<บุกกุฏิ-ยิงแสกหน้า ฆ่า"เจ้าคุณ"สยองวัดดังอุบลฯ มุ่งปมชิงทรัพย์ขัดแย้งโรงเรียน>-บุกกุฏิ-ยิงแสกหน้า ฆ่า"เจ้าคุณ"สยองวัดดังอุบลฯ มุ่งปมชิงทรัพย์ขัดแย้งโรงเรียน-
Home Page GuideUbon
    You Tube    Facebook    Twitter    On Mobile
-บุกกุฏิ-ยิงแสกหน้า ฆ่า"เจ้าคุณ"สยองวัดดังอุบลฯ มุ่งปมชิงทรัพย์ขัดแย้งโรงเรียน-
-


ฆ่าเจ้าคณะ- เจ้าหน้าที่ตรวจที่เกิดเหตุคนร้ายยิงพระรัตนมงคลมุนี เจ้าอาวาสวัดสุปัฏนารามวรวิหาร เจ้าคณะอำเภอม่วงสามสิบ ดับคากุฏิกลางเมืองอุบลราชธานี เบื้องต้นสันนิษฐานอาจมาจากความขัดแย้งภายในวัด ที่เจ้าอาวาสสั่งรื้อระบบบริหารโรงเรียนของวัดใหม่ ตามข่าว

          โจรบาปบุกกุฏิสังหารเจ้าคณะอำเภอและเป็นสมภารวัดสุปัฏนารามวรวิหาร วัดเก่าแก่อายุกว่า 150 ปี เป็นพระระดับ"เจ้าคุณ"กลางเมืองอุบลฯ ลูกศิษย์พบมรณภาพตอนเช้าหลังนำอาหารมาถวายแล้วไม่เปิดประตูออกมารับ ตัดสินใจใช้กุญแจสำรองไขเข้าไปดูพบมรณภาพในสภาพถูกยิงแสกหน้า ข้าวของถูกรื้อค้นกระจุยกระจาย เค้นสอบสามเณรที่รับใช้ใกล้ชิดและพักอยู่กุฏิชั้นบน ให้การอ้ำๆ อึ้งๆ เหมือนปิดบังอะไรอยู่ ตร.จัดทีมพิเศษคลี่คลายคดี มุ่งปมชิงทรัพย์พระเครื่องล้ำค่า และขัดแย้งการบริหารโรงเรียนในวัด เพราะหลวงพ่อเคยถูกขู่ฆ่ามาแล้ว

          ฆ่าโหดเจ้าอาวาสวัดดังกลางเมืองดอกบัวครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 12.50 น. วันที่ 14 ส.ค. พ.ต.ต.จักรพงษ์ บุญห่อ สารวัตรเวร สภ.อ.เมือง จ.อุบลราชธานี รับแจ้งมีเหตุฆ่ากันตายภายในวัดสุปัฏนารามวรวิหาร ตั้งอยู่ติดแม่น้ำมูล ถ.สุปัฏน์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาพร้อมด้วยพล.ต.ต.อำนวย มหาผล ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี พ.ต.อ.คมกริช อมรปิยะ ผกก.วท.ที่ 22 พ.ต.อ.เกษมศักดิ์ หะชะนี ผกก.สภ.อ.เมืองอุบลราชธานี พ.ต.ท.ปรัชญา คงสกุล รองผกก.สส. รุดไปตรวจที่เกิดเหตุ ภายในกุฏิเจ้าอาวาสบริเวณชั้นล่างหลังโต๊ะทำงานพบศพพระรัตนมงคลมุนี อายุ 72 ปี เจ้าอาวาสวัดและเป็นเจ้าคณะอำเภอม่วงสามสิบ ฝ่ายธรรมยุต พระระดับเจ้าคุณ นอนเหยียดยาวมีผ้าห่มนวมคลุมทับร่างที่สวมสบงผืนเดียว มีบาดแผลถูกยิงด้วยปืนขนาด .22 ในระยะเผา มองเห็นคราบเขม่าดินปืนที่กลางหน้าผาก กระสุนไปตุงที่ท้ายทอย คาดว่าเสียชีวิตมาไม่น้อยกว่า 10 ชั่วโมง

          ที่โต๊ะทำงาน ตู้เหล็กใช้เก็บเอกสาร รวมทั้งตู้ใส่เงินรับบริจาค มีร่องรอยถูกงัดแงะรื้อค้นกระจุยกระจาย พบรอยนิ้วมือแฝงที่คาดว่าเป็นของคนร้ายตามจุดต่างๆ หลายแห่ง เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จึงเก็บลายนิ้วมือแฝงของคนร้ายไว้ประกอบหลักฐานทางคดี

          นายชูศักดิ์ ขัมรัตน์ อายุ 50 ปี อาจารย์โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง และเป็นหลานเขยของพระรัตนมงคลมุนี ซึ่งเป็นผู้พบศพคนแรกให้การว่า นำอาหารมาถวายแต่เห็นกุฏิปิดอยู่คิดว่าหลวงพ่อมีกิจนิมนต์ จึงไม่สนใจและไปช่วยดูการปูกระเบื้องหลังคาศาลาโบสถ์ ห่างไปไม่มากนัก จนถึงเวลาเพลยังไม่เห็นหลวงพ่อกลับมาจึงเคาะประตูกุฏิเรียกแต่ไม่มีเสียงตอบรับ จึงใช้กุญแจสำรองไขประตูเข้าไปดูข้างในกุฏิก็พบหลวงพ่อมรณภาพอยู่ก่อนแล้ว

          สำหรับสาเหตุการสังหารพระรัตนมงคลมุนี นายชูศักดิ์ระบุว่า ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด เพราะที่ผ่านมาไม่มีความขัดแย้งใดๆ ภายในวัด ส่วนเงินบริจาคแต่ละวันมีจำนวนไม่มาก และหลวงพ่อไม่ได้เก็บไว้เอง มอบให้คณะกรรมการวัดเป็นผู้ดูแล รวมทั้งหลวงพ่อไม่มีเงินสดเก็บไว้ที่กุฏิด้วย จึงไม่น่าเป็นสาเหตุทำให้คนร้ายเข้ามาฆ่าพระรัตนมงคลมุนี เพื่อประสงค์ต่อทรัพย์ด้วย

          ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำตัวสามเณรกิตติพงษ์ มั่นคง อายุ 17 ปี สามเณรที่ดูแลใกล้ชิดพระรัตนมงคลมุนี และพักอยู่ชั้นที่ 2 ของกุฏิที่เกิดเหตุไปสอบสวนปากคำ เบื้องต้นสามเณรกิตติพงษ์อ้างว่า คืนเกิดเหตุเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำและตลอดทั้งคืนไม่ได้ยินเสียงการต่อสู้ หรือสิ่งผิดปกติใดๆ เนื่องจากมีฝนตกลงมาตลอดทั้งคืน และตอนเช้าไม่ได้เข้ามาดูหลวงพ่อ เพราะเห็นประตูกุฏิปิดนึกว่าหลวงพ่อมีกิจนิมนต์ไปข้างนอก แต่ระหว่างเจ้าหน้าที่สอบถามรายละเอียดต่างๆ สามเณรกิตติพงษ์มีสีหน้าไม่เป็นปกติ มีอาการครุ่นคิดก่อนจะตอบคำถาม และมักขยี้ฝ่ามือและนิ้วมือไปมา ทำให้ชุดสืบสวนสงสัยว่าสามเณรกิตติพงษ์อาจยังไม่เล่าเรื่องบางเรื่องที่รู้ จึงนำตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมที่โรงพัก

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเจ้าหน้าที่แผนกพิสูจน์หลักฐาน ทำการชันสูตรพลิกศพและนำร่างของพระรัตนมงคลมุนี ออกจากกุฏิไปให้แพทย์ผ่าพิสูจน์หาวิถีกระสุน มีบรรดาญาติโยมที่ทราบข่าวหลายสิบคนพากันมารอกราบนมัสการศพ และญาติโยมที่เป็นสุภาพสตรีต่างพากันร่ำไห้ ที่โจรใจบาปกล้าทำร้ายพระเถระชั้นผู้ใหญ่จนเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยมด้วย
          
          สำหรับประเด็นการสังหารพระรัตนมงคลมุนี ชุดสืบสวนได้ตั้งประเด็นคือ คนร้ายประสงค์ต่อทรัพย์ หรือประสงค์ต่อพระเครื่องบูชามีค่าที่พระรัตนมงคลมุนี มีไว้จำนวนหลายองค์ ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าพระเครื่องดังกล่าวยังอยู่หรือถูกขโมยไปแล้ว ส่วนอีกประเด็นที่ชุดสืบสวนให้น้ำหนักมากที่สุดคือ ความขัดแย้งการบริหารงานในวัด โดยเฉพาะกรณีการบริหารโรงเรียนสมเด็จ ซึ่งเป็นโรงเรียนของวัดแห่งนี้ ที่มีความขัดแย้งถึงขั้นมีการขู่ฆ่าพระรัตนมงคลมุนีเมื่อปี พ.ศ.2548 มาแล้ว

          รายงานข่าวแจ้งว่าสำหรับประเด็นเรื่องการบริหารงานในวัด และโรงเรียน ตำรวจให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ เนื่องจากพบว่ามีเจ้าอาวาสมีปัญหากับพระอีกรูปหนึ่งเกี่ยวกับการทำงาน กระทั่งต่อมาพระรัตนมงคลมุนี ขึ้นเป็นเจ้าอาวาสมีการปรับระบบการบริหารใหม่หมด และเปลี่ยนบุคคลในการทำงาน จนทำให้มีพระบางรูปไม่พอใจ

          ด้านพ.ต.อ.เกษมศักดิ์ หะชะนี ผกก.สภ.อ.เมืองอุบลฯ ตั้งชุดสืบสวนคดีโดยแบ่งชุดทำงานเป็น 2 ชุด ชุดแรกให้สืบสวนหาปมความขัดแย้งภายในวัด ชุดที่สองให้สืบสวนประวัติของพระและฆราวาสที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในความขัดแย้ง เพราะในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบจุดน่าสงสัยคือ การบุกเข้ามาสังหารพระรัตนมงคลมุนี ไม่มีร่องรอยการทำลายเครื่องกีดขวางใดๆ และกุฏิมีประตูทางเข้าออกคือด้านหน้าที่ถูกล็อก และประตูด้านหลังที่เป็นทางลงมาจากชั้นบนของกุฏิ จึงต้องขยายผลให้ได้ว่าคนร้ายเข้ามาในกุฏิด้วยวิธีใด

          สำหรับวัดสุปัฏนารามวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดวรวิหาร เป็นวัดสายธรรมยุตแห่งแรกของจังหวัด ก่อตั้งมากว่า 150 ปี โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 ได้ทรงโปรดให้ก่อสร้างขึ้นเมื่อพ.ศ.2396

http://www.matichon.co.th/khaosod/khaosod_detail.php?s_tag=03p0102150849&show=1&sectionid=0301&day=2006/08/15

-

Guide Ubon

http://www.hotsia.com/
http://www.sadoodta.com/
http://www.111thailand.com/
http://www.oceansmile.com/
http://www.guideubon.com/
http://feelthai.blogspot.com/
copyright 2005 www.GuideUbon.com
สำนักงานไกด์อุบลดอทคอม เลขที่ 89/1 ถนนพโลรังฤทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี 34000
ติดต่อไกด์อุบล : webmaster@guideubon.com | msn : guide_ubon@hotmail | Tel : 080-4850511 Fax : 0-4525-4700