Home Page GuideUbon
    You Tube    Facebook    Twitter    On Mobile
โครงการเทิดทูนเกียรติคุณ 2 อริยะสงฆ์นักปราชญ์เมืองอุบลราชธานี


วารสารข่าวหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี
เดือนกุมภาพันธ์ 2550

 

                บอกกล่าวเล่าแจ้ง ตามที่ผู้เขียนได้นำเสนอ “การจัดงานสดุดีวีรกรรมพระปทุมวรราชสุริยวงศ์ (เจ้าคำผง) และความเป็นมาของการสร้างอนุสาวรีย์ผู้ก่อตั้งสร้างเมืองอุบลฯ และ 2 อริยะสงฆ์” รวมหลายตอนมาโดยลำดับแล้วนั้น

 

                จะเห็นได้ว่าอนุสาวรีย์ทั้ง 3 ท่านมีควาบสำคัญ มีความหมายต่อชาวอุบลฯเป็นอย่างยิ่ง ประเด็นสาคัญมีอยู่ว่าอนุสาวรีย์เจ้าคำผงผู้ก่อตั้งสร้างเมืองอุบลฯ ได้จัดงานสดุดีวีรกรรมอย่างใหญ่โตทุกปีจนถึงครั้งที่  11 เเล้ว

 

                แต่อนุสาวรีย์  2  อริยะสงฆ์ยังไม่มีการจัดงานเชิดชูเทิดทูนความความดีทั้ง 2 ท่านแต่อย่างใด ทำให้ไม่สอดคล้องหลักการของการจัดสร้างอนุสาวรีย์ระดับชาติที่ว่า “อนุสาวรีย์บุคคลสำคัญที่ได้รับพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างขึ้น หากไม่มีการเชิดชูเทิดทูนคุณงามความดี อนุสาวรียนั้นก็เป็นรูปปั้นธรรมดา"

 

                ด้วยหลักการและเหตุผลดังกล่าวจึง ได้มีการเสนอ “โครงการเทิดทูนเกียรติคุณ 2 อริยสงฆ์นักปราชญ์เมืองอุบลราชธานี” เพื่อให้เป็น “วาระของจังหวัดอุบลราชธานี” เชิญชวนชาวอุบลฯทุกหมู่เหล่าร่วมจัดงานเช่นเดียวกับ “งานสดุดีวีรกรรมพระประทุมวรราชสุริยวงศ์” ซึ่งจัดในวันที่ 10 พฤศจิกายนทุกปีอันเป็นวันคล้ายวันถึงแก่อนิจกรรมของท่าน

 

                ส่วนงานเทิดทูนเกียรติคุณ 2  อริยะสงฆ์นี้ น่าจะจัดตรงกับวันมรณภาพของแต่ละท่าน ซึ่งปรากฎตามอัตประวัติของท่านทั้ง 2 จึงได้นำเสนอให้เป็นที่ปรากฏแก่สาธารณชน ดังต่อไปนี้

อัตประวัติพระอุบาลีคุณูปมาจารย์

(สิริจนฺโท จันทร์ สุภสร)

 

                ชาตะวันที่ 20 มีนาคม พ. . 2399  มรณภาพวันที่ 19  กรกฎาคม พ.ศ. 2475 สิริรวมอายุได้ 77 ปี

 

                ชาติภูมิ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์  (จันทร์ สิริจนฺโท) เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2399 ซึ่งตรงกับวันเเรม 10  ค่ำ เดือน  4 ปีมะโรง ที่บ้ามหนองไหล อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี

 

                บรรพชาอุปสมบท  ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรในปี พ.ศ. 2412 ที่วัดบ้านหนองไหล   อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี จากนั้นได้เข้ามาศึกษาเล่าเรียนที่วัดศรีทอง (วัดศรีอุบลรัตนาราม) ในปี พ ศ 2420 ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุโดยท่านเทวธมฺมี (ม้าว) เป็นพระอุปัชฌาย์

 

                วิทยฐานะ ในปี พ.ศ.2422 ท่านได้เดินทางไปศึกษาเล่าเรียนในกรุงเทพมหานคร อยู่และศึกษาพระปรยัติธรรมที่วัดเทพศิรินทราวาส  ต่อมาย้ายไปพำนักและศึกษาเล่ารียนที่วัดบุปผาราม สอบได้เปรียญธรรม ๓ ประโยคในปี พ.. 2429  เมื่ออยู่จำพรรษาที่วัดศิรินทราวาส ภายหลังต่อมาสอบได้เปรียญธรรม 4 ประโยคในปี พ.ศ. 2437

 

                เกียรติประวัติ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์มีเกียรติประวัติที่โดดเด่นมาก พอจะสรุปได้ดังนี้คือ

 

                1. ผลงานด้านการศึกษา ท่านเป็นผู้วางรากฐานการศึกษาภาษาไทย ภาษาบาลี ให้มีความมั่นคงเมื่อท่านเดินทางกลับเมืองอุบลราชธานีในปี พ.ศ. 2430  ก็ได้ริเริ่มจัดการศึกษาให้มีความเป็นปึกแผ่นเป็นแบบเเผนได้ตั้งโรงเรียนที่นครจำปาศักดิ์ชื่อว่า โรงเรียนบูรพาสยามเขต ตั้งโรงเรียนที่วัดสุปัฏนารามชื่อว่า โรงเรียนอุบลวิทยาคม ตั้งโรงเรียนในวัดในเมืองพนานิคมชื่อว่า โรงเรียนอุดมวิทยากร ผลจากการตั้งโรงเรียนขึ้นในวัดต่างๆ ในเมืองอุบลราชธานี  สนใจและเอาใจใส่ในการศึกษาภาษไทยเเละภาษาบาลีเเพร่หลายมากยิ่งขึ้น

 

                นอกจากการจัดการศึกษาในเมืองอุบลราชธานีและหัวเมืองใกล้เคียงแล้ว เมื่อท่านกลับเข้าไปอยู่ในกรุงเทพมหานครก็ได้เป็นครูใหญ่สำนักเรียนวัดเทพศิริทราวาสเป็นกรรมการสภามหามกุฎราชวิทยาลัยต่อมาได้รับพระราชทานสัญญาบัตรเเต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการการศึกษาภาคอีสาน (ภายหลังเปลี่ยนเป็นเจ้าคณะมณฑล) ท่านก็ได้จัดการศึกษาหนังสือไทยและบาลีให้แพร่หลายไปทั่วภาคอีสาน

 

                2. ผลงานด้านการปกครอง ความสามารถในด้านการปกครอง จะเห็นได้ว่าท่านได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในการบริหารงานคณะสงฆ์หลายตำแหน่งเป็นต้นว่า  เป็นเจ้าอาวาสวัดมหามาตยารามที่นครจำปาศักดิ์เป็นเจ้าคณะสังฆปาโมกข์นครจำปาศักดิ์ ได้รับพระราชทานสัญูญาบัตรแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะสังฆมณฑลอีสาน เจ้าคณะมณฑลจันทบุรี  เจ้าคณะมณฑลราชบุรี  เจ้าคณะมณฑลกรุงเทพฯ  เจ้าอาวาสวัดบรมนิวาส

 

                3. ผลงานด้านสาธารญูปการ  เมื่อท่านรับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบรมนิวาสนั้น เป็นเวลาที่วัดบรมนิวาสชำรุดทรุดโทรมมากที่สุด ท่านได้ชักชวนญาติโยมบริจาคทรัพย์เพื่อปฏิสังขรณ์ในส่วนที่ชำรุดเเละก่อสร้างถาวรวัตถุขึ้นใหม่ ในกาลต่อมาวัดบรมนิวาสก็ได้รับการปฏิสังขรณ์เป็นอย่างดีมีถาวรวัตถุเกิดขึ้นใหม่เป็นจำนวนมาก มีถนนเข้าวัด ซึ่งเมื่อก่อนไม่มีถนนเข้าอาศัยทางรถไฟในเข้า- ออก ทางเดียว

 

                ในปี พ.ศ. 2468 ท่านไปสร้างวัดสิริจันทรนิมิตที่จังหวัดลพบุรี และนับว่าเป็นวัดที่มีความสงบ  วิเวกและสวยงามในปัจจุบันวัดหนึ่ง

 

                4. ผลงานด้านการเผยแพร่  พระอุบาลีคุณูปมาจารย์นับว่าเป็นพระธรรมกถึกเอกรูปหนึ่งสำนวนโวหารในการเทศน์ของท่านเป็นที่ตรึงใจผู้ฟังมาโดยตลอด กิตติศัพท์ในการแสดงธรรมของท่านมิได้มีเฉพาะเมืองไทยเท่านั้น แม้แต่เจ้าฟ้าเจ้าเมืองแห่งเชียงตุงก็ยังเลื่อมใสศรัทธาในตัวท่านเป็นอย่างมากดังจะเห็นได้ว่าในปี พ.ศ.2466 เมื่อท่านเดินทางไปนมัสการพระธาตุจอมทองในอาณาเขตเมืองเชียงตุงได้รับอาราธนาจากเจ้าฟ้าเมืองเชียงตุงให้ไปเทศนา โปรดประชาชนข้าราชการในเมืองเชียงตุง และท่านได้รับความศรัทธาเลื่อมใสเป็นอันมาก

 

                พระอุบาลีคุณูปมาจารย์เป็นพระมหาเถระในอดีตที่มีความสำคัญมากรูปหนึ่ง ได้รับภารกิจพระศาสนาเป็นเจ้าอาวาสเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะมณฑล  เป็นกรรมการสภามหามกุฏราชวิทยาลัย เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม

 

                มรณภาพ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์มรณภาพวันที่ 19  กรกฎาคม พ.ศ. 2475  ที่วัดบรมนิวาสรวมอายุได้ 77  ปี

ความปรีชาสามารถอัจฉริยะของท่านได้รับการยกย่องให้เป็น “จอมปราชญ์”  จารึกไว้ที่ฐานอนุสาวรีย์ของท่านในปัจจุบันนี้




  แสดงความคิดเห็น
ข้อความ :  
ชื่อ :  
อีเมลล์ :    

 

http://www.hotsia.com/
http://www.sadoodta.com/
http://www.111thailand.com/
http://www.oceansmile.com/
http://www.guideubon.com/
http://feelthai.blogspot.com/
copyright 2005 www.GuideUbon.com
สำนักงานไกด์อุบลดอทคอม เลขที่ 89/1 ถนนพโลรังฤทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี 34000
ติดต่อไกด์อุบล : webmaster@guideubon.com | msn : guide_ubon@hotmail | Tel : 080-4850511 Fax : 0-4525-4700