<เทียนพรรษาพระราชทาน หรือเทียนหลวงพระราชทาน>-เทียนพรรษาพระราชทาน หรือเทียนหลวงพระราชทาน-
Home Page GuideUbon
    You Tube    Facebook    Twitter    On Mobile
-เทียนพรรษาพระราชทาน หรือเทียนหลวงพระราชทาน-
-


ขอบคุณภาพจาก http://morkmek.bloggang.com

               การพระราชทานเทียนพรรษาถือเป็นการพระราชกุศลอย่างหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดทำเทียนพรรษาขึ้นเพื่อพระราชทานไปถวายเป็นพุทธบูชายังพระอารามหลวงต่าง ๆ เป็นประจำทุกปี

การพระราชกุศลหล่อเทียนพรรษา

               พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเคยมีพระราชปรารภว่า เดิมเทียนพรรษาหล่อด้วยขี้ผึ้งล้วน มีเกณฑ์การพระราชทานเทียนดังกล่าวอยู่กว้างๆ คือ วัดพระอารามหลวงที่ได้รับพระราชทานนิตยภัตปีละสองสลึง ก็จะได้รับพระราชทานเทียนพรรษาวัดละ 1 เล่ม หรือมากกว่านั้นบ้างทุกวัด ปริมาณเทียนพรรษาที่จะต้องหล่อและพระราชทานไปยังพระอารามเหล่านั้นมีมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกรัชกาล เมื่อนับตั้งแต่ตั้งกรุงรัตนโกสินทร์จนกระทั่งปลายแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว มีเทียนพรรษาที่ต้องพระราชทานในแต่ละปีถึงเกือบร้อยเล่ม โดยเทียนแต่ละเล่มนั้นใช้ขี้ผึ้งหนัก 16 ชั่ง คิดเป็นปริมาณขี้ผึ้งจำนวนมหาศาล ดังนั้น การจะหล่อเทียนพรรษาในแต่ละปีจึงใช้วิธีการบอกกล่าวพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการทั้งฝ่ายหน้าและฝ่ายใน ตลอดจนเจ้าภาษีนายอากร ขอขี้ผึ้งมาช่วยเหลือ ทุกปีจะเริ่มลงมือหล่อเทียนพรรษาในวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 7

               ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดฯ ให้เลิกการหล่อเทียนพรรษา แล้วทำเทียนไม้ ลายลงรักปิดทอง ด้านปลายทำเป็นลายขี้ผึ้งแทน จากนั้นเจ้าพนักงานจะทำกระบอกตะกั่วเป็นรูปถ้วย ถวายให้ทรงหยอดขี้ผึ้งพอเต็มถ้วยแล้วนำไปตั้งลงในช่องปลายเทียนไม้ เทียนดังกล่าวจะจุดในวันแรกของการเข้าพรรษา จากนั้นเจ้าพนักงานจะจ่ายน้ำมันให้เติมเทียนดังกล่าวเหมือนอย่างตะเกียงไปเรื่อยๆ กระนั้นเทียนขี้ผึ้งอย่างเก่าก็โปรดให้คงไว้แต่เฉพาะวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ตลอดจนพระอารามและปูชนียสถานต่างๆ รวม 19 เล่ม


ขอบคุณภาพจาก http://morkmek.bloggang.com

               ในรัชกาลปัจจุบัน เทียนพรรษาหล่อขึ้นที่โรงหล่อเทียนหลวง ในบริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต โดยมีการจัดทำพิมพ์เทียนพรรษาขึ้นใหม่จากปูนปลาสเตอร์หินแทนแม่พิมพ์เดิมที่ใช้อยู่ที่แผนกศุภรัต พร้อมทั้งปรับปรุงวิธีการหล่อ ให้สามารถจัดทำได้รวดเร็วขึ้น ต่อมาก็พัฒนาแม่พิมพ์โดยใช้ยางซิลิโคนที่ทำให้ได้เทียนสลักที่มีลวดลายชัดเจนกว่าเดิม

               พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงเจิมเทียนพรรษาก่อนวันเข้าพรรษาประมาณ 7 วัน พร้อมกับพระราชทานเทียนชนวน และไม้ขีดไฟไปจุดเป็นพุทธบูชาตามพระอารามหลวงที่ได้รับพระราชทาน จำนวนเทียนหล่อใหญ่ 31 เล่ม เทียนหล่อเล็ก 2 เล่ม (เทียนเล็กสำหรับ พระพุทธบุษยรัตน์ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต) และกระจุบเทียนสลัก 50 เล่ม กระจุบเทียนสลักนี้ใช้ตั้งบนลำเทียนซึ่งทำด้วยไม้แกะสลักลงรักปิดทอง มีกรวยกระบอกรูปถ้วยทำด้วยสังกะสีซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหยอดขี้ผึ้งไว้แทนเทียนทั้งต้นและพระราชทานน้ำมันมะพร้าวไว้สำหรับเพิ่มเมื่อเทียนขี้ผึ้งหมด

การพระราชกุศลฉลองเทียนพรรษา

เทียนพรรษาพระราชทานแบ่งเป็นสองแบบ คือ

               1. เทียนพรรษาแบบแรก เป็นเทียนพรรษาที่ทรงพระราชทาน ถวายยังพระอารามในหัวเมืองซึ่งเมื่อจัดทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจ้าพนักงานจะนำเทียนเหล่านั้นมาถวาย พระมหากษัตริย์ทรงจบพระหัตถ์ก่อนจะส่งไปให้ทันจุดในเวลากลางคืน

               2. เทียนพรรษาแบบที่สอง เป็นเทียนพรรษาที่จัดทำขึ้น เพื่อทรงถวายในพระอารามที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพฯ ซึ่งเมื่อจัดทำเสร็จแล้ว เจ้าพนักงานจะยกมาตั้งที่เฉลียงท้องพระโรง มีพระราชาคณะจำนวน 20 รูป เจริญพระพุทธมนต์ โดยตั้งพระพุทธรูปปางห้ามสมุทรเป็นพระประธานตั้งแต่วันขึ้น 13 ค่ำ เดือน 8 ครั้นวันรุ่งขึ้น มีการถวายภัตตาหารตามปกติ แต่เพิ่มการที่เจ้าพนักงานกรมพระคลังศุภรัตจะทำหน้าที่ตะโกนทูลจำนวนเทียนที่หน้าพระสงฆ์ เพื่อพระมหากษัตริย์ทรงอนุโมทนา เมื่อพระสงฆ์กลับจากการฉัน พระมหากษัตริย์จะทรงพระสุหร่ายและทรงเจิมเทียนพรรษาทุกเล่มแล้ว เจ้าพนักงานจึงนำไปตั้งในพระอุโบสถต่างๆ ตามที่มีกำหนดไว้

               ครั้นเช้าวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 พระมหากษัตริย์จะเสด็จพระราชดำเนินออก ณ วัดพระศรีรัตนศาสดารามพระราชทานเลี้ยงภัตตาหารพระสงฆ์จำนวน 30 รูป แล้ว ทรงจุดเทียนพรรษาเล่มแรกถวายเป็นพุทธบูชา โดยใช้ไฟที่เกิดจากการส่องด้วยพระแว่นลงยาราชาวดี มีลักษณะคล้ายแว่นขยายทำด้วยแก้วหนา ซึ่งถือกันว่าไฟที่ได้มาด้วยวิธีดังกล่าว เป็นไฟบริสุทธิ์ซึ่งชาวอินเดียประพฤติมาแต่โบราณ

               ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริว่า เมื่อพระมหากษัตริย์ทรงจุดเทียนพรรษาแล้ว ก็จะถวายเครื่องสักการะต่างๆ มีต้นไม้เงินต้นไม้ทอง ธูปแพ เทียนแพ และดอกไม้รองพานทองสองชั้น เป็นอาทิ แด่พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระสัมพุทธพรรณี พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จากนั้นเสด็จไปถวายพุ่มเทียนและสิ่งของอื่นๆ เช่น กระถางต้นไม้ กระทงเมี่ยง เทียนมัดหนึ่งร้อยเล่ม ไม้สีฟัน ไม้ขูดลิ้น ไม้ชำระ หมากพลู เป็นต้น แด่พระราชาคณะ พระครูราชาคณะ ทั้งในกรุงและหัวเมืองใกล้เคียง ตลอดจนพระราชวงศ์ที่ทรงผนวช และมหาดเล็กที่บวชบางองค์ก็เข้ามารับของถวายต่อพระหัตถ์ในพระอุโบสถบ้างก็มี

               จากนั้นพระมหากษัตริย์จะทรงแจกเทียนชนวนสำหรับจุดเทียนพรรษาแก่พระบรมวงศานุวงศ์ ให้ไปทรงจุดเทียนพรรษาตามพระอารามต่างๆ เทียนชนวนนั้นจะนำไปใส่ไว้ในโคมไฟฟ้าอีกชั้นหนึ่ง ส่วนพุ่มเครื่องนมัสการสำหรับพระอารามแต่ละแห่ง มหาดเล็กเป็นผู้รับจากเจ้าพนักงานผู้รับผิดชอบไปเท่ากับจำนวนเทียนพรรษาที่ตั้งถวายในพระอารามต่างๆ ได้แก่ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หอพระเสถียร ธรรมปริตร หอพระคันธารราษฎร์ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ วัดราชประดิษฐ์วัดราชบพิธ วัดมหาธาตุ วัดพระเชตุพน วัดบวรนิเวศ วัดสุวรรณาราม วัดสระเกศ วัดชัยพฤกษมาลา วัดประยูรวงศาราม วัดนวลนรดิศ วัดปากน้ำ วัดอัปสรสวรรค์ วัดสัมพันธวงศ์ วัดราชคฤห์ วัดยานนาวา วัดทองนพคุณ วัดหิรัญรูจี วัดศรีสุดาราม วัดคูหาสวรรค์ วัดภคินีนาถ วัดเทวราชกุญชร วัดเฉลิมพระเกียรติ วัดพระนามบัญญัติ๕ วัดส้มเกลี้ยง วัดเวฬุราชิณ วัดปทุมวัน วัดบวรมงคล เป็นต้น จำนวนเทียนพรรษาที่พระราชทาน ถวายยังพระอารามและปูชนียสถานต่าง ๆ ที่กล่าวถึงในพระราชนิพนธ์ ดังกล่าวนั้นมีทั้งเทียนหล่อและเทียนสลักมีจำนวนรวมถึง 117 เล่ม

               จากนั้นก็จะเป็นการเสด็จพระราชดำเนินถวายเครื่องสักการะ ในการเข้าพรรษาตามพระอารามสำคัญๆ และสถานที่ต่างๆ ในพระบรมมหาราชวัง เช่น หอพระเจ้า พระที่นั่งบรมพิมาน พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระพุทธมนเทียร หอศัสตราคม หอเสถียรธรรมปริต พระภูมิหอแก้วเป็นต้น นอกจากนี้ ในวันแรมค่ำหนึ่ง เดือน 8 มีการเปลื้องเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร จากเครื่องทรงฤดูร้อนเป็นเครื่องทรงฤดูฝน ยังมีการสวดมหาชาติคำหลวงในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามซึ่งเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมาแต่โบราณ

เทียนพรรษาพระราชทาน จังหวัดอุบลราชธานี

               ในปี พ.ศ. 2522 คณะกรรมการจัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี ได้พิจารณาร่วมกันว่าการจัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานีเป็นงานใหญ่ระดับชาติ ได้มีการประชาสัมพันธ์ไปยังนานาชาติ จึงได้พร้อมใจกันกราบบังคมทูลขอพระราชทานเทียนพรรษาจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเทศการเข้าพรรษาเป็นกรณีพิเศษ นอกเหนือจากที่พระองค์ทรงกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานแก่พระอารามหลวงในกรุงเทพมหานครปกติ เพื่ออัญเชิญชัยมิ่งมงคลนำขบวนแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานี และนำไปจุดบูชาพระรัตนตรัยในพระอารามหลวงแห่งใดแห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานีต่อไป

               ซึ่งก็นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าฯ พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานเทียนพรรษาแก่จังหวัดอุบลราชธานีตามความประสงค์ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีในขณะนั้น (นายประมูล จันทรจำนง) พร้อมคณะซึ่งเป็นผู้แทนคณะกรรมการจัดงานเข้าเฝ้ารับพระราชทานเทียนพรรษาจากพระองค์ท่าน ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ก่อนวันเริ่มงานประเพณีแห่เทียนพรรษา 7 วัน ได้มีพิธีรับอย่างสมพระเกียติพร้อมอัญเชิญไปประดิษฐานเป็นเทียนชัยมิ่งมงคลในงาน เป็นเทียนพรรษาต้นเดียวที่พระราชทานให้กับต่างจังหวัด และในขบวนแห่เทียนพรรษาต่อไป นับจากปี พ.ศ. 2522 เป็นต้นมา

               เทียนพรรษาพระราชทานเป็นเทียนหล่อสำเร็จประดับด้วยลายไทย ขนาดเส้นผ้าศูนย์กลางประมาณ 4 นิ้ว สูงประมาณ 1 เมตร ทรง 8 เหลี่ยม คล้ายพานรองรับ องค์ประกอบที่สำคัญพระราชทานพร้อมกับต้นเทียน 3 อย่าง ได้แก่ ไจฝ้ายสำหรับทำไส้เทียน 1 ไจ เทียนชนวนทำจากขี้ผึ้งแท้ 1 เล่ม และไม้ขีดไฟ 1 กลัก เมื่อผู้เข้าเฝ้าฯ ได้รับพระราชทานเทียนพรรษาแล้วอัญเชิญเทียนพรรษาพระราชทานมาทางเครื่องบินโดยทางบริษัทการบินไทย และมีพิธีรับเทียนพรรษาพระราชทานอย่างสมพระเกียรติ โดยพิธีต้อนรับเทียนพระราชทานประกอบด้วยวงโยธวาทิต กองเกียรติยศลูกเสือเนตรนารีนักศึกษาวิชาทหาร บรรดาข้าราชการทุกหมู่เหล่าแต่งเครื่องแบบปกติขาว และ กลุ่มพลังมวลชนต่าง ๆ เคลื่อนพร้อมกลับรถบุษบกอัญเชิญเทียนพรรษาพระราชทาน ไปยังจุดที่ตั้งที่ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี






-

Guide Ubon

http://www.hotsia.com/
http://www.sadoodta.com/
http://www.111thailand.com/
http://www.oceansmile.com/
http://www.guideubon.com/
http://feelthai.blogspot.com/
copyright 2005 www.GuideUbon.com
สำนักงานไกด์อุบลดอทคอม เลขที่ 89/1 ถนนพโลรังฤทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี 34000
ติดต่อไกด์อุบล : webmaster@guideubon.com | msn : guide_ubon@hotmail | Tel : 080-4850511