 วารสารข่าวหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี เดือนสิงหาคม 2550
เขียนเรื่องนี้วันที่ 12 ส.ค. 50 วันแม่ชาติ ด้วยสำนึกพระคุณแม่
เมื่อต้นเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2550 นี้ ผู้เขียนได้รับการประสานงาน จาก ประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี ความว่า จังหวัดฯได้รับการติดต่อจากสวนสัตว์ดุสิต ขอทราบข้อมูล/ประวัติของ พลายบุญเลิศ ลูกช้างกำพร้าแม่เพราะถูกพรานใจบาปยิงตายตั้งแต่พลายบุญเลิศพึ่งเกิด ที่ชาวอุบลฯน้อมเกล้าฯถวายอยู่ใต้ร่มพระบารมีแม่ของแผ่นดินเมื่อคราเสด็จฯเยี่ยมชาวอุบลฯครั้งแรกวันที่ 16-18 พฤศจิกายน 2498 ขอให้ผู้เขียบรวบรวมข้อมูล/ประวัติของ พลายบุญเลิศ ไว้ด้วย เนื่องจากเป็นช้างในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชิมีนาถ ได้รับพระราชทานเงินเดือนจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ เป็นประจำทุกเดือน โดยคุณโสภณ ดำนุ้ย ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นผู้ลงชื่อรับเงินเดือนแทนพลายบุญเลิศทุกเดือน คุณโสภณฯ เล่าว่า พลายบุญเลิศ ทำหน้าที่ พ่อพันธุ์ ในสวนสัตว์ดุสิต
สำหรับข้อมูล/ประวัติของ พลายบุญเลิศ ผู้เขียนได้รวบรวมไว้หลายด้านเพราะผูกพันกันมานานตั้งแต่ พ.ศ. 2498 ในขณะที่ผู้เขียนเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช ได้อัญเชิญธงประจำกองลูกเสือเกียรติยศถวายความเคารพองค์พระประมุขของชาติในคราเสด็จฯ เยี่ยมอุบลฯ ครั้งนั้น และได้ติดตามข่าวคราวของ พลายบุญเลิศ โดยตลอดมา จนได้ทราบว่า ได้มีปาฐกถาของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ซึ่งปฏิบัติหน้าที่พิธีกรในการเสด็จฯ เยี่ยมพสกนิกรชาวอีสาน เมื่อปี 2498 ได้เล่าถึง พลายบุญเลิศ ดังต่อไปนี้
พสกนิกรชาวอุบลฯ น้อมเกล้าถวายช้างพลายบุญเลิศ
เมื่อคราพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินยังจังหวัดอุบลราชธานีเป็นครั้งแรกในปีพ.ศ. 2498 ราษฎรชาวอุบลฯ น้อมเกล้าถวายช้างพลายบุญเลิศ
ในปาฐกถาโดย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เรื่อง ใต้พระบรมโพธิสมภาร ในการจัดนิทรรศการ สองกษัตริย์นักพัฒนา ซึ่งตีพิมพ์ในหนังสือต่วยตูน ปีที่ 35 เล่มที่ 7 ปักษ์แรก ธันวาคม 2548 ได้บอกเล่าเหตุการณ์ในครั้งนั้นและเรื่องราวของพลายบุญเลิศคู่มือเข้าไปอยู่ในวัง ไว้ว่า
เสด็จจังหวัดอุบลฯเป็นครั้งแรกเป็นทางราชการประทับแรมที่อุบลฯ ในคืนนั้นชาวบ้านเขาออกไปหาปลา ไปทอดแห แทนที่จะได้ปลาแต่ได้ช้างมาตัวหนึ่ง ก็นับว่าเป็นเรื่องประหลาด ชาวบ้านก็นำมาน้อมเกล้าฯ ถวายเขาบอกเป็นช้างในหลวง ก็ทรงรับไว้ เอามาเลี้ยงในพระที่นั่งอัมพรสถาน ในพระราชวังดุสิต พระราชทานชื่อว่า พลายบุญเลิศ ตอนนั้น ตัวเล็กๆ น่ารักมากๆ วิ่งขึ้นอัฒจันทร์วิ่งลงตามที่เสด็จ วิ่งขึ้นลงตามพระที่นั่งอย่างสุนัขมีความสุข เวลามีงานราชอุทยานสโมสร ซึ่งข้าราชการผู้ใหญ่ คณะทูตานุทูตแต่งเต็มยศ ติดสายสะพายเข้าไปรับพระราชทานเลี้ยง มีของว่างพวกแซนด์วิช น้ำส้ม เครื่องดื่มเบาๆ พลายบุญเลิศก็เที่ยวเดินไปเดินมาในการอุทยานสโมสรโดยแต่งตัวเต็มยศ คือ มีรัดข้อทั้งสี่สวยงามมาก ที่คอก็ห้อยเสมา ภ.ป.ร. อันใหญ่สมกับลักษณะของช้าง เมื่อยังเล็กอยู่ก็มีความสุภาพพอสมควรไปสะกิดสะเกาขอของกิน ขอทูตบ้าง ขอข้าราชการขอรัฐมนตรีใครเห็นก็เอ็นดู ให้ของกิน กินๆไปจนงานเสร็จ
รุ่งขึ้นอีกปีหนึ่งการสะกิดแรงขึ้นเพราะตัวโตแล้ว รุ่งขึ้นอีกปีพลายบุญเลิศก็เริ่มกระชากสายสะพายของคนที่เข้าไป ขอของกินเขาแรงๆ บางทีจนสายสะพายหลุด รู้สึกจะโตมากขึ้นจนอยู่ในรั้วในวังเห็นจะยาก ก็มีพระราชดำรัสบอกบุญเลิศโตแล้วต้องไปอยู่โรงเรียนประจำ โดยนำพลายบุญเลิศไปไว้ที่เขาดิน อยู่ที่นั่นจนโตมาก เป็นหนุ่มใหญ่สูง แหงนพูดกันวันดีคืนดีทูลกระหม่อม (ตอนนั้นยังทรงพระเยาว์ พระองค์เล็กๆ) มีพระราชประสงค์จะไปขอพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ทรงพาไปเที่ยวเขาดิน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็เสด็จทอดพระเนตรสัตว์อื่นๆ แล้วผ่านโรงช้าง พลายบุญเลิศถูกผูกเสาตะลุงไว้ พอเห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ยกงวง ถวายบังคมร้องเสียงดัง ทรงเข้าไปมีพระราชปฏิสันถารตบงวง ตบศีรษะ มันก็ก้มลง พอพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จผ่าน ช้างก็เริ่มร้องไห้ด้วยเสียงอันดัง จะตามเสด็จกลับพระราชวังดุสิต ตั้งแต่นั้นมาไม่เสด็จกลับพระราชดำเนินเขาดิน เพราะว่าทรงเมตตาต่อพลายบุญเลิศ
|