<ตามหา พระแก้วนพรัตน์ พระแก้วศักดิ์สิทธิ์ 9 องค์แห่งอุบลราชธานี>-ตามหา พระแก้วนพรัตน์ พระแก้วศักดิ์สิทธิ์ 9 องค์แห่งอุบลราชธานี-
Home Page GuideUbon
    You Tube    Facebook    Twitter    On Mobile
-ตามหา พระแก้วนพรัตน์ พระแก้วศักดิ์สิทธิ์ 9 องค์แห่งอุบลราชธานี-
-

               ตั้งแต่ทำเว็บไซต์ไกด์อุบลดอทคอม ผมมีโอกาสไปทำข่าวงานต่างๆ มากมาย ซึ่งทำให้ได้พบพานกับเรื่องสำคัญๆ ของเมืองอุบลฯ ทั้งจากตำรับตำราที่หาอ่านได้ และจากนักปราชญ์ของเมืองอุบล โดยเฉพาะคุณพ่อสุวิชช  คูณผล หนึ่งในเรื่องราวแห่งความภาคภูมิใจ คือการได้ทราบว่า เมืองอุบลราชธานี เป็นเมืองแห่งศาสนาอย่างแท้จริง สมกับคำขวัญท่อนหนึ่งของจังหวัดที่ว่า "ทวยราษฎร์ใฝ่ธรรม" ได้มีโอกาสกราบพระแก้วโบราณอายุมากกว่า 200 ปี หลายองค์ ตั้งแต่ พระแก้วบุษราคัม  พระแก้วไพฑูรย์    พระแก้วโกเมน   และพระแก้วขาวเพชรน้ำค้าง ที่กล่าวมานี้ ไม่สามารถกราบนมัสการได้ในคราวเดียว ต้องใช้เวลาตามแต่โอกาสอันเหมาะสมที่วัดต่างๆ ที่ครอบครองจะอัญเชิญพระแก้วลงมาเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนกราบไหว้

               เมื่องานสงกรานต์ ปี 2555 ที่ผ่านมานี้ ภายหลังจากที่ทราบว่า เดิมมีพระแก้วนิลกาฬอยู่ก่อนแล้ว  ปีนี้ได้พบพระแก้วอีก 1 องค์ มีลักษณะสีเขียวเหมือนแก้วมรกต  ทำให้นึกถึงเรื่องราวที่คุณพ่อสุวิชช เคยเล่าให้ฟัง และได้เขียนไว้ในบทความ "อุบลบานเบ่งเกสรขจรไกล" เรื่อง พระแก้วสำคัญของเมืองอุบล และเรื่อง "นพรัตน์ (แก้วเก้าประการ)" ที่คุณพ่อสุวิชช แนะนำวิธีจดจำแก้วเก้าประการ ดังนี้

               สีขาวผ่อง เพชรดี  ทับทิมสี มณีแดง  เขียวใสแสง มรกต  เหลืองใสสด บุษราคัม  แดงแก่ก่ำ โกเมนเอก  สีหมอกเมฆ นิลกาฬ  มุกดาหาร หมอกมัว  แดงสลัว เพทาย  สังวาลย์สาย ไพฑูรย์ ทำให้ผมกลับมาเปรียบเทียบกับพระแก้วที่เคยถ่ายไว้ ดังนี้

สีขาวผ่อง เพชรดี

พระแก้วขาวเพชรน้ำค้าง วัดสุปัฏนารามวรวิหาร

               พระแก้วขาวเพชรน้ำค้างองค์นี้ เป็นพระปางสมาธิสูง 17 ซ.ม. เนื้อองค์เป็นแก้วผลึกสีขาวใส ซึ่งความใสขององค์พระประดุจน้ำค้างยามเช้าเปล่งแสงแวววาวในตัวเอง ดุจประกายเพชร จึงได้ชื่อว่า “ พระแก้วเพชรน้ำค้าง ” ฉลององค์ด้วยทองคำเป็นบางส่วน เพื่อความสวยงามและทรงคุณค่า

               ในช่วงปี พ.ศ. 2485 เจ้าพระคุณคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ติสฺโส อ้วน) ได้ขึ้นมาจำพรรษาที่วัดสุปัฎนาราม ได้มอบพระแก้วขาวองค์ศักดิ์สิทธิ์องค์นี้ให้เป็นสมบัติอันล้ำค่าของวัดสุปัฎนาราม

               พระรัตนมงคลนี้ เจ้าอาวาสวัดสุปัฎฯ ปัจจุบันสันนิษฐานว่า หลายฝ่ายทางโบราณคดี และพุทธลักษณะขององค์พระ คาดว่า “ พระแก้วขาวเพชรน้ำค้าง ” น่าจะเป็นรุ่นเดียวกับ “ พระแก้วบุษราคัม ” โดยยึดหลักจาก ตำนานการมาตั้งถิ่นฐานของเมืองอุบลฯ เมื่อ 200 ปี เศษมาแล้ว บรรพบุรุษผู้มาสร้างเมืองได้อันเชิญมาเพื่อเป็นสิริมงคลในการเดินทางอันยาวไกล และเป็นขวัญกำลังใจในการสู้รบกับศัตรูผู้รุกรานจนสร้างบ้านเมืองได้เป็นหลักแหล่งเท่าทุกวันนี้

               มีการอัญเชิญพระแก้วขาว วัดสุปัฎนารามฯ ลงให้สาธุชนสรงน้ำขอพรปีใหม่สากล 31 ธันวาคม ถึง 2 มกราคม ของทุกๆ ปี

ทับทิมสี มณีแดง 

               ยังไม่มีข้อมูลของพระองค์นี้ครับ

 

 

เขียวใสแสง มรกต 

               ภาพนี้ถ่ายไว้ในปี 2555 ล่าสุด ในงานสรงน้ำพระ ประเพณีสงกรานต์เมืองอุบลฯ ที่วัดเลียบ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี พระครูอุบลคณาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเลียบ บอกว่ามีโยมมาถวายไว้ พุทธลักษณะคล้ายพระแก้วโกเมน วัดป่าน้อย

เหลืองใสสด บุษราคัม

               พระแก้วบุษราคัม เป็นพระพุทธรูปโบราณ อายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 22-23 หน้าตักกว้าง 3 นิ้ว สูง 4 นิ้ว ปางมารวิชัย สมัยเชียงแสน แกะสลักจากแก้วบุษราคัม

               ตามตำนานเล่ากันว่า พระวรราชภักดี (พระวอ) พร้อมด้วยบุตรหลานของพระตา คือเจ้าคำผง เจ้าทิดพรหมและเจ้าก่ำ บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมืองอุบลราชธานี ได้เชิญพระแก้วบุษราคัมมาจากกรุงศรีสัตนาคณหุต (เวียงจันทน์) เดิมทีพระแก้วบุษราคัมประดิษฐานอยู่ที่บ้านดอนมดแดง และได้อัญเชิญมาประดิษฐานอยู่วัดศรีอุบลรัตนาราม พร้อมทั้งได้อัญเชิญพระแก้วบุษราคัมเป็นองค์ประธานในพิธีอันสำคัญยิ่งทางราชการ โดยถือว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองสืบกันมาแต่โบราณกาล

               ปัจจุบันในเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี ชาวอุบลจะร่วมใจกันอัญเชิญพระแก้วบุษราคัมแห่ไปรอบเมืองอุบลราชธานี เพื่อเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชน ได้นมัสการกราบไหว้และสรงน้ำกันโดยถ้วนหน้า

แดงแก่ก่ำ โกเมนเอก

               ได้รับการบอกเล่าสืบต่อกันมาฟังได้ว่า พระแก้วโกเมนอุบัติขึ้นพร้อมกับพระแก้วบุษราคัม ซึ่งประดิษฐานอยู่วัดศรีอุบลรัตนรามปัจจุบัน เป็นพระพุทธรูปอัญมณีในตระกูลแก้วเก้า ประการ คือ เพชร มณี มรกต บุษราคัม โกเมน นิลกาฬ มุกดาหาร เพทาย และไพฑูรย์

          เมื่อสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ไทยมีสงครามกับเวียงจันทน์ ผู้รักษาการบ้านเมืองและทายก-ทายิกา ได้พากันนำพระแก้วโกเมนไปรักษาไว้อย่างดีที่วัดบ้านกุดละงุม อำเภอวารินชำราบปัจจุบัน และคณะผู้รักษาพระแก้วโกเมน ได้นำท่อนไม้จันทร์มาทำเป็นผอบใหญ่ คว่ำองค์พระพุทธรูปไว้ ด้วยเกรงว่าข้าศึกจะแย่งชิงไป ครั้งเมื่อศึกสงบลงจึงได้นำพระแก้วโกเมนมาประดิษฐานไว้ ณ วัดมณีวนาราม ซึ่งเจ้าอาวาสและคณะกรรมการวัดเก็บรักษาไว้เป็นความลับสืบต่อกันมา

          ทั้งนี้ เนื่องด้วยพระแก้วโกเมนเป็นพระพุทธรูปที่มีค่าหาได้ยากยิ่ง เกรงจะสูญหาย จึงหวงแหนด้วยความห่วงใย พระเดชพระคุณเจ้าอาวาสวัดมณีวนารามที่ผ่านมาทุกรูป จึงเก็บรักษาพระแก้วโกเมนไว้ในตู้นิรภัยตลอดมา ครั้งเมื่อสิ้นสมัยหลวงปู่พระธรรมเสนานี (กิ่ง มหับผโล) คณะกรรมการวัดจึงขออนุญาตนำพระแก้วโกเมนลงมาประดิษฐานให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชา และสรงน้ำในเทศกาลวันวิสาขบูชา เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนและครอบครัว และได้ถือปฏิบัติสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

สีหมอกเมฆ นิลกาฬ 

               จากการสัมภาษณ์ พระครูอุบลคณาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเลียบ เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2554 ท่านได้เล่าถึงที่มาของพระแก้วนิลกาฬ จากการได้พบกล่องลายไม้สักโบราณ ในขณะที่เป็นเจ้าอาวาสในปี พ.ศ.2545 โดยค้นพบบนฝาเพดานกุฎิสุขสวัสดิ์มงคลซึ่งเป็นกุฎิหลังเก่าของวัดเลียบ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งท่านได้พบพระพุทธรูป 3 องค์ ได้แก่ พระพุทธรูปบุเงิน 2 องค์ และ พระแก้วนิลกาฬ 1 องค์

               ท่านได้อัญเชิญมาให้ญาติโยมพุทธศาสนิกชนสรงน้ำสงกรานต์ เมื่อพ.ศ.2549 เป็นต้นมา และได้จัดทำเครื่องทรงชฎา มงกุฎทองคำ ซึ่งทำจากพลอยแท้ ทองคำแท้ ถวายในภายหลัง

มุกดาหาร หมอกมัว 

แดงสลัว เพทาย 

               สองอัญมณีพระนพรัตน์ข้างต้น ยังไม่มีข้อมูลครับ

 

สังวาลย์สาย ไพฑูรย์

               พระแก้วไพฑูรย์ แห่งเมืองอุบลราชธานีศรีวนาลัยประเทศราชนี้ เป็นพระแก้วเกิดจากหินธรรมชาติ มีอายุหลายล้านปีมาแล้ว เป็นพระพุทธรูปที่อยู่ในการปกครองของเจ้านายเมืองอุบลมานาน แต่บรรพบุรุษของพระปทุมวราชสุริยวงศ์ (เจ้าคำผง) ได้ถวายเป็นสมบัติของวัดหลวงคู่กับพระแก้วบุษราคัม เมื่อเจ้านายทางกรุงเทพมหานครมาปกครองเมืองอุบล ในสมัยรัชกาลที่ 5 เจ้านายพื้นเมืองอุบลราชธานีเกรงว่าเจ้านายทางกรุงเทพจะบังคับเอาพระแก้วทั้งสององค์ไปเป็นสมบัติของส่วนตัว จึงได้พากันเอาพระแก้วทั้งสององค์แบกออกจากกันไปซ่อนไว้โดยมิดชิด ไม่ยอมแพร่งพรายให้คนทั่วไปรู้

          ต่อมาเมื่อสร้างวัดศรีอุบลรัตนาราม (วัดศรีทอง) โดยเจ้าอุปฮาชโท บิดาของพระอุบลเดชประชารักษ์ (เสือ ณ อุบล) จึงได้ไปเชิญเอาพระแก้วทั้งสองออกมาจากที่ซ่อน สำหรับพระแก้วบุษราคัมนั้น ได้ถวายแด่พระเดชพระคุณพระเทวธัมมี (ม้าว) ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสรูปแรกของวัดศรีทอง (วัดศรีอุบลรัตนาราม) และเป็นลัทธิวิหาริกของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 มาจากกรุงเทพคงจะมีความเกรงใจไม่กล้าที่จะขอเอาพระแก้วบุษราคัม พระแก้วไพฑูรย์ไปจากเมืองอุบลราชธานี

          ส่วนพระแก้วไพฑูรย์นั้น ทายากของเจ้านายพื้นเมืองอุบลราชธานีเอาไปเก็บรักษาไว้ เพราะเป็นสมบัติอันล้ำค่าของบรรพบุรุษ ต่อมาภายหลังจึงได้นำมาถวายพระครูวิลาสกิจจาทร เจ้าอาวาสวัดหลวงให้เป็นสมบัติของวัดหลวงตามเดิม ดังปรากฏอยู่ทุกวันนี้ นับว่าพระไพฑูรย์องค์นี้เป็นสมบัติของวัดหลวง และของเจ้านายเมืองอุบลราชธานีมาแต่โบราณโดยแท้

          พระแก้วไพฑูรย์เป็นหนึ่งในแก้วอันเป็นรัตนชาติ หากจะยกองค์พระขึ้นส่องจะเห็นเป็นคล้ายสายฝนหยาดลงมาจากฟ้าอันเป็นนิมิตหมายแห่งความอุดมสมบูรณ์ ฝนตกตามฤดูกาล

               หากนับข้อมูลจากพระแก้วสำคัญที่ค้นพบ และสามารถบันทึกภาพไว้ได้นี้ เท่ากับว่าในตระกูลพระแก้วนพรัตน์นั้น จังหวัดอุบลราชธานีมีพระแก้วแล้ว 6 องค์ คือ เพชรขาว มรกต บุษราคัม โกเมนเอก นิลกาล ไพฑูรย์ ยังคงขาดรัตนชาติอีก 3 องค์ ได้แก่ ทับทิมแดง มุกดาหาร และเพทาย ครับ หากท่านใดมีโอกาสมาเยือนเมืองอุบลาชธานี ลองจัดรายการท่องเที่ยวกราบพระแก้วโบราณสำคัญของเมืองอุบลฯ กันครับ หรือหากมีข้อมูลเพิ่มเติมพระแก้วอีก 3 องค์ จะกรุณาแจ้งไกด์อุบล โทร.080-4850511 จักขอบพระคุณเป็นอย่างสูง

 












-

Guide Ubon

http://www.hotsia.com/
http://www.sadoodta.com/
http://www.111thailand.com/
http://www.oceansmile.com/
http://www.guideubon.com/
http://feelthai.blogspot.com/
copyright 2005 www.GuideUbon.com
สำนักงานไกด์อุบลดอทคอม เลขที่ 89/1 ถนนพโลรังฤทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี 34000
ติดต่อไกด์อุบล : webmaster@guideubon.com | msn : guide_ubon@hotmail | Tel : 080-4850511