<ศิลปะเทียนพรรษาเมืองอุบล>-ศิลปะเทียนพรรษาเมืองอุบล-
Home Page GuideUbon
    You Tube    Facebook    Twitter    On Mobile
-ศิลปะเทียนพรรษาเมืองอุบล-
-

               อุบลราชธานีมีตำแหน่งทางภูมิศาสตร์และลักษณะภูมิประเทศ ที่มีความหลากหลายเป็นที่สุดกว่าบรรดาจังหวัดต่างๆ ในภูมิภาคเดียวกัน ความเจริญรุ่งเรืองทางธรรม ได้ส่งผลให้ศิลปกรรมงานช่างเจริญรุ่งเรือง ดั่งมีประจักษ์พยาน เช่น ศิลปกรรมทางพุทธศิลป์ ประเพณีงานบุญเข้าพรรษาที่ชาวอีสานนิยมเรียกว่างาน “บุญเดือนแปด” เป็นช่วงเวลาที่พระสงฆ์ต้องอยู่ประจำอาวาสแห่งเดียวตลอดระยะเวลา 3 เดือน ในช่วงฤดูฝน โดยอุบาสกอุบาสิกา จะนำ “ต้นเทียน” มารวมกันในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8

               เทียนมีรูปสัญลักษณ์ เป็นเล่มหรือมัดรวมกันเป็นต้นเทียน หรือจะเป็นการหล่อต้นเทียนด้วยขี้ผึ้ง เรียกว่า “เทียนเล่มหรือเทียนต้น” ถวายแด่พระสงฆ์ในวันเข้าพรรษา เพื่อให้พระสงฆ์นำไปจุดบูชาพระรัตนตรัยตลอดพรรษา จึงก่อเกิดงานบุญประเพณีแห่เทียนพรรษา ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของ องค์พิธีบุญเข้าพรรษาเท่านั้น โดยยังมีกิจกรรมสำคัญอื่นๆ เช่น การทำบุญตักบาตร การบวชนาค ฟังพระ ธรรมเทศนา ถวายผ้าอาบน้ำฝน ฯลฯ

               ในส่วนของพระภิกษุสามเณร จะใช้ช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย และปฏิบัติศาสนกิจได้อย่างเต็มที่ ทั้งในช่วงเวลากลางวันและกลางคืน อุปสรรคอย่างหนึ่งของการศึกษาพระธรรมวินัยก็คือแสงสว่างในเวลากลางคืน จึงเป็นปฐมเหตุหนึ่งอันสำคัญที่เป็นที่มาของ การนำเทียนไปถวายวัดในเทศกาลเข้าพรรษา ความนิยมดังกล่าวคงมีมาแต่โบราณกาล

               งานช่างเทียนพรรษาเมืองอุบลทั้ง 3 ประเภทได้แก่ ประเภท 1. เทียนมัดรวมติดลาย 2. เทียนประเภทติดพิมพ์ และ 3. เทียนประเภทแกะ สลัก โดยทั้ง 3 ประเภท มีลักษณะร่วมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตนอันมีคุณสมบัติหรือเรียกได้ว่าเป็น สกุลช่างเมืองอุบล ดังนี้คือความชำนาญด้านเทคนิค เอกลักษณ์รูปแบบเทียนพรรษาเมืองอุบล หากไม่นำมารวมกับฝีมือในเรื่องความละเอียดอ่อนประณีตแล้ว เรื่องของความชำนาญในด้านเทคนิควิธีการ ถือเป็นจุดเด่นอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นภูมิปัญญาสร้างสรรค์ของช่างพื้นเมือง ซึ่งล้วนแล้วแต่คิดค้นเทคนิควิธีการอยู่ตลอดเวลา ทั้งในส่วนที่เป็นการคิดประดิษฐ์ต่อยอดจากภูมิปัญญาเดิมหรือค้นพบใหม่

               ดังตัวอย่างช่างในยุคที่ 3 (2470-2501) ได้คิดค้นลวดลายที่มีความซับซ้อน โดยพิมพ์ลายดอกผึ้งบนแบบพิมพ์ที่แกะสลักจากต้นกล้วยหรือผลไม้เนื้อแน่น เช่น ฟักทอง เผือก มะละกอ ให้เป็นลวดลายที่ต้องการ และใช้ไม้เสียบเพื่อสะดวกในการจับนำไปจุ่มลงในขี้ผึ้งที่ต้มจนหลอมละลาย และขี้ผึ้งนั้นก็จะหลุดออกมาเป็นพิมพ์ที่ต้องการ จากนั้นนำไปติดประดับกับต้นเทียน ในส่วนต่างๆ ทั้งนี้ต้องมีการตรึงด้วยไม้กลัดเพื่อไม่ให้ดอกผึ้งหลุด ซึ่งวิธีการนี้เป็น ภูมิปัญญาสร้างสรรค์ที่เป็นต้นแบบของเทียนประเภทติดพิมพ์ และจากเทคนิควิธีการนี้ ได้พัฒนามาเป็นการแกะสลักลายแบบพิมพ์จากต้นฝรั่ง ช่างที่มีชื่อเสียงจากเทคนิคนี้คือ นายโพธิ์ ส่งศรี

               พัฒนาการด้านเทคนิควิธีการทำในยุคที่สำคัญอีก ช่วงหนึ่งคือช่วง พ.ศ. 2502-2519 ได้มีเทคนิคใหม่คือ การสลักเทียน สลักลาย ซึ่งเป็นเทคนิควิธีการใหม่ มีนายคำหมา แสงงาม (ศิลปินแห่งชาติผู้ล่วงลับ) เป็นผู้บุกเบิก ดังนั้น ในวิถีสังคมปัจจุบันที่มีความซับซ้อน เราจึงไม่อาจเห็นอะไรที่สมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะประเด็นของแก่นแท้ของประเพณีแห่เทียนพรรษาในกระแสสังคมแบบทุนนิยมที่เต็มไปด้วยการแข่งขันชิงดีชิงเด่น (เปลือกนอก) ภายใต้แรงขับเคลื่อนของระบบทุนนิยมสามานย์ ที่ผู้คนส่วนใหญ่ได้ตกเป็นทาส ทั้งรู้ตัวและไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอนุรักษ์นิยมและกลุ่มหัวก้าวหน้าที่ต้องเผชิญ กับความเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างของสังคมใหม่ที่แตกต่างจากในอดีตอย่างสิ้นเชิง

               จะเห็นได้ว่าเมื่อ มูนมังที่เป็นตัวตนของท้องถิ่น ถูกชี้นำจากคนนอก หรือคนในที่มีอำนาจ และให้ความหมายใหม่ตามกรอบแนวคิดอันคับแคบแค่ เช่น วาทกรรมหรือการสร้างกรอบแนวคิดจากชนชั้นนำอุบล ที่ไม่มีความรู้และความเข้าใจที่ดีพอ แต่มีอำนาจ โดยเฉพาะในกลุ่มอนุรักษ์นิยมที่สร้างกรอบกติกาอันคับแคบ ที่มีผลโดยตรงต่อการสร้างสรรค์ของช่างเทียน เช่นว่า อุบลเป็นเมืองนักปราชญ์ที่เน้นการเมืองเรื่องศาสนาเชิงอุดมคติ ตามแนวทางนำเข้าจากวัฒนธรรมส่วนกลาง ด้วยเหตุนี้เองที่ ทำให้ท้องถิ่นนั้นสูญเสียกระบวนทัศน์หรือศักยภาพ ความสามารถด้านอื่นๆ ที่จะหยิบยืมปรัชญาทางธรรมและทางโลก ในบริบทท้องถิ่นอีสานด้านอื่นๆ ในอดีต เช่นวรรณคดีพื้นบ้านอีสานอีกมากมายที่เป็นหลักธรรม คำสอน (รวมถึงศิลปะงานช่างพื้นบ้านแขนงต่างๆ) ที่เข้าถึงวิถีชีวิตได้ง่ายกว่า วัฒนธรรมนำเข้าจากภายนอก ที่สนองแค่ความยิ่งใหญ่อลังการตื่นตาตื่นใจใน ทางโลกียะ มากกว่า คุณค่าแห่งตัวตนและสาระธรรมคำสอนที่จะสื่อสารให้ชาว บ้านได้เข้าใจ.

โดย ติ๊ก  แสนบุญ
คอลัมภ์ ศิลปะและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง
นสพ.หอการค้าอุบลราชธานี ฉบับเดือนกรกฏาคม 2556





-

Guide Ubon

http://www.hotsia.com/
http://www.sadoodta.com/
http://www.111thailand.com/
http://www.oceansmile.com/
http://www.guideubon.com/
http://feelthai.blogspot.com/
copyright 2005 www.GuideUbon.com
สำนักงานไกด์อุบลดอทคอม เลขที่ 89/1 ถนนพโลรังฤทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี 34000
ติดต่อไกด์อุบล : webmaster@guideubon.com | msn : guide_ubon@hotmail | Tel : 080-4850511