<เปิดตำนาน สามพันโบก แกรนด์แคนยอนเมืองสยาม อุบลราชธานี>-เปิดตำนาน สามพันโบก แกรนด์แคนยอนเมืองสยาม อุบลราชธานี-
Home Page GuideUbon
    You Tube    Facebook    Twitter    On Mobile
-เปิดตำนาน สามพันโบก แกรนด์แคนยอนเมืองสยาม อุบลราชธานี-
-

               ในปี พ.ศ.2555 แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิต ติดอันดับของเมืองไทย ไม่มีใครไม่รู้จัก “สามพันโบก” แล้วครับ นักท่องเที่ยวหลายท่าน หลายกลุ่ม เมื่อมาเยือนจังหวัดอุบลราชธานีแล้ว ก็มักจะขอปรับรายการท่องเที่ยวให้ได้ไปสามพันโบกด้วย ถึงขนาดที่ว่า แม้มีเวลาไม่พอที่จะเที่ยวสามพันโบก ก็ขอให้ได้ไปถึงจอดรถถ่ายรูปสัก 10 นาทีก็ยังดี หลายครั้งที่ผมในฐานะที่ทำเว็บไซต์ไกด์อุบล (www.guideubon.com) ก็ยังต้องคอยรับโทรศัพท์ตอบคำถามอยู่เสมอว่า สามพันโบกเที่ยวได้หรือยัง มีเวลาเที่ยวอุบลเท่านั้นเท่านี้วัน อยากไปเที่ยวสามพันโบกด้วยต้องทำอย่างไร อ่านมาถึงตอนนี้ ผู้อ่านคงสงสัยว่า สามพันโบก มีที่มาอย่างไร ย้อนหลังกลับไปสักประมาณ 10 ปี ทำไมไม่มีใครรู้จัก บางท่านเกิดที่อุบลฯ โตที่อุบลฯ ตอนนี้ทำงานอยู่กรุงเทพฯ ก็เพิ่งจะเคยได้ยินนี่แหละว่า แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งใหม่ สามพันโบก ตั้งอยู่ในจังหวัดอุบลราชธานีบ้านเกิดของตัวเองแท้ๆ

               ย้อนหลังกลับไป ช่วงประมาณ พ.ศ.2546-2548 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 2 (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานอุบลราชธานี) ได้จัดรายการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรใช้ชื่อว่า “อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน” พานักท่องเที่ยวไปเที่ยวชมสวนเกษตรในจังหวัดอุบลฯ และศรีสะเกษ หนึ่งในรายการนั้นคือ สวนเกษตรริมฝั่งโขง ชมและชิม ลำไย-มะขาม จากสวนเกษตรเขียวสด อ.โพธิ์ไทร และพาเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวในบริเวณนั้น จึงเป็นที่มาของไกด์อุบลที่ได้รู้จัก อาจารย์เรืองประทิน  เขียวสด  ครูโรงเรียนบ้านสองคอน ในฐานะเจ้าของสวนเกษตรเขียวสด และในฐานะผู้นำชุมชนส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งบ้านโป่งเป้า


อ.เรืองประทิน เขียวสด ผู้บุกเบิกสามพันโบก

สามพันโบกก่อนเผยตัวสู่สาธารณชน

               วันแรงงานแห่งชาติ 1 พฤษภาคม 2549 ไกด์อุบลพาครอบครัวไปเที่ยว บ้านสองคอน อ.โพธิ์ไทร อีกครั้ง นัดพบกับอาจารย์เรืองประทิน เพื่อให้พาเที่ยวชมสวนมะขาม และแหล่งท่องเที่ยวริมโขง ได้แก่ ปากบ้อง (จุดที่แคบที่สุดของแม่น้ำโขง) หินหัวพะเนียง หินผาศิลาเลข ฯลฯ ยังไม่ชื่อ “สามพันโบก” อยู่ในรายการ และตอนนั้นก็ยังไม่มีใครเอ่ยถึงสามพันโบกด้วยครับ ในวันนี้เองที่อาจารย์เรืองประทิน พาพวกเราออกนอกเส้นทางเพื่อพาไปชมสถานที่แห่งใหม่ มีความสวยงาม แต่ต้องล่องเรือไปครับ จำได้ว่าอาจารย์เรืองประทินบอกว่า จะพาไปดู “โบก“ ซึ่งเป็นภาษาอีสานแปลว่า หลุม หรือแอ่ง และรอชมพระอาทิตย์ลับฟ้าที่หาดหงส์ เอาแล้วสิ ได้ยินชื่อแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่แล้ว ชื่อหาดหงส์ก็งดงามจนต้องมนต์สะกดตามอาจารย์เรืองประทินไป

                คำว่า “โบก” หรือหลุม หรือแอ่ง นี้ อาจารย์เรืองประทินเล่าว่า สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากการหมุนวนของน้ำ กล่าวคือ ผืนแผ่นดินริมฝั่งโขงนี้ เมื่อสมัยก่อนน่าจะเป็นท้องน้ำอันกว้างใหญ่ ใต้ผืนน้ำนี้เอง มีแรงน้ำวน ทำให้เศษหินเศษทรายหมุนวนอยู่ใต้น้ำ กัดเซาะชั้นหินใต้ท้องน้ำเป็นเวลานานหลายพันปี จนทำให้เกิดหลุม ต่อมาเปลือกโลกมีการยกตัว แผ่นดินอีสานกลายเป็นที่ราบสูง ผืนดินที่เคยอยู่ใต้น้ำก็ขึ้นมากลายเป็นบก ทำให้เราเห็นหลุมมากมายบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ชาวบ้านเรียกหลุมนี้เป็นภาษาท้องถิ่นว่า “โบก” ครับ

               หลังจากได้ชมโบกพร้อมกับข้อสันนิษฐานการเกิดโบกแล้ว เป็นเวลาเย็นพอดี ไปรอชมพระอาทิตย์ตกที่หาดหงส์ แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่ไกด์อุบลเพิ่งเคยได้ยิน เราล่องเรือไปจอดที่เนินทรายอันกว้างใหญ่ ได้สัมผัสเม็ดทรายละเอียดยิบนุ่มเท้า ความประทับใจทั้ง โบก และ หาดหงส์ ทำให้ไกด์อุบลคิดว่า ต้องมาเที่ยวใหม่อีกครั้ง มีเวลามากๆ สำหรับการเที่ยวชม  แต่น่าเสียดายเมื่อทราบจากอาจารย์เรืองประทินว่า หลังจากนี้ (เดือนพฤษภาคม) จะเข้าหน้าฝน ฤดูน้ำหลาก แม่น้ำโขงจะสูงขึ้นจนท่วมปิดโบก ปิดหาดทรายที่เราเห็นจนหมด  จะเที่ยวได้อีกครั้ง ต้องรอหลังน้ำลดประมาณเดือนธันวาคมครับ

               15-16 ธันวาคม 2549 ปีเดียวกันนี้เอง ไกด์อุบลได้กลับมาเยือนสามพันโบกอีกครั้ง ตามคำเชิญของอาจารย์เรืองประทิน เขียวสด และ อบต.เหล่างาม เพื่อทดลองทัวร์แค้มป์ปิ้งแนะนำการท่องเที่ยวแบบค้างแรม  ครั้งนี้ไกด์อุบลมีโอกาสมากับสื่อมวลชนอีกกลุ่มหนึ่ง คือ ราชธานีเคเบิ้ลทีวี (RTV) ครับ ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากอาจารย์เรืองประทิน และนายชาย บุดดีวัน ผู้ใหญ่บ้านโป่งเป้า พร้อมกับทีมงาน อบต.เหล่างาม ในตอนค่ำมีท่าน สจ.อำเภอโพธิ์ไทร มาร่วมเสวนาด้วย

               ถือเป็นครั้งแรกที่มีการค้างแรมแบบนักท่องเที่ยวกลางสามพันโบก มีกิจกรรมแค้มป์ปิ้ง ก่อกองไฟปิ้งย่าง ถือเป็นการแก้หนาวไปด้วย ในความเห็นของไกด์อุบล เห็นว่าที่นี่ต้องเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่ไม่ควรให้นักท่องเที่ยวมาค้างแรม กางเต็นท์ ก่อกองไฟ แบบนี้ เพราะก่อให้ก่อให้เกิดมลภาวะ ยากต่อการควบคุม และตอนกลางคืน อาจมีคนเดินตกโบกได้ ฯลฯ พร้อมๆ กับได้รับฟังความร่วมมือร่วมใจของ ผู้ใหญ่บ้าน อบต. จนถึง อบจ. ในการสนับสนุนงบประมาณเข้ามาพัฒนาทั้งถนนหนทางและระบบสาธารณูปโภค เพื่อให้สามพันโบกเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน



สามพันโบก เมื่อ พ.ศ.2549 รถยังไม่สามารถลงไปได้

 

ทำไมถึงชื่อ “สามพันโบก”

               “ทำไมถึงตั้งชื่อว่า สามพันโบก” เป็นคำถามที่ผมถามขึ้นกลางวงสนทนา ได้รับคำตอบจากอาจารย์เรืองประทินว่า โบกที่เราเห็นนั้นมีมากมายจนนับไม่ถ้วน พอๆ กับสี่พันดอนของ สปป.ลาว เราตั้งแค่สามพันก็พอ เลยได้ชื่อ สามพันโบก ตั้งแต่นั้นมา ยืนยันว่าเพิ่งตั้งขึ้นมาจริงๆ เพราะช่วงนั้นไกด์อุบลไปสามพันโบกบ่อยๆ คุยกับชาวบ้านแล้ว ชาวบ้านก็ยังสงสัยว่าสามพันโบกอยู่ตรงไหน  รู้จักแต่โบก กับเพิงหินริมแม่น้ำโขงที่ใช้อาศัยจับปลาทำมาหากิน  ต้องยกความดีความชอบให้อาจารย์เรืองประทิน เขียวสด ผู้นำชุมชนที่พยายามพานักท่องเที่ยวไปชมสามพันโบก และอบรมเด็กๆ ในชุมชนบ้านโป่งเป้าให้เข้ามาเป็นไกด์น้อยพานักท่องเที่ยวไปชม

                สามพันโบก  ถือว่าเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาตามธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในลำน้ำโขงเท่าที่ทราบกันมา  เป็นสถานที่ชาวบ้านใช้ดำรงชีพด้วยการจับปลาในหน้าแล้ง ในบริเวณเดียวกันนี้ มีสถานที่ที่ชาวบ้านเรียกว่า แกรนด์แคนยอนน้ำโขง  อันเกิดจากการกัดเซาะของน้ำหลายพันปี  เป็นร่องน้ำขนาดใหญ่  สูงประมาณ  3-7 เมตร กว้างประมาณ 20 เมตร  

                แก่งหินสามพันโบก เป็นกลุ่มหินทรายแนวเทือกเขาภูพานตอนปลาย ที่ทอดตัวยาวริมฝั่งโขงไทยและลาว  สายน้ำแคบและเป็นคุ้งน้ำ  ณ เส้นรุ้งที่ N.15 องศา 47.472 ลิปดา และเส้นแวงที่ E.105 องศา  23.983 ลิปดา ริมฝั่งโขงบริเวณนี้เป็นกลุ่มหินที่เรียงตัวทอดยาว เป็นสันดอนขนาดใหญ่พื้นที่กว่า 30 ตารางกิโลเมตร ผาหินบริเวณโค้งด้านหน้ารับแรงน้ำที่ไหลจากตอนบน  ก่อเกิดประติมากรรมธรรมชาติที่งดงาม 

                จุดเด่นที่น่าสนใจคือ โบก อันเกิดจากกระแสน้ำได้พัดพาก้อนกรวด หิน  ทราย  และเศษไม้  กัดเซาะขัดแผ่นหินทรายให้เกิดเป็นหลุมแอ่ง  มีขนาดเล็กๆจนถึงขนาดใหญ่จำนวนมากมาย หินบางก้อนถูกกัดกร่อนคล้ายงานแกะสลักเป็นรูปสัตว์ รูปหัวใจ รูปมิกกี้เมาส์จากโบกจำนวนมากมาย   จนสถานที่แห่งนี้ถูกขนานนามว่า  สามพันโบก 

เปิดตำนานสามพันโบก

                ระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวไปยังจุดต่างๆ ของสามพันโบก ขณะนั่งพักเหนื่อย ยังได้ฟังตำนาน หรือความเชื่อของชาวบ้านที่เล่าต่อๆ กันมา จากอาจารย์เรืองประทิน เช่น

                ตำนานหินหัวสุนัข   ทางเข้าของแกรนด์แคนยอนแม่น้ำโขง  มีหินสวยงามลักษณะคล้ายหัวสุนัข  ซึ่งมีตำนานเล่าขานกันต่างๆ นานา  บ้างก็ว่า แต่ก่อนมีเจ้าเมืองเป็นผู้เรืองอำนาจประทับใจความงามของสามพันโบก  จึงได้ส่งเสนามาศึกษาเพิ่มเติม  เมื่อมาแล้วพบขุมทรัพย์เป็นทองคำ  จึงให้สุนัข เฝ้าทางเข้าจนกว่าเจ้าเมืองจะออกมา  เมื่อเจ้าเมืองได้เห็นสมบัติเกิดความโลภ  กลัวเสนาจะได้ส่วนแบ่งจึงได้ออกไปทางอื่น  สุนัขผู้ภักดีก็เฝ้ารออยู่ตรงนั้นจนตายในที่สุด  บางตำนานก็ว่าลูกพญานาคในลำน้ำโขงเป็นผู้ขุดเพื่อให้เกิดลำน้ำอีกสายหนึ่งและได้มอบหมายให้สุนัขเป็นผู้เฝ้าทางระหว่างการขุดจนกระทั่งสุนัขได้ตายลงกลายเป็นหินรูปสุนัขในที่สุด

                ตำนานหาดหินสี  หรือทุ่งหินเหลื่อม  ทุ่งหินเหลื่อมอยู่ในพื้นที่บ้านคำจ้าว  ตำบลเหล่างาม  อำเภอโพธิ์ไทร  เป็นกลุ่มหินสีที่มีลักษณะแปลกตา  คือหินแต่ละก้อน  จะมีผิวเรียบเป็นมันประกอบด้วยสีเหลือง เขียว ม่วง น้ำเงิน  มีขนาดตั้งแต่ก้อนเล็กเท่ากำปั้นและก้อนใหญ่สุดมีขนาดใหญ่กว่า 3 เมตร กระจายเป็นกลุ่ม 3 กลุ่มใหญ่ หินแต่ละก้อนถ้านำมาเรียงต่อกันจะเชื่อมกันได้สนิทคล้ายจิ๊กซอว์หินสี จากตำนานชาวบ้านที่เล่าขานต่อกันว่ากลุ่มหินสีดังกล่าวคือทองคำพญานาค ซึ่งเกิดจากการขุดสร้างแม่น้ำโขงของพญานาคตัวพ่อและตัวแม่ ส่วนร่องน้ำเล็กที่คู่ขนานกับแม่น้ำโขงเป็นผลงานของลูกพญานาคที่ขุดเล่น จนเกือบทะลุกับแม่น้ำโขง ลูกพญานาคพบหินเหมือนทองคำ จึงขุดขึ้นกองไว้เป็นบริเวณกว้างประมาณ 2 ไร่

                ตำนานปู่จกปู  หลุมโบกที่เกิดขึ้นมากมาย  ก่อเกิดเรื่องเล่า  ปู่พาหลานมาจับปาบริเวณถ้างต้อน  (ต้อนเป็นเครื่องมือดักปลาของคนอีสาน)  บังเอิญไม่สามารถจับปลาได้จึงใช้มือล้วงปูหินริมน้ำโขงจนเกิดโบกจำนวนมาก

สามพันโบกได้รับความนิยม

                สามพันโบกได้รับความสนใจอย่างมากเมื่อโฆษณาของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  ชุด เที่ยวไทยครึกครื้นเศรษฐกิจไทยคึกคัก  ที่มีเบิร์ด ธงชัย แมคอินไตย เป็นพรีเซนเตอร์ เริ่มออกฉาย ภาพสามพันโบก สถานที่ท่องเที่ยวซึ่งเป็นฉากจบของโฆษณาชุดนี้กลายเป็นคำถามว่า  ที่ไหนกัน  เมืองไทยมีที่แห่งนี้ด้วยหรือ นับตั้งแต่นั้นมา  แก่งสามพันโบก  จึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่  ที่กำลังเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวติดอันดับประดับประเทศ

               สามพันโบก ได้รับความสนใจยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อผู้สร้างภาพยนตร์เมืองไทยร่วมทุนกับประเทศมาเลเซีย สร้างภาพยนตร์เรื่อง สามพันโบก (THE SANCTUARY) นำแสดงโดย รัสเซล หว่อง, ทราย เจริญปุระ, เมย์ ภัทรวรินทร์ มีการใช้สถานที่สามพันโบกเป็นฉากถ่ายทำด้วย ออกฉายปลายปี 2552

การเที่ยวสามพันโบก 

                การเดินทางไปเที่ยวชมสามพันโบก อยู่ห่างจากจังหวัดอุบลราชธานีประมาณ 120 กม. ตามทางหลวงสาย อุบล - ตระการ – โพธิ์ไทร ทำได้ 2 ทางคือ

1. เดินทางท่องเที่ยวทางเรือ
   ไปยังแก่งสามพันโบก  นิยมนั่งเรือจากหาดสลึงที่บ้านปากกะกลาง  ต.สองคอน  ล่องตามลำน้ำโขงระยะทาง 4 กิโลเมตร  ระกว่างทางจะผ่าน “ปากบ้อง” จุดแคบที่สุดของแม่น้ำโขง  หาดสลึง หินหัวพะเนียง  เป็นแก่งหินกลางแม่น้ำที่ทำให้แม่น้ำโขงแยกออกเป็นสองสาย  หรือสองคอนในภาษาท้องถิ่น  จึงเป็นที่มาของชื่อบ้านสองคอนและสามพันโบก  ศิลาเลข  หาดหงส์ รายละเอียดเส้นทางเที่ยวทางเรือ

                ปากบ้อง  เป็นจุดชมวิวที่หมู่บ้านสองคอน  ตำบลสองคอน  อำเภอโพธิ์ไทร  จังหวัดอุบลราชธานี  เป็นจุดที่แม่น้ำโขงไหลพาดปะทะแนวเทือกเขาภูพานตอนปลาย การปะทะกันของพลังธรรมชาติอันยิ่งใหญ่  ก่อให้เกิดภูมิประเทศที่มหัศจรรย์มากมาย  ซึ่งจะสัมผัสได้ยามที่แม่น้ำโขงลดระดับลงได้ที่ในยามฤดูแล้งราวเดือนพฤศจิกายน -  มิถุนายน  ตลอดระยะทางที่ไหลผ่านประเทศไทย  ยาวกว่า 700 กิโลเมตร  เป็นจุดที่แม่น้ำโขง  แคบที่สุด  “ปากบ้อง” เป็นหน้าผาหินที่เกิดจากรอยแยกตัวของแผ่นหินทรายเปลือกโลก  ลักษณะเหมือนคอขวด  ส่วนที่แคบที่สุดวัดได้ 56 เมตร

                หินหัวพะเนียง  อยู่ในพื้นที่หมู่บ้านสองคอน  ตำบลสองคอน  อำเภอโพธิ์ไทย จังหวัดอุบลราชธานี  ลักษณะทางภูมิศาสตร์  เป็น เกาะหินขนาดใหญ่กลางแม่น้ำโขงรูปร่างคล้ายอุปกรณ์ประกอบคันไถ  อยู่ถัดจากบริเวณปากบ้องขึ้นไปทางเหนือประมาณ 500 เมตร  เกาะหินใหญ่โผล่ขวางกลางลำน้ำโขง  หินหัวพะเนียง  มีรูปร่างคล้ายใบไถไม้ (ในภาษาถิ่น พะเนียงคือแท่นไม้ที่ใช้สวมใบไถเหล็ก)  ชาวบ้านจึงเรียกว่า  หินหัวพะเนียง  แต่ลักษณะหินในบริเวณนี้บางกลุ่มจะเป็นช่อแหลมคม  ซึ่งเกิดจากการปะทุขึ้นมาของหินทรายร้อนคล้ายหินภูเขาไฟ  แต่ไม่ใช่แมกมาหรือลาวา  เมื่อปะทุขึ้นมาปะทะกับกระแสน้ำเย็นจึงแข็งตัวกลายเป็นหินที่มีลักษณะเป็นช่อเรียกว่า “หินหัวพะเนียง” เป็นเกาะกลางแก่งหินกลางแม่น้ำที่ทำให้แม่น้ำโขงแยกออกเป็นสองสาย

                แก่งสองคอน   เกิดจากการเกาะหินหัวพะเนียงกลางลำน้ำโขงซึ่งเป็นเกาะหินขนาดใหญ่รูปลักษณ์แปลกตาที่ขนาบข้างด้วย 2 แก่งน้ำโขง  ทำให้แม่น้ำโขงแยกออกเป็นสองสายหรือสองคอน (ในภาษาถิ่นคอนแปลว่าแก่ง) จึงเป็นที่มาของชื่อ บ้านสองคอน

                หาดสลึง  เป็นหาดทรายริมฝั่งแม่น้ำมูล  ตั้งอยู่บ้านสองคอน  ตำบลสองคอน  อำเภอโพธิ์ไทร  ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 115 กิโลเมตร  ตามทางหลวงหมายเลข 2050 (อุบลฯ – ตระการพืชผล – โพธิ์ไทร)  ในฤดูแล้ง  ประมาณมกราคม – มิถุนายน เมื่อน้ำในแม่น้ำโขงลดระดับลง  จะมีหาดทรายที่สวยงาม  เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจเป็นอย่างยิ่ง  จากตำนานเชื่อกันว่า  ชื่อหาดสลึง  เกิดจากการที่คนมาเล่นน้ำช่วงสงกรานต์นานมาแล้ว  ในสมัยที่ใช้เหรียญสลึง 1 สลึงสมัยนั้น  มีค่าสามารถซื้อควายได้ 1 ตัว  ตามนิสัยของคนไทยบางคนเมื่อมารวมกันมาก  มักจะมีการพนันเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่เสมอ  ผู้ที่มาเล่นน้ำที่หาดแห่งนี้ได้ตั้งคำท้าทายความสามารถโดยมีเดิมพันว่า  ณ  กลางเดือนเมษายน เวลาเที่ยงวันถ้าใครสามารถเดินหรือวิ่งบนหาดได้ตลอดแนว (ยาว 860 เมตร) โดยไม่แวะพักระหว่างวิ่ง  จะได้รับเงินเดิมพัน 1 สลึง  นับตั้งแต่มีการเดิมพันมาไม่เคยมีใครได้รับรางวัลนี้เลย  ชาวบ้านจึงขนานนามหาดแห่งนี้ว่า “หาดสลึง”


ปากบ้อง (จุดที่แม่น้ำโขงแคบที่สุด)


หินหัวพะเนียง


หินผาศิลาเลข


การตักปลา

                การตักปลาที่บ้านสองคอน  ชาวบ้านสองคอนยังมีงานประเพณีที่น่าสนใจ  คือประเพณี ตักปลาในช่วงเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ นักท่องเที่ยวและคนต่างถิ่นตั้งใจมาดูเป็นพิเศษ  คือการ “ตักปลา” หน้าปากบ้อง  เพราะเป็นการจับปลาที่แปลกประหลาดกว่าที่อื่นๆ  ไม่ต้องใช้เหยื่อตกเบ็ดหรือทอดแห  แต่ใช้สวิงขนาดใหญ่ด้ามยาวคล้ายสวิงจับแมลงขนาดใหญ่คอยตักปลาที่วายจากเวินน้ำกว้างจะแหวกว่ายผ่านปากบ้องทวนกระแสน้ำเพื่อขึ้นไปวางไข่ได้ร่วมกันจัดงาน  “เทศกาลตักปลา”  ช่วงเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์  ของทุกปี  มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก  การท่องเที่ยวทางน้ำในช่วงเวลานี้นักท่องเที่ยวนิยมนั่งเรือเที่ยวเพื่อชมทัศนียภาพและวิถีชีวิตพื้นบ้าน ชมการประมงแบบดั้งเดิมที่น่าสนใจ  ณ  ตำบลสองคอนและตำบลเหล่างาม  อำเภอโพธิ์ไทร  จังหวัดอุบลราชธานี

                หินหัวพะเนียง   อยู่ถัดจากบริเวณปากบ้องขึ้นไปทางเหนือ  มีแก่งใหญ่ขวางกลางลำน้ำโขง  ทำให้แม่น้ำโขงแยกออกเป็นสองสาย  หรือสองคอนในภาษาท้องถิ่นจึงเป็นที่มาของชื่อ บ้านสองคอน  และในบริเวณใกล้เคียงยังมีถ้ำที่มีความสวยงามในลำน้ำโขงประกอบด้วย  ถ้ำนางต่ำหูกหาดหินสี, แก่งสองคอน, ภูเขาหิน  และหาดแห่

                ผาหินศิลาเลข   ร่องรอยประวัติศาสตร์สมัยฝรั่งเศสเรืองอำนาจ ในแถบอินโดจีน  ฝรั่งเศสได้นำเรือกลจักรไอน้ำขนส่งสินค้าระหว่าง หลี่ผี  เวียงจันทน์อยู่ก่อนถึงหาดหงส์  ที่ฝรั่งเศสแกะสลักตัวเลขที่หน้าผาหิน  สำหรับบอกระดับน้ำในแม่น้ำโขง  เพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือ  เนื่องจากหน้าที่น้ำหลากบริเวณนี้จะมีแนวหินโสโครกจำนวนมาก

                หาดหงส์  เนินทรายแม่น้ำโขงขนาดมหึมาเกิดจากการพัดพาของน้ำและนำตะกอนทรายมาทับถมกันจนลักษณะพื้นที่เป็นพื้นทรายกว้างใหญ่  มีลักษณะคล้ายกับทะเลทรายที่กว้างใหญ่  ช่วงเวลาที่นิยมมาเที่ยวหาดหงส์จะเป็นช่วงเวลาในยามบ่ายแก่ๆ  ช่วงที่พระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า  ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่สวยงามมาก  เพราะแสงทองของดวงอาทิตย์จะกระทบกับทรายสีขาวระยิบระยับสวยงามยิ่งนัก

2. ขับรถเที่ยว  คือ หากต้องการไปชมสามพันโบกอย่างเดียวก็สามารถขับรถไปที่นั่นเพื่อชมความงามได้เลย  เพราะที่สามพันโบกรถสามารถเข้าไปจอดที่นั่นได้เลย













-

Guide Ubon

http://www.hotsia.com/
http://www.sadoodta.com/
http://www.111thailand.com/
http://www.oceansmile.com/
http://www.guideubon.com/
http://feelthai.blogspot.com/
copyright 2005 www.GuideUbon.com
สำนักงานไกด์อุบลดอทคอม เลขที่ 89/1 ถนนพโลรังฤทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี 34000
ติดต่อไกด์อุบล : webmaster@guideubon.com | msn : guide_ubon@hotmail | Tel : 080-4850511