ความเป็นมาของคำขวัญจังหวัดอุบลราชธานี ที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน ผู้เขียนได้เรียนแล้วว่า หอการค้าอุบลฯ เมื่อครั้งแรกตั้งเมื่อ พ.ศ. 2528 ได้รับมอบหมายจากจังหวัดฯ ให้ทำร่วมกับเทศบาลเมืองอุบลฯ ยกร่างคำขวัญ เพื่อนำเสนอรัฐบาลขอรับเงินอุดหนุนพิเศษสำหรับเมืองท่องเที่ยว ในการยกร่างคำขวัญได้นำบทกลอนซึ่งแข่งขันกับจังหวัดชลบุรี ที่ไทยทีวี บางขุนพรหมมาเป็นตัวอย่าง นั่นคือ สักวาคุณค่าเมืองอุบลฯ ที่ชาวอุบลใน กทม. เมื่อ พ.ศ. 2502 ระดมสมองช่วยกันคิดสักวาจนชนะทีมชลบุรี เนื่องจากชาวอุบลล้วนแต่ทรงคุณวุฒิได้รับสมญานามว่าเป็นนักปราชญ์ราชบัณฑิต ได้คัดเลือกนักกลอนชั้นครูจำนวน 4 ท่าน เข้าแข่งขันรายการกลอนสด ในนาม ทีมอุบลราชธานี มีรายชื่อดังภาพ ที่ค้นคว้านำมาเสนอนี้ตามที่ผู้หลักผู้ใหญ่หลายท่านแนะนำว่าให้พยายามหาภาพ ทีมอุบลราชธานี มาเผยแพร่เพราะเป็นข้อมูลสำคัญ
สักวาคุณค่าเมืองอุบลฯ ตรงกับเอกลักษณ์ที่มีศักยภาพในการท่องเที่ยวและเป็นทรัพยากรเพื่อการท่องเที่ยวและเป็นทรัพยากรเพื่อการท่องเที่ยวจึงเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวอุบลราชธานีอย่างเป็นรูปธรรม
เนื่องจากผลการวิจัยทางวิชาการ ถึงเหตุผลที่นักท่องเที่ยวทั่วโลก มุ่งมาเที่ยวเมืองไทย ด้วยปัจจัย 4 ว. ดังนี้
1. วัง เช่น พระบรมมหาราชวังบางประอิน
2. วัด เช่น วัดพระแก้ว, วัดโพธิ์, วัดอรุณ
3. วัฒนธรรม ประเพณี เช่น ประเพณีแห่เทียนพรรษา
การที่ วัฒนธรรม ได้รับความสนใจ เป็นอย่างมากเพราะว่า การรักษาวัฒนธรรมเป็นการรักษาเอกราชของชาติ ด้านคุณค่าวัฒนธรรม ส่วนเอกราชด้านความมั่นคงการทหารหากสูญเสียไป ยังสามารถกู้เอกราชกลับคืนมาได้ เช่น สมัยกรุงศรีอยุธยาไทยเสียเอกราช 2 ครั้ง ยังกู้คืนได้ แต่วัฒนธรรมของชาติหากสูญเสียไปแล้ว ไม่เคยมีชาติใดสามารถกู้วัฒนธรรมกลับคืนมาได้ สูญสลายสิ้นชาติไปเลย
4. วิวทิวทัศน์ธรรมชาติ อาทิเช่น ผาแต้มทัศนาดวงสุริยา ก่อนใครในสยาม, สามพันโบก, ปากบ่องช่องแคบกลางแม่น้ำโขงใช้สวิงด้ามยาวตักปลา
นอกจากนี้ยังมีอาหาร เฉพาะถิ่นโอชารส เช่น เค็มหมากนัด เคยขึ้นโต๊ะเสวยมาแล้วเมื่อครั้งที่ ร.9 เสด็จฯ พระราชทานพระพุทธนวราชบพิตร มาทราบภายหลังว่า หม่อมเจียงคำฯ ได้นำทูลเกล้าฯ ขึ้นโต๊ะเสวยรัชกาลที่ 5 มาแล้ว (กลุ่มสืบสานนำฮอย หม่อมเจียงคำ ชุมพล ณ อยุธยา(ท.จ.) น่าจะศึกษาค้นคว้า เรื่องนี้ เผยแพร่ เพื่อเชิดชูเกียรติคุณต่อไป จะเห็นได้ว่า 25 ปี (พ.ศ. 2528-2553) ที่มีคำขวัญอุบลราชธานี มีศักยภาพเพื่อการท่องเที่ยวตลอดมา ในการนี้มีเงื่อนไขกำหนดไว้ว่า หากจะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง คำขวัญเดิมประการใด ขอให้คำนึงถึง คุณค่า ความเชื่อถือ ความถูกต้องเป็นรูปธรรม เอกลักษณ์หรือสัญลักษณ์ที่โดดเด่นเป็นที่ภาคภูมิใจ ยอมรับได้ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง
ปรากฏว่า ทรัพยากรเพื่อการท่องเที่ยวที่มีศักยภาพอย่างยิ่ง สมบูรณ์ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดทุกประการที่สำคัญคือ ชาวต่างประเทศซึ่งเป็นมิตรประเทศที่เกี่ยวข้องยอมรับ และเชิดชูมานานกว่า 65 ปี เพราะเป็นทรัพยากรที่สัมพันธมิตร เป็นผู้สร้างไว้ เป็นอนุสรณ์สถานเพื่อความรำลึกถึงความดีฯ มีชื่อว่า Monument of Merit โดยมีการวางพวงมาลาด้วยว่า Motto ว่า We Will remember Little Mother Ubon อนุสรณ์สถานที่มีความสำคัญ น้อมนำให้ยึดมั่นในหลักธรรม คือ นิมิตํ สาธุ รูปนํ ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดี เพื่อร่วมกันสืบสานเจตนารมณ์และอุดมการณ์ คือ 1. สิ่งที่จะต้องทำคือคุณงามความดี 2. สิ่งที่จะต้องมี คือ คุณธรรม 3. สิ่งที่จะต้องทำคือความกตัญญูกตเวที
ปรากฏว่าอนุสรณ์สถานสำคัญยิ่งแห่งนี้ ยังไม่กำหนดเป็นคำขวัญอุบลราชธานี ผู้เขียนในฐานะคณะทำงานร่างคำขวัญอุบลราชธานีตั้งแต่แรกจึงได้เสนอ ผวจ.อบ. ดังนี้ ขอเสนอในสาระอื่นๆ ข้อ 4.1
ตามหนังสือ จว.อบ. ที่ 0016/ว23245 ลว. 26 พย.53 เรื่องเชิญประชุมคณะกรรมการจัดทำตำแหน่งที่ตั้งเมืองอุบลฯเก่า เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ไปสู่การ ท่องเที่ยว เป็นการถูกต้องอย่างยิ่ง (เพราะการท่องเที่ยวเป็นรายได้อันดับ 1 ของประเทศ ปีละหลายแสนล้านบาท)
|
 อนุสาวรีย์ "พระประทุมวรราชสุริยวงษ์ (เจ้าคำผง)" ผู้ก่อตั้งสร้างเมืองอุบลราชธานี ผู้ปลูกฝังคุณงามความดีแก่ชาวเมือง ซึ่งเปรียบเสมือนไม้ผลัดต่างวัย รับคุณงามความดี
| อุบลราชธานีมีแหล่งเรียนรู้ที่เป็นอนุสรณ์สถานมานานกว่า 65 ปี มีนักท่องเที่ยวมาจากทั่วโลก ชาวอุบลราชธานีภูมิใจทุกภาคส่วน ควรกำหนดอนุสรณ์สถานแห่งนี้ คือ อนุสาวรีย์แห่งความดี (Monument of Merit) เป็นคำขวัญต่อท้ายคุณค่าเดิม รวมเป็น 9 ประการ เช่นเดียวกับ ฆ้องเมืองอุบลมี 9 จูม เฉลิมพระเกียรติ ร.9 คำขวัญ คุณค่าอุบลราชธานี 9 ประการ มีดังนี้
อุบลราชธานี เมืองแห่งดอกบัวงาม
แม่น้ำสองสี มีปลาแซบหลาย
หาดทรายแก่งหิน ถิ่นไทยนักปราชญ์
ทวยราษฎร์ใฝ่ธรรม งามล้ำเทียนพรรษา
ผาแต้มอารยธรรมสี่พันปี อนุสาวรีย์แห่งความดี
ทั้งนี้ เพื่อสนองกระแสพระราชดำรัส ร.9 คนไทยช่วยกันสรรหาคนดีบริหารเมือง
ที่ประชุมซึ่งประกอบไปด้วยบุคคลสำคัญทุกส่วนราชการและหน่วยงานรวมทั้งประชาชนทุกภาคส่วน โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลฯ นายสุรพล สายพันธ์ เป็นประธาน ได้ร่วมกันพิจารณา และเห็นชอบตามข้อเสนอเป็นเอกฉันท์
ส่วนการปรับปรุง ข้อความว่า ผาแต้มก่อนประวัติศาสตร์ ที่วรรคท้ายคำขวัญเดิมเป็น ผาแต้มอารยธรรมสี่พันปี เนื่องจากนักโบราณคดี มีความเห็นว่าได้ความหมายชัดเจนสมบูรณ์กว่าเดิม นอกจากนี้ยัง สัมผัสคล้องจองกับข้อความว่า อนุสาวรีย์แห่งความดี อีกด้วยยวข้อง"กได้ทั้งชาวไทยและชาวต่างปเป็นที่ภาคภูมิใจ"ึงถึง "วณต่อไป จะเห็นได้ว่า 25 ปี (พ.ศ. 2528-2ป ยังสามารถกู้เอกราชก
 ผู้ร่วมงาน "วันรำลึกแห่งความดีชาวอุบลราชธานี ทั้งชาวไทยและชาวมิตรประเทศ (จำนวนมากขึ้นกว่าทุกปี)
 ส่วนหนึ่งของจำนวนผู้ได้รับการคัดเลือกเป็น "ต้นแบบคนดีศรีแผ่นดิน จังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2553" รับประกาศเกียรติคุณจาก ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ประธานในงานวันรำลึกความดีชาวอุบลราชธานี
|