิรวัต จันทรัฐ อธิบดีกรมบังคับคดีกระทรวงยุติธรรม ได้แถลงข่าวที่โรงแรมลายทองจังหวัดอุบลราชธานี โดยกล่าวถึงการจัดกิจกรรมตามโครงการสื่อมวลชนสัญจรทำเลทอง 4 ภาค เพื่อกระตุ้นบรรยากาศการขยายตัวด้านการลงทุนทั้งจากส่วนกลาง และในส่วนภูมิภาค และสาเหตุเลือกจังหวัดอุบลราชธานี ดำเนินโครงการสื่อมวลชนสัญจรทำเลทอง 4 ภาคของภาคอีสาน เพราะเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการพัฒนาและการเจริญเติบโตทางธุรกิจสูง คนในท้องถิ่นทำธุรกิจการค้าขายมาตั้งแต่บรรพบุรุษ และมุ่งพัฒนาธุรกิจในท้องถิ่นมากกว่าออกไปทำธุรกิจในที่อื่น เพราะทรัพย์ที่ถูกยึดขายทอดตลาดเป็นทรัพย์ของนักธุรกิจในพื้นที่ นายสิรวัต กล่าวต่อว่า สำหรับความล้มเหลวของนักธุรกิจในท้องถิ่นที่ถูกบังคับคดียึดทรัพย์เพราะเกิดจากปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ปัจจัยการลงทุน และรูปแบบการบริหารงานที่ไม่ใช่มืออาชีพ จึงทำให้โครงการดีๆหลายโครงการต้องล้มลง จังหวัดอุบลราชธานี จึงมีทำเลที่ถูกจับตามมองจากนักธุรกิจ นักลงทุน เพราะมีทรัพย์สินเด่นๆ ซึ่งมีช่องทางขายทอดตลาดออกไปให้นักลงทุนรายใหม่ หรือเจ้าของเดิม สำหรับทรัพย์รอการขายทอดตลาดที่เป็นทำเลทองมีอยู่ 6 แห่ง คือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเลขคดีแดงที่ 4285/2539 เนื้อที่รวม 996 ไร่ 2 งาน 24 ตรว. ตั้งอยู่ระหว่างถนนสายวาริน-เดชอุดม ราคาประเมิน 757,795,941 บาท ทรัพย์ตามคดีแดงที่ 1867/2545 เนื้อที่ 308-2-7 ไร่ ตั้งอยู่ใน ต.แจระแม อ.เมืองอุบล ราคาประเมิน 57,523,500 บาท ที่ดินว่างเปล่าเลขคดีแดงที่ 1685/2547 เนื้อที่ 81-3- 22 ไร่ ริมถนนชยางกูร ต.ขามใหญ่ ราคาประเมิน 49,084,050 บาท ที่ดินพร้อมอาคารโกดังและอาคารพานิชย์ เนื้อที่ 5-3-21.4 ไร่ ราคาประเมิน 20,245,250 บาท ที่ดินโฉนดเลขที่ 2519,2520,17325,17830 ต.ขามใหญ่ เนื้อที่ รวม 21 ไร่เศษ ราคาประเมินรวม 197,353,800 อาคารพานิชย์ 2 ชั้น ต.ในเมืองเนื้อที่ 1-1-55.6 ไร่ ราคาประเมิน 32,496,000 บาท และที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างกลางเมืองอุบลฯ เนื้อที่รวม 2 ไร่เศษ ราคาประเมิน 20 ล้านบาทเศษ สำหรับทรัพย์ที่กรมบังคับคดีนำออกขายทอดตลาดไปตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค.นี้ ซึ่งมีมูลค่ารวม 1,136 ล้านบาทและเป็นสินทรัพย์น่าสนใจคือ ทรัพย์ของบริษัทวิงแฟตกรู๊ฟ ซึ่งทำอุตสาหกรรมฟอกหนังและกระเป๋าหนังส่งออกต่างประเทศ แต่ประสบภาวะขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงค่าเงินบาทที่ผ่านมา และที่ดินโฉนดเลขที่ 2519,2520,17325,17830 โดยเป็นเนื้อที่ผืนเดียวกัน เดิมเป็นโรงงานของบริษัทบีแอลพี ของนาย บุญชัย ล.พัฒนพงษ์ ทำธุรกิจไม้ในประเทศเขมร และประสบปัญหาความขัดแย้งกับกองกำลังเขมรแดง ทำให้นายบุญชัยและคนงานถูกฆ่าตายไป 21 ศพในเขมรเมื่อกว่า 10 ปีก่อน ทำให้ธุรกิจจึงหยุดชะงักและทรัพย์สินถูกยึดมาขายทอดตลาดดังกล่าว
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9490000093657&Keyword=%cd%d8%ba%c5
|