Home Page GuideUbon
    You Tube    Facebook    Twitter    On Mobile
สวนสมเด็จสิริกิตต์ 72 พรรษา

          ตามที่ผู้เขียนได้เล่าถึงความเป็นมาการที่ “ ชาวอุบลร่วมใจทอผ้าซิ่นไหมฯ ทูลเกล้าฯ ถวาย ” ทำให้เกิดผลสำเร็จในการทอผ้าฯ อย่างน่าชื่นชม มีความสืบเนื่องเกี่ยวกับ “ โครงการสวนสมเด็จสิริกิติ์ 72 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม ราชินีนาถ ” นั้น ได้มีผู้อ่านหลายท่านสอบถามว่า โครงการสวนสมเด็จฯ ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2546 มีความคืบหน้าเพียงไรในระยะเวลา 1 ปีเศษที่ผ่านมา

          ผู้เขียนได้เข้าร่วมประชุมกับผู้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้รวม 3 ครั้ง ณ สถานที่ก่อสร้างสวนสมเด็จฯ ที่ศาลาเฉลิมพระเกียรติฯ และศาลาทรงงาน ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2547 โดยมีพระพรหมวิชรญาณ เป็นประธานที่ประชุม ประกอบด้วยประธานกรรมการดำเนินงานโครงการฯ และคณะกรรมการทุกฝ่ายที่เข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียง จึงได้ข้อมูล ผลการดำเนินงานตามโครงการดังกล่าว นำมาเสนอผู้ที่สนใจ ดังต่อไปนี้

โครงการสวนสมเด็จสิริกิติ์ ๗๒ พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินาถ

          เนื่องด้วยมูลนิธิพระพุทธโลกนาถสุโขทัยโดยมี พระพรหมวชิรณาณ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดยานยาวา ประธานมูลนิธิฯ ได้ถวายที่ดินจำนวน 50 ไร่ เพื่อก่อสร้างโครงการสวนสมเด็จสิริกิติ์ 72 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ณ บ้านยางน้อย ตำบลก่อเอ้ อำเภอเขื่อนใน จังหวัดอุบลราชธานี มีวัตถุประสงค์เพื่อถวายเป็นราชสักการะแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอย ในวันที่ 12 สิงหาคม 2547 และเพื่อสนองพระราชปณิธานของพระองค์ท่านในการรักษาป่าชุมชน สนับสนุนโครงการส่งเสริมศิลปาชีพ เพื่อการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพื่อใช้เป็นสถานที่แสดงผลงานศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น กิจกรรมทางวัฒนธรรมของพื้นที่อีสานใต้ ในโอกาสที่พระองค์ท่านเสด็จฯ เยี่ยมพสกนิกรในภาคอีสานตอนใต้ และเพื่อใช้เป็นที่พักทรงงานแด่พระองค์ในโอกาสต่อไป

          การดำเนินงานโครงการฯ มีหน่วยงานราชการต่างๆ รับผิดชอบ ได้แก่

    1. ศูนย์สำรวจอุทกวิทยาที่ 10 อุบลราชธานี รับผิดชอบโครงการฯ ในการจัดทำผังบริเวณโครงการฯ การสำรวจให้ระดับ ออกแบบอาคารต่างๆ แบบภูมิทัศน์ หมู่เรือนไทยอีสานและน้ำพุ ภายในโครงการฯ
    2. วิทยาลัยสารพัดช่างอุบลราชธานี รับผิดชอบโครงการฯ จัดทำแบบระบบสาธารณูปโภคและระบบบำบัดน้ำเสียภายในโครงการฯ
    3. สำนักทางหลวงที่ 7 (อุบลราชธานี) สำรวจและออกแบบการก่อสร้างถนนแอสฟัลท์ติกคอนกรีตภายในโครงการฯ ลานแสดงผลิตภัณฑ์ และลานแสดงกลางแจ้ง
    4. สำนักงานการเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี รับผิดชอบโครงการฯ ในการก่อสร้างเรือนเพาะชำ ปลูกสวนป่าอีสาน ปลูกต้นไม้ริมถนน จัดสวนกลางแจ้ง สวนเนินเขา และสวนหน้าโครงการฯ
    5. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดอุบลราชธานี รับผิดชอบโครงการฯ ในการจัดทำระบบไฟฟ้าภายในโครงการฯ
    6. หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 54 สำนักงานพัฒนาพิเศษ รับผิดชอบงานควบคุมการก่อสร้างภายในโครงการฯ และงานก่อสร้างถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีภายในโครงการฯ งานก่อสร้างลานแสดงผลิตภัณฑ์ งานก่อสร้างลายแสดงกลางแจ้ง โดยสำนักทางหลวงที่ 7 (อุบลราชธานี) เป็นผู้สำรวจออกแบบ

          รวมงบประมาณทั้งสิ้น 30,929,412 บาท

พื้นที่ดำเนินงาน และรูปแบบของโครงการ

          พื้นที่ดำเนินงานโครงการฯ ใช้พื้นที่ประมาณ 50 ไร่ โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่อยู่อาศัยเป็นคุ้งบ้าน พื้นที่ทำการเกษตรและพื้นที่สวนป่า โดยจัดทั้ง 3 พื้นที่ให้อยู่ด้วยกันอย่างสมดุล เชื่อมโยงกันระหว่างพื้นที่ทั้ง 3 พื้นที่ พึ่งพาอาศัยกัน และรักษาระบบนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อม

พื้นที่ 1 ที่อยู่อาศัยเป็นคุ้งบ้าน

          -เป็นการจัดหมู่บ้านซึ่งขยายจากหมู่บ้านใหญ่ อพยพมาสร้างใหม่ โดยการวางแผนแบบประกอบไปด้วย กลุ่มเรือนอีสาน เช่น เรือนโข่ง เรือนเกย เรือนแฝด และศาลา ซึ่งใช้สำหรับแสดงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรชาวอีสาน และใช้เป็นสถานที่แสดงการสาธิตงานศิลปวัฒนธรรม

          -กลุ่มศาลากลางบ้านประกอบไปด้วย ศาลาทรงงาน ศาลาผู้ตามเสด็จฯ ใช้ก่อสร้างตามสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นอุบลฯ รายละเอียดการตกแต่งที่มีความหมายโดยเฉพาะ และแสดงออกถึงภูมิปัญญาด้านสถาปัตยกรรมของคนอีสาน

          -ลานกลางเป็นสนามหญ้าเพื่อจัดแสดงกิจกรรมต่างๆ และจะใช้จัดการแสดงในโอกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะเสด็จฯ ทรงงานเมื่อพระองค์ท่านเสด็จฯ เยี่ยมพสกนิกรฯ ในภาคอีสานตอนใต้

พื้นที่ที่ 2 พื้นที่ทำการเกษตร

          เป็นการจัดแสดงที่ทำกิน อยู่ท้ายคุ้งบ้านต่อกับชายป่า ประกอบไปด้วย แปลงทำนา แสดงกิจกรรมการทำนาโดยใช้ควาย แปลงพืชผักสวนครัว อยู่ใกล้บริเวณเถียงนา เถียงนาจัดเป็นที่แสดงพันธุ์ข้าวอีสาน เครื่องมือที่ใช้ทำนา สวนผลไม้พื้นบ้านที่คนอีสานนิยมปลูก

พื้นที่ที่ 3 พื้นที่สวนป่า

          เป็นการจัดสวนป่าโดยใช้สภาพแวดล้อมเดิมที่เป็นป่าเสื่อมโทรมมาจัดให้เป็นสวยป่าโดยการคืนสภาพป่าและเพิ่มเติมพันธ์ไม้ที่หายากในท้องถิ่น นำมาจัดให้สวยงาม แสดงให้เห็นระบบนิเวศวิทยา ความสมดุลของธรรมชาติ และให้คนในชุมชนมาใช้ประโยชน์จากป่าได้ในขอบเขตที่พึ่งพาอาศัยกันโดยไม่ทำลายป่า เช่น การเข้าไปเก็บเห็ด หน่อไม้ หรือหากิน หรือหาฟืน โดยมีการควบคุมอย่างพอเพียง ไม่ทำลายสมดุล ทำให้ชุมชนเห็นคุณค่าของป่า และช่วยกันดูแลอนุรักษ์สวนป่า

          เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2547 ที่ผ่านมาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จฯ ทรงเปิด “ สวนเบ็ญจกิติ ” สวนสาธารณะแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ซึ่งอยู่กับบริเวณศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชาว กทม.จึงได้ มี “ ปอดแห่งใหม่ของคนเมืองกรุง ” ที่อุบลราชธานีก็ได้มี “ ปอดแห่งใหม่ของชาวอุบลฯ ” ณ บ้านยางน้อย ตำบลก่อเอ้ อำเภอเขื่อนใน ซึ่งอยู่ริมถนนแจ้งสนิท กม.30 ทั้งนี้ก็ด้วยพระบารมีของสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

          นับว่าการปรารถนาอันแน่วแน่มั่นคงของพระพรหมวชิรณาณ พร้อมด้วยคณะผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลาย ในอันที่จะ เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ ได้บรรลุเป้าหมายทุกประการ อุบลราชธานี จึงได้มี “ สวนสมเด็จฯ ” เป็นศรีสง่าที่น่าภาคภูมิใจ




  แสดงความคิดเห็น
ข้อความ :  
ชื่อ :  
อีเมลล์ :    

 

http://www.hotsia.com/
http://www.sadoodta.com/
http://www.111thailand.com/
http://www.oceansmile.com/
http://www.guideubon.com/
http://feelthai.blogspot.com/
copyright 2005 www.GuideUbon.com
สำนักงานไกด์อุบลดอทคอม เลขที่ 89/1 ถนนพโลรังฤทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี 34000
ติดต่อไกด์อุบล : webmaster@guideubon.com | msn : guide_ubon@hotmail | Tel : 080-4850511 Fax : 0-4525-4700