Home Page GuideUbon
    You Tube    Facebook    Twitter    On Mobile
วัดหนองป่าพง

          วัดหนองป่าพง ตั้งอยู่ที่บ้านพงสว่าง หมู่ที่ 10 ตำบลโนนผึ้ง อำเภอวารินชำราบ ห่างจากตัวจังหวัดอุบลราชธานี ไปทางอำเภอกันทรลักษ์ ตามถนนทางหลวงหมายเลข 2178 ประมาณ 8 กม. โดยได้รับวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ.2517 ตามประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 91ตอนที่ 71 โดยกำหนดเขตกว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร มีพื้นที่ป่าภายในเขตกำแพง 186 ไร่ 3 งาน 94 ตารางวา

          จุดเริ่มต้นของวัดหนองป่าพง เริ่มต้นขึ้นเมื่อเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2497 (ขึ้น 4 ค่ำ เดือน 4 ) พระโพธิญาณเถระ(ชา สุภัทโธ) ท่านได้เดินธุดงค์มาถึง "วัดนองป่าพง" พร้อมด้วยลูกศิษย์จำนวนหนึ่ง เมื่อเดินทางมาถึง ก็ได้ทำการปักกลดเรียงรายอยู่ตามชายป่าประมาณ 5-6 แห่ง เดิมนั้นเคยเป็นวัดร้าง และป่าช้ามาก่อน สภาพทั่วไปนั้นเป็นหนองน้ำ มีต้น "พง"ขึ้นอยู่ทั่วไป จึงเรียกป่าบริเวณแถบนี้ว่า "หนองป่าพง" โดยระยะแรกๆ หลวง ปู่ชา สุภัทโธ และลูกศิษย์ต้องต่อสู้อย่างเด็ดเดี่ยวกับไข้ป่า ซึ่งขณะนั้นชุกชุมมาก เพราะเป็นป่าทึบ ยามพระเณรป่วย หายารักษายาก ต้องต้มบอระเพ็ดฉันพอประทังไปตามมีตามเกิด โดยที่ท่านไม่ยอมขอความช่วยเหลือจากผู้อุปฐากเลย เพราะว่า ท่านต้องการให้ผู้ที่มา พบเห็นด้วยตา แล้วเกิดความเลื่อมใสเอง

          จากวัดเล็กๆที่มีบรรณศาลา (กระท่อม) ไม่กี่หลัง จึงได้มีสิ่งก่อสร้างอันควรแก่สมณวิสัยเพิ่มเติม จนพอแก่ความต้องการในปัจจุบัน ทั้งที่พักอาศัยของภิกษุ ภิกษุณี สามเณร อุบาสิกาที่มาค้างแรมเพื่อปฏิบัติธรรม กระท่อมชั่วคราว ได้กลายมาเป็นกุฏิถาวรจำนวนมาก ศาลามุงหญ้า ซึ่งเคยใช้เป็นที่ฉันและแสดงธรรม ได้เปลี่ยนมาเป็นศาลาและโรงฉันอันถาวร กำแพงวัด หอระฆังเสนาเสนาะอื่นๆ ได้เพิ่มมากขึ้นจากแรงศรัทธา ความเลื่อมใสนั้นเอง 

สถาปัตยกรรมที่สำคัญของวัดหนองป่าพง คือ

          1. พระอุโบสถ ซึ่งเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ซึ่งเกิดจากแนวความคิดของหลวงปู่ชา สุภัทโธ คือ พระอุโบสถ หลวงปู่ชา จึงวางหลักในการสร้างอุโบสถดังนี้

1. ตั้งอยู่บนเนินดินคล้ายภูเขา
2. ให้เขากับธรรมชาติมากที่สุด
3. เงียบ ง่าย แข็งแรง ทนทาน ประหยัด
4. ให้มีขนาดกกว้างใหญ่ จุพระได้อย่างน้อย 200 รูป
5. ให้มีเครื่องตกแต่งส้นเปลืองน้อยที่สุดไม่ตั้งมีฝาผนัง และฝนสาดไม่ถึง

          โดยการก่อสร้างพระอุโบสถหลังนี้ ดำเนินการเขียนแบบโดย อาจารย์บำเพ็ญ พันธ์รัตนะอิสระ อาจารย์หัวหน้าฝ่ายสถาปัตยกรรม วิทยาลัยเทคนิค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้เขียนแบบแปลนโบสถ์ ตามแนวความคิดของหลวงพ่อ ทั้ง 5 ประการ ถวายแก่หลวงพ่อ โดยไม่คิดค่าเขียนแบบและคำนวณโครงสร้าง ด้วยจำนวนถึง 20 แผ่น โบสถ์หลังนี้จึงมีความแตกต่างจากโบสถ์ทั่วๆไป ดังนี้

1. พื้นอาสนะอยู่บนเนินดิน สูงจากระดับพื้นดินเดิม 4 เมตร 
2. ตัวโบสถ์สูงจากเนินดิน 17 เมตร เป็นทรงแหลมหลังคาเป็นโดมสูง ด้านหน้าหลังคา 3 ชั้น ด้านหลัง 2 ชั้น ใต้โดมเป็นที่ประดิษฐานพระประธาน หลังคาคอนกรีตเปลือย
3. ในเนินดินใต้โบสถ์เป็นถังน้ำขนาดใหญ่ 2 ถัง ขนาดกว้าง 5.5 เมตร ยาว 5.5 เมตร สูง 3.5 เมตร ทั้งสองถังจุน้ำรวมกัน 211,750 คิวบิคเมตร มีน้ำพอตลอดฤดูกาล
4. มีอาสนะ 3 อาสนะ ใหญ่มีพื้นที่ทั้งหมด 160 ตารางเมตร จุภิกษุได้ 400 รูป
5. ไม่มีฝาผนัง ประตู หน้าต่าง และเครื่องประดับลวดลาย ลดค่าใช้จ่าย การก่อสร้างมุ่งประโยชน์ใช้สอยเป็นสำคัญ
6. การไม่มีฝาผนัง ทำให้ทุกคนได้มองเห็น และมีความรู้สึกว่าได้เริ่มพิธีกรรมในโอกาสต่างๆ ด้วยสายตาได้ ทำให้เกิดความปลื้มสบายใจ เพราะได้พบเห็นพิธีกรรมต่างๆ นั้นเอง 

          2. เจดีย์บรรจุอัฐิหลวงพ่อชา ซึ่งเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมผสมผสาน ระหว่างสถาปัตยกรรมอีสานกับ ล้านช้าง โดยศิษยานุศิษย์หลวงปู่ชา สุภัทโธ ได้สร้างขึ้นเพื่อบรรจุอัฐิหลวงปู่ชา ซึ่งท่านได้มรณภาพเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2535 เวลา 05.20 น. ณ โรงพยาบาลสรรพสิทธิ์ประสงค์ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี 

          3. พิพิธภัณฑ์พระโพธิญาณ เป็นอาคารที่จัดแสดงเครื่องอัฐบริขาร และหุ่นขี้ผึ้ง ของหลวงปู่ชา

 

เช่ารถขับเอง

http://www.hotsia.com/
http://www.sadoodta.com/
http://www.111thailand.com/
http://www.oceansmile.com/
http://www.guideubon.com/
http://feelthai.blogspot.com/
copyright 2005 www.GuideUbon.com
สำนักงานไกด์อุบลดอทคอม เลขที่ 89/1 ถนนพโลรังฤทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี 34000
ติดต่อไกด์อุบล : webmaster@guideubon.com | msn : guide_ubon@hotmail | Tel : 080-4850511 Fax : 0-4525-4700