<น้ำตกตาดโตน>-น้ำตกตาดโตน-
Home Page GuideUbon
    You Tube    Facebook    Twitter    On Mobile
-น้ำตกตาดโตน-
-

         
เขื่อนปากมูล เป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียว สร้างกั้นแม่น้ำมูลที่บ้านหัวเห่ว อ.โขงเจียม มีความสูง 17 เมตร ยาว 300 เมตร อำนวยประโยชน์ในด้านการเกษตร และผลิตกระแสไฟฟ้า เขื่อนปากมูลอยู่ห่างจากตัวเมืองอุบลฯ ประมาณ 75 กม. ห่างจากจุดบรรจบของแม่น้ำมูล และอำเภอโขงเจียม ประมาณ 6 กม. สันของเขื่อนปากมูลสามารถใช้เป็นเส้นทางลัดจาก อ.โขงเจียม ไป อ.สิรินธรได้ โดยไม่ต้องย้อนไป อ.พิบูลมังสาหาร นอกจากนี้ บริเวณท้ายเขื่อนยังสามารถล่องเรือชมทิวทัศน์ลำน้ำมูลที่งดงามโดยตลอด ไปบรรจบกับแม่น้ำโขง บริเวณที่เรียกว่า แม่น้ำสองสี

          ที่ตั้ง โครงการปากมูล เป็นโครงการก่อสร้างเขื่อนอเนกประสงค์ กำหนดจะทำการก่อสร้างเขื่อนปิดกั้นลำน้ำมูล บริเวณบ้านหัวเห่ว ต.โขงเจียม อ.โขงเจียม ซึ่งอยู่ห่างจากตัวจังหวัดอุบลราชธานี ลงไปตามลำน้ำประมาณ 82.5 กิโลเมตร ห่างจากปากแม่น้ำมูล (ที่ไหลลงแม่น้ำโขง) ขึ้นมาทางเหนือน้ำ ประมาณ 6 กิโลเมตร

          แม่น้ำมูล เป็นแม่น้ำสำคัญที่สุด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย คือ แม่น้ำมูลและแม่น้ำชี พื้นที่รับน้ำของแม่น้ำนี้ กว้างใหญ่ไพศาลถึง 117,000 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 23 ของพื้นที่ประเทศไทย ปริมาณน้ำฝนที่ตกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณร้อยละ 70 จะไหลผ่านแม่น้ำนี้ลงสู่แม่น้ำโขง มีปริมาณน้ำเฉลี่ยปีละ 23,300 ล้านลูกบาศก์เมตร จัดเป็นอันดับสองของประเทศไทย รองจากแม่น้ำเจ้าพระยา

         

ความเป็นมาของโครงการ
ด้วยปริมาณน้ำจำนวนมหาศาล ที่ต้องไหลลงแม่น้ำโขง โดยไม่ได้ใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่านี้ ทำให้สำนักงานพลังงานแห่งชาติ (สพช.) คิดที่จะพัฒนาแหล่งน้ำนี้ให้เกิดประโยชน์ โดยความร่วมมือของรัฐบาลฝรั่งเศส ส่งผู้เชี่ยวชาญเพื่อมาทำการศึกษา และสำรวจเบื้องต้น เมื่อเดือนธันวาคม 2510 รายงานเบื้องต้น แล้วเสร็จเมื่อต้นปี พ.ศ.2511 และรายงานความเหมาะสมได้แล้วเสร็จเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2513 มีที่ตั้งเขื่อนอยู่ที่แก่งตะนะ ห่างจากปากแม่น้ำมูลขึ้นมา 4 กิโลเมตร แต่เนื่อจากปัญหาโยกย้ายราษฎร และลำดับความสำคัญโครงการยังอยู่ในลำดับต่ำ จึงได้หยุดชะงักไป

          เมื่อเดือนพฤษภาคม 2522 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รับโอนโครงการนี้มาดำเนินการต่อ ได้ศึกษาและสำรวจ เพื่อทบทวนความเหมาะสม โดยได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลฝรั่งเศส รายงานแล้วเสร็จ ในเดือนพฤศจิกายน 2523 ปรากฏว่า ยังให้ผลประโยชน์คุ้มค่า แต่จากการศึกษาความเหมาะสมทางด้านนิเวศน์วิทยาและสิ่งแวดล้อม ซึ่งแล้วเสร็จเมื่อเดือนมกราคม 2525 ปรากฏว่า มีผลกระทบที่สำคัญคือ ทำให้ราษฎรถึง 4,000 ครัวเรือน เดือดร้อนเพราะต้องย้ายออกจากพื้นที่โครงการ จึงได้ชะลอโครงการไว้ก่อน ต่อมา กฟผ. ได้ทำการศึกษาและสำรวจทบทวนโครงการ โดยให้ลดระดับกักเก็บลง เพื่อลดจำนวนราษฎรที่จะต้องโยกย้าย และย้ายที่ตั้งเขื่อนจากแก่งตะนะ ขึ้นมาทางเหนือน้ำ อีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร เพื่ออนุรักษ์ตัวแก่งตะนะ อันเป็นส่วนสำคัญของอุทยานแห่งชาติเอาไว้ รายงานนี้ได้จัดทำแล้วเสร็จเมื่อเดือนตุลาคม 2528 ปรากฏว่า เหมาะสมที่จะลงทุน คือ มีอัตราผลตอบแทนถึงร้อยละ 17.1 และกรณีนี้ จะต้องอพยพราษฎรเพียง 400 ครอบครัว

          ที่เขื่อนปากมูล บริเวณสันเขื่อนเป็นถนนที่เชื่อมระหว่าง ทางหลวงหมายเลข 217 กับ 2222 เป็นที่ตั้งของบันไดปลาโจน แห่งแรกของประเทศไทย สร้างขึ้นเพื่ออนุรักษ์พันธุ์ปลา ช่วงเวลาที่ปลาโจนบันไดคือ ประมาณปลายเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม

ข้อมูลจำเพาะ

อ่างเก็บน้ำ
พื้นที่รับน้ำ 117,000   ตร.กม.
ปริมาณน้ำเฉลี่ยปีละ 23,300   ล้าน ลบ.เมตร
ระดับกักเก็บน้ำ (สูงสุดปกติ) 108   เมตร รทก.
ความจุของอ่างเก็บน้ำ 225   ล้าน ลบ.เมตร
พื้นที่ของอ่างเก็บน้ำ 60   ตร.กม.
เขื่อน
ชนิด

หินถมแกนดินเหนียว

สูง 17   เมตร
ยาว 255   เมตร
ระดับสันเขื่อน +111   เมตร (รทก.)
สันเขื่อนกว้าง 12   เมตร
โรงไฟฟ้า
ชนิดของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและกังหันน้ำ เป็นชนิดบรรจุรวมในกะเปาะเดียวกัน
กำลังผลิตติดตั้ง 4x34,000   กิโลวัตต์
พลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยปีละ 280   ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง
สายส่งไฟฟ้า
- ขนาด 115 กิโลวัตต์ วงจรคู่ จากลานไกไฟฟ้าปากมูล ไปยังสถานีไฟฟ้าย่อยอุบลราชธานี 2 ระยะทาง 70 กิโลเมตร
- ขึงสายบนเสาไฟฟ้าขนาดขนาด 115 กิโลวัตต์ ที่มีอยู่แล้วจากสถานีไฟฟ้าย่อยอุบลราชธานี 2 ไปยังจังหวัดศรีสะเกษ และยโสธร
[1] [2]


ความคิดเห็นที่ 1

ขอบคุณค่ะที่ทำให้ทราบประวัติมากขึ้น

โดย : จุ๊บู๊ เมื่อ วันอาทิตย์ ที่ 13 กันยายน 2552 เวลา 20:02:39 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 2

ประวัติดีมาก

โดย : สุวิรักษ์ พรมเทพ   email : DREAM_1.11@HOTMAIL.COM เมื่อ วันอาทิตย์ ที่ 27 กันยายน 2552 เวลา 11:53:12 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 3

อยากเที่ยวมั่งจัง

โดย : 1234   email : wipastr_msm@hotmail.com เมื่อ วันศุกร์ ที่ 2 ตุลาคม 2552 เวลา 20:40:19 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 4

อยากทราบว่าทำไมแม่น้ำมูลถึงมีสีครามคะ.....
พอดีนู๋อยากทราบมากเลยค่ะ
ช่วยตอบด้วยนะคะ


โดย : nangfar_at   email : nangfar_at18@hotmail.com เมื่อ วันพุธ ที่ 11 พฤศจิกายน 2552 เวลา 00:02:40 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 5

ดีมากมากเลยกะ

โดย : เหมียวเสี่ยว เมื่อ วันจันทร์ ที่ 30 พฤศจิกายน 2552 เวลา 21:15:45 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 6

สีครามก้อคงจะเป็นการสะท้อนสีของท้องฟ้ากระมัง
แม่น้ำโขงขุ่นเพราะไหลแรงพาเอาฝุ่นดินโคลนมาด้วย
แม่น้ำมูลก้อขุ่นเหมือนกันในฤดูนำ้ำหลาก


โดย : ครูไพ เมื่อ วันอังคาร ที่ 8 ธันวาคม 2552 เวลา 06:07:27 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 7

nice

โดย : Max   email : max@homeny.com เมื่อ วันพุธ ที่ 23 ธันวาคม 2552 เวลา 17:52:17 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 8

แล้วปัจจุบันเขื่อนนี้ยังใช้เพื่อการผลิตการแสไฟฟ้าอยู่หรือเปล่าคะ
หรือว่าปิดเขื่อนไปแล้ว


โดย : ข้องใจ   email : nuna_na@yahoo.com เมื่อ วันจันทร์ ที่ 4 มกราคม 2553 เวลา 16:08:17 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 9

เคยไปมาแล้วเจ้าหน้าที่แนะนำให้ข้อมูลเป็นอย่างดีเลยค่ะ

โดย : เจี๊ยบอุบลฯ   email : jeerb22@hotmail.com เมื่อ วันจันทร์ ที่ 11 มกราคม 2553 เวลา 12:21:59 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 10

ดีมาก

โดย : 555+   email : jkigihigf@msn.com เมื่อ วันอังคาร ที่ 19 มกราคม 2553 เวลา 20:24:33 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 11

เป็นประโยชน์ในเชิงวิชาการและความรู้ทั่วไปดีมาก

โดย : อบต.ท่าเมือง เมื่อ วันพฤหัส ที่ 1 เมษายน 2553 เวลา 10:25:48 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 12

การแก้ปัญหาน้ำ คือการแก้ปัญหาความยากจนให้แก่พี่น้องเกษตรกร/ชาวนา ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศครับ.
http://msuriyamas.blogspot.com/2009/07/blog-post_29.html
ภาคอีสาณนั้นมิได้ขาดย้ำเลยครับ
http://msuriyamas.blogspot.com/2009/07/blog-post_28.html
เขื่อนปากมูนคือเหตุแห่งความยากจนของพี่น้องเกษตรกร/ชาวนา ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ผ่านเวลามาแล้วร่วม ๒๐ ปี ผ่านรัฐบาลประชาธิปไตยเสี้ยวใบ.มาแล้วถึง ๑๐ รัฐบาล ไม่เว้นแม้รัฐบาลรอบที่ ๓ จากพรรคประชาธิปัติ วึ่งมีนายกรัฐมนตรีที่ยึดนิติรัฐและนิติธรรม และมีนโยบาย ประชาชนต้องมาก่อน แต่ทำไม? ท่านนายกจึงได้ปล่อยให้สมัชชาคนจนบนเขื่อนราษีไศลต้องรอการตัดสินใจของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูน, เขื่อนราษีไศล,และเขื่อนหัวนา. ถึงวันนี้ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๓ รวมแล้วเป็นเวลาถึง ๓๓๐ วันมาแล้ว ทั้งๆที่พรรค ปชป เคยเป็นรัฐบาลและผ่านปัญหาผลกระทบจากเขื่อนทั้งสามนี้มาแล้วถึง ๒ ครั้ง ข้อมูลและเหตุแห่งปัญหาน่าจะมีอยู่พร้อมมูลแล้ว รออยู่เพียงการตัดสินใจของท่านนายกรัฐมนตรี ที่พูดว่าประชาชนต้องมาก่อน เท่านั้นว่า จะตัดสินปัญหาเดิมๆนี้เพื่อไคร?


โดย : นายประชุม สุริยามาศ   email : msuriyamas@hotmail.com เมื่อ วันศุกร์ ที่ 30 เมษายน 2553 เวลา 09:24:54 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 13

ตอบความคิดเห็นที่ ๘.เขื่อนปากมูน ยังผลิตกระแสรไฟฟ้าอยู่ จากข้อมูลข้างตน เขื่อนผลิตกระแสรไฟฟ้าได้เฉลี่ย/ปี จำนวน ๒๘๐ ล้านกิโลวัตต์.ชม. แต่มีข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญเขื่อนโลกระบุว่า เขื่อนปากมูลจะผลิตกระแสรไฟฟ้าได้เพียงไม่เกิน ๒๕% เท่านั้น ทั้งนี้เป็นเพราะ การใช้พลังน้ำ จากระดับต่างของรัดับน้ำเหนือเขื่อนและท้ายเขื่อน ซึ่งมีความแปรผันสูง อันเนื่องมาจากปัญหาภัยแล้ง เขื่อนขนาดใหญ่ในภาคอีสาณได้เสื่อมสภาพลงมาก จนมีการปรับปรุง(ซ่อมแซม)เขื่อนลำปาวด้วยงบประมาณสูงถึง ๑,๘๒๐ ล้าน ลบ.ม.เพื่อที่จะให้เก็บกักน้ำได้เพิ่มขึ้นอีกเพียง ๕๐๐ ล้าน ลบ.ม. และกรมชลฯกำลังดำเนินการผลักดันโครงการปรับปรุง(ซ่อมแซม)เขื่อนลำพระเพลิงอยู่ในขนะนี้ด้วยงบประมาณสูงถึง ๑,๒๐๐ ล้าน บาทเพียงเพื่อที่จะให่เขื่อนกักเก็บน้ำได้เพิ่มขึ้นจากปริมาตรน้ำเก็บกักปกติ อีกเพียง ๕๐ ล้าน ลบ.ม. จาก ๑๑๐ ล้าน ลบ.ม.เป็น ๑๖๐ ล้าน ลบ.ม. (ปริมาตรน้ำเก็บกักสูงสุดเคยเก็บกักได้ ๒๔๒ ล้าน ลบ.ม.) และเหตุผลที่ว่าเขื่อนปากมูลผลิตกระแสรไฟฟ้าได้น้อยนั้น สาเหตุหลักมาจากตำแหน่งก่อสร้างเขื่อนปากมูนอยู่ใกล้ปากน้ำมูลมากเกินไป (ห่างจากแม่น้ำโขงเพียง ๔.๕๐ กม.เท่าน้น.)จึงทำให้หน้าน้ำ (ฤดูฝน) ระดับน้ำหน้าเขื่อนสูงขึ้นและระดับน้ำท้ายเขื่อนก็สูงขึ้นตามไปด้วย และในหน้าแล้ง (ฤดูแล้ง) ระดับน้ำในแม่น้ำโขงจะต่ำลงอย่างรวดเร็ว เพราะประเทศจีนเขาปิดเขื่อนเพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ และปริมาณน้ำหน้าเขื่อนก็มีไม่มากเพราะเขื่อนขนาดใหญ่เสื่อสภาพไม่สามารถเก็บกักน้ำเอาไว้ได้ ดังจะเห็นได้จาก ปริมาณน้ำต้นปีในเขื่อนขนาดใหญ่ในภาคอีสาณ วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๒ จะมีปริมาณน้ำรวม ๑๒ เขื่อนเป็นจำนวน ๖,๓๔๙x๑๐๐/๙๕๘๔ = ๖๖% วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๑ จะมีปริมาณน้ำรวม ๑๒ เขื่อนเป็นจำนวน ๖,๑๐๗x๑๐๐/๖,๕๘๔ - ๖๓.๗๒% ปริมาณน้ำ ณ. วันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๕๒ ๓,๑๘๐x๑๐๐/๙,๕๘๔ = ๓๓.๑๘% ณ. วันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ๓,๕๖๓x๑๐๐/๙,๕๘๔ = ๓๗.๑๗% เข้าขั้นวิกฤติเลยครับ. รัฐบาล คมช. ก็ไม่เคยฟังเสียงพี่น้องประชาชน พี่น้อง สคจ. กรุณาใจเย็นๆ รอท่านนายกอภิสิทธิฯ อีกไม่นานครับ ท่านจะต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาให้พวกเราครับ.

โดย : นายประชุม สุริยามาศ.   email : msuriyamas@hotmail.com เมื่อ วันศุกร์ ที่ 30 เมษายน 2553 เวลา 10:57:31 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 14

ด้วยงบประมาณสูงถึง ๑,๘๒๐ ล้าน (แก้คำผิด)หรือพี่น้องจะฟังจากข่าวน้ำท่วม/น้ำล้นเขื่อนก็ได้คือ ก่อนเดือนกันยายน จะมีข่าวน้ำล้นเขื่อนทั้ง เขื่อน ลำปาว และเขื่อน ลำพระเพลิง เตือนเกษตรกร/ชาวนาให้ระวังน้ำท่วมฉับพลัน แต่พอเข้าเดือนกุมภาพันธุ์ จะมีข่าวบอกเกษตรก/ชาวนาให้ลดพื้นที่ทำนาปรัง เพราะเขื่อนมีน้ำน้อยเป็นต้น สรุปแล้ว เราจะมีเขื่อนไว้ทำไมครับ/หรือเราจะปิดเขื่อน(ฝาย) ปากมูล เขื่อนราษีไศล และเขื่อนหัวนาไว้ทำไม?ครับ เพราะจะทำให้น้ำทะลักเข้าท่วมไร่นา ป่าบุ่ง ป่าทาม ไปเปล่าๆ ผลเสียจะมีมากมหาศาล ครับ. มีทางเดียวครับ คือรัฐบาลต้องเข้าไปหาจุดสมดุลย์คือค้นหาระดับเก็บกักน้ำใน ๓ เขื่อนเจ้าปัญหาให้เหมาะสม/หรือพอประมาณ ทุกฝ่ายก็จะชนะครับ คือ มีน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้งพอประมาณ และเกษตรกร/ชาวนาได้พื้นที่นากลับคืนมา และรัฐก็จะต้องรีบดำเนินการชดเชยค่าเสียโอกาศให้แก่เกษตรกร/ชาวนาผู้ซึ่งได้รับผลกระทบมาอย่างยาวนานโดยเร็วครับแลวจึงทำการปฏิรูปที่ดินทำกินต่อไปครับ.

โดย : นายประชุม สุริยามาศ.   email : msuriyamas@hotmail.com เมื่อ วันศุกร์ ที่ 30 เมษายน 2553 เวลา 11:13:08 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 15

ข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหาเขื่อนปากมูน เขื่อนราษีไศล และเขื่อนหัวนา.
๑.)ดำเนินการเปิดเขื่อนจลอดปีเป็นระยะเวลา ๒ ปี เพื่อหาข้อมูลปลาขึ้นมาวางไข่ ว่าจะสามารถเจริญเติบโตได้หรือไม? และหาผลกระทบน้ำแล้งว่ารุนแรงแค่ไหน?อย่างไร?
๒.) ดำเนินการเปิดเขื่อนทั้ง ๓ แห่งเป็นเวลา ๘ เดือน และปิดเขื่อนเป็นเวลา ๔ เดือนตามช่วงเวลาจากผลงานการวิจัยของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
๓.) ความคาดหมาย จะต้องลดระดับเก็บกักน้ำลงให้ต่ากว่าระดับริมตะลิ่งทั้งสองข้างลำน้าอย่างน้อย ๔.๕๐ - ๕.๕๐ เมตร ตามตวามเหมาะสมของแต่ละเขื่อน ตรงนี้น่าจะเป็นจุดเก็บกักสมดุลย์ที่ทุกฝ่ายจะได้ประโยชน์ครับ.
๔.)โรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนปากมูนให้เกษตรกร/ชาวนาเข้าร่วมในการบริหารจัดการเพียงเพื่อใช้ในการสูบน้ำเพื่อการชลประทาน.
๕.) ถ้าจำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าชดเชยก็ให้ดำเนินการได้ แต่ควรจะเป็นโรงไฟฟ้าจากพล้งงานชีวมวล/หรือพัลงงานนิวเคลีย๖.) โครงการผันน้ำนั้นให้ยกเลิกทั้งหมดเลยครับ.


โดย : นายประชุม สุริยามาศ.   email : msuriyamas@hotmail.com เมื่อ วันศุกร์ ที่ 30 เมษายน 2553 เวลา 11:27:46 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 16

ข้อมูลเพิ่มเติม ให้ลดระดับเก็บกักน้ำลงจากระดับเก็บกักสูงสุด ๔.๕๐ - ๕.๕๐ เมตร เพื่อให้ระดับน้ำต่ำกว่าระดับริมตลิ่งทั้งสองข้าง ตามความเหมาะสม.ทุกฝ่ายจะมีแต่ได้ครับ. และรัฐบาลต้องเข้าไปส่งเสริมการทำเกษตร ทฤษฎีใหม่ เพื่อการดำรงค์ชีพตามแนวพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียง เพื่อลดปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรและลดหนี้ของเกษตรกร/ชาวนา โดยรัฐเข้าไปช่วยขุดสระประจำแปลง ทฤษฎีใหม่ อย่างน้อย ๕,๐๐๐ ลบ.ม. สำหรับเกษตรกร/ชาวนาที่ยินยอมและน้อมรับแนวพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เขาพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน.

โดย : นายประชุม สุริยามาศ.   email : msuriyamas@hotmail.com เมื่อ วันศุกร์ ที่ 30 เมษายน 2553 เวลา 11:37:11 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 17

Wednesday, June 10, 2009
ภาคอีสาณนั้นมิได้ขาดแคลนน้ำเลยครับ / ประชุม สุริยามาศ.
ผมเคยโพสท์ข้อมูลสนับสนุนการผันน้ำโขงเข้ามายังโครงการโขงชีมูลนะครับ
เพราะผมไม่เคยทราบข้อมูลเขื่อนต่างๆในภาคอีสาณอย่างลึกซึ้งมาก่อนเลยครับ
จนต่อมาเมื่อมี
ครม.สัญจรไปที่ ร.ร.ริมปาว เมื่อปี ๒๕๔๘ ทำให้ผมแปลกใจมากว่า ทำไม?
ครม.จึงต้องมีการอนุมัติเงินจำนวนถึง ๓,๐๐๐
ล้านบาท/ข่าวบางกระแสบอกว่าใช้งบถึง ๓,๕๐๐ ล้านบาท
จึงได้ติดตามและค้นหาข้อมูลจึงได้พบข้อเท็จจริงว่า
ภาคอีสาณนั้นมิได้ขาดแคลนน้ำเลยครับดังเป็นที่ทราบกันดีว่า
ภาคอีสาณในหลายพื้นที่ประสพอุทกภัยเป็นประจำ และยังประสพภัยแล้วอีกด้วยครับ.


เอาไว้ถ้าคุณสนใจผมจะชี้แจงให้ทรายในภายหล้ง
ผมบอกได้คำเดียวว่า หากมีการผันน้ำเข้ามาอีก
ผมคิดว่า โครงการโขง ชี. มูล. จะพังทะลายในทันทีครับ
เพราะจะทำให้น้ำท่วมเป็นพื้นที่กว้างขึ้นอีกหลายเท่าตัวครับ.
ผมได้เตรียมบทความการแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูลเอาไว้แล้วนะครับ(ก็คือการแก้ปัญหาโครงการโขง.ชี.มููล.
นั่นเองครับ)

สุดท้ายนี้ ผมขออนุญาติแนะนำคุณนะครับว่า
โครงการพัฒนาชุใชน แหล่งน้ำ และเพิ่มผลผลิต
การเกษตร ที่ อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ ตามแนวพระราชดำรินั้นสุดยอดครับ
ทำได้เร็ว ใช้งบประมาณน้อย และก็เป็นการบริหารโครงการแบบยั่งยืนครับ
และผมเองอยากจะเรียกว่าเป็นการบริหารโครงการโดยการใช้ระบบ CSR ทีเดียวครับ.
ปัจจุบันโครงการแล้วเสร็จสมบูรณ์แล้วครับ
ทำให้เกษตรกร/ชาวนาซึ่งเคยได้ผลผลิตข้าว/ไร่/ปีเพียง ๓ - ๔ ถัง เพราะ
ความแห้งแล้งของภูมิประเทศ เพิ่มขึ้นเป็น ๓๐ - ๔๐ ถัง/ไร่/ปีแล้วนะครับ.
เรียนมาเพื่อทราบ.

นับถือ.
ประชุม สุริยามาศ.


โดย : นายประชุม สุริยามาศ   email : msuriyamas@hotmail.com เมื่อ วันเสาร์ ที่ 1 พฤษภาคม 2553 เวลา 12:00:46 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 18

เปิดโลกกับประชุม สุริยามาศ
2010-01-08 13:38:54


ภาคอีสาณมิได้ขาดน้ำเลยครับ.

วันพุธ, มกราคม 6, 2010
ภาคอีสาณมิได้ขาดน้ำ ครับ.

ที่มาของข้อมูลที่ว่า "ภาคอีสานมิได้ขาดน้ำ" ครับ. เขียนโดย Prachoom on วันพุธ, ตุลาคม 14, 2009
เรียนพี่น้องเกษตรกร/ชาวนาและสมัชชาคนจนบนเขื่อนราษีไศลที่นับถือ.

ผมได้บันทึกข้อมูลที่ว่า "ภาคอีสานมิได้ขาดน้ำ" เอาไว้นานมาแล้วครับ วันนี้ไปค้นมาให้พี่น้องได้อ่านกันครับ ตรงนี้เองคือคำตอบที่ว่า ทำไม? จึงไม่ควรทำโครงการผันน้ำโขง/หรือไม่ควรทำโครงการก่อสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ครับ.

ด้วยจิตรคารวะ

ประชุม สุริยามาศ. วย.๗๗๗
ที่มา: สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
3.5 การเก็บกักน้ำยังด้อยประสิทธิภาพ จึงไม่สามารถเก็บกักน้ำท่าจำนวนมากในฤดูฝน เอาไว้ใช้ในฤดูแล้งได้ ในปีหนึ่ง ๆ นั้นประเทศไทยมีฝนตกลงมาประมาณ 752,400 ล้านลูกบาศก์เมตร น้ำฝนส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 70 ซึมลงเป็นน้ำใต้ดิน (Ground Water) ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 30 หรือประมาณ 225,720 ล้านลูกบาศก์เมตรจะไหลไปบนพื้นผิวดิน เรียกว่า น้ำผิวดิน (Surface Runoff) หรือน้ำท่า (Streamflow) ซึ่งน้ำผิวดินหรือน้ำท่าเหล่านี้ สามารถเก็บกักไว้ได้เพียง 70,000 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือราวร้อยละ 9.3 และนำมาใช้ได้จริงราว 40,000 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น ดังนั้น ปริมาณน้ำฝนจำนวนมหาศาลราว 155,720 ล้านลูกบาศก์เมตรหรือร้อยละ 69 จึงไหลลงทะเลไปโดยไม่เกิดประโยชน์อย่างใดเลย

เหตุผลที่ว่าภาคอิสาน ไม่ขาดน้ำนั้น ขอให้อ่านข้อมูลข้างบน.
๓.๕.๑ การเก็บกักน้ำยังด้อยประสิทธิภาพ (การบริหารจัดการน้ำ)
๓.๕.๒ สภาพเขื่อนส่วนใหญ่ หมดสภาพ (ประสิทธิภาพเหลือต่ำกว่า ๔๐% ) เฉพาะในพื้นที่ภาคอิสาน เหนือ กลาง ใต้.
-ขื่อน ลำปาว ,เขื่อนลำพระเพลิง, เขื่อน ลำแซะ,เขื่อนมูลบน, เขื่อน ลำปลายมาศ,เขื่อนลำนางรอง
ในพื้นที่ภาคเหนือ
-เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล ,เขื่อนแม่กวงอุดมธารา ,
เขียนโดย Prachoom Suriyamas ที่ 8:26 ก่อนเที่ยง 0 ความคิดเห็น


โดย : นายประชุม สุริยามาศ.   email : msuriyamas@hotmail.com เมื่อ วันเสาร์ ที่ 1 พฤษภาคม 2553 เวลา 12:06:52 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 19

ข้อมูลเขื่อน ลำนางรอง เพื่อเป็นข้อมูลแก่พี่น้องเกษตรกร/ชาวนา.
เขียนโดย Prachoom on วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

เรียนพี่น้องเกษตรกร/ชาวนาที่นับถือ.

ตามที่ผมได้นำเสนอโครงการแก้มลิง ตามแนวพระราชดำริ เพื่อใช้แก้ไขปัญหาน้ำท่วมไร่นา

ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมไร่นาอันเกิดจากสภาพเสื่อมโทรมของเขื่อน ลำปาว เขื่อน ลำพระเพลิง ทำให้

ไม่สามารถเก็บกักน้ำที่ไหลลงเขื่อนประจำปีได้เท่าที่ควร (และปริมารฝนตก/ปีเปลี่ยนแปลงไปไม่มาก)

ผมได้ติดตามข่าวและพบว่า คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะลงไปตรวจราชการที่

จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเขื่อน ลำนาวรอง ที่ถูกลืมครับ จึงได้เข้าไปค้นข้อมูล และพบว่า มีลักษณะ

คล้ายเขื่อนทั้งสองดังกล่าว น่าจะส่งผลกระทบเช่นเดีนวกัน มีข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้ครับ.

๑.) ประสิทธิภาพของเขื่อน ลำปาว (แก้ไขล่าสุด) = ๑,๔๓๐x๑๐๐/๒๕๑๐ = ๕๖.๙๗%

๒.) ประสิทธิภาพเขื่อน ลำพระเพลิง(แก้ไขล่าสุด) = ๑๑๐x๑๐๐/๒๔๒ = ๔๕.๔๕%

๓.) ประสิทธิภาพเขื่อน ลำนางรอง (แก้ไขล่าสุด) = ๑๒๑x๑๐๐/๑๘๒ = ๖๖.๔๘%

เขื่อน ลำนางรองมีปริมาณน้ำต้นปีดังต่อไปนี้.-

๑.) ปริมาณน้ำต้นปี ๒๕๔๖ = ๔๒ ล้าน ลบ.ม.

๒.) ปริมาณน้ำต้นปี ๒๕๔๗ = ๔๔ ล้าน ลบ.ม.

๓.) ปริมาณน้ำต้นปี ๒๕๔๘ = ๖๒ ล้าน ลบ.ม.

๔.) ปริมาณน้ำต้นปี ๒๕๔๙ = ๔๔.๗๗ ล้าน ลบ.ม.

๕.) ปริมาณน้ำต้นปี ๒๕๕๐ = ๔๑.๕๐ ล้าน ลบ.ม.

๖.) ปริมาณน้ำต้นปี ๒๕๕๑ = ๔๕ ล้าน ลบ.ม.

๗.) ปริมาณน้ำต้นปี ๒๕๕๒ = ๗๖ ล้าน ลบ.ม.

ค่าเฉลี่ยปริมาณน้ำต้นปี = ๓๕๔.๒๗/๗ = ๕๐.๖๑ น ลบ.ม.

เพราะฉะนั้น ประสิทธิภาพการให้บริการน้ำของเขื่อน ลำนางรอง เหลืออยู่เพียง.-

= ๕๐.๖๑x๑๐๐/๑๘๒ = ๒๗.๘๑% เท่านั้นครับ.

เกิดอะไร? ขึ้นกับเขื่อน ลำนางรองนี้ครับ หรือว่า เขาถูกลืมไปแล้ว เพราะยังมีข้อมูลน้ำฝนเฉลี่ยบริเวณพื้นที่

จังหวัดขอนแก่นปี ๒๕๔๖ = ๑,๔๖๗.๔๐ มม.

ปี ๒๕๔๗ = ๑,๒๒๑.๘๐ มม.

จังหวัดร้อยเอ็ด ปี ๒๕๔๖ = ๑,๔๑๗.๖๐ มม.

ปี ๒๕๔๗ = ๑,๔๕๕.๘๐ มม.

จังหวัดสุรินทร์ ปี ๒๕๔๖ = ๑.๖๒๘.๒๐ มม.

ปี ๒๕๔๗ = ๑,๕๔๔.๕๐ มม.

จังหวัดนครราชสีมา ปี ๒๕๔๖ = ๙๓๓.๐๐ มม.

ปี ๒๕๔๗ = ๙๘๐.๐๐ มม.

ดูจากปริมาณน้ำฝนปี ๒๕๔๖, และปี ๒๕๔๗ แล้ว เหตุที่เขื่อนมีปริมาณน้ำต้นปีน้อนฃยนั้น ไม่น่าจะเกิดจาก

ปริมาณน้ำฝน แล้วถ้าเป็นเช่นนั้น แล้วเกิดจากอะไร? ครับ ? สภาพเขื่อน. การบริหารจัดการน้ำ.

จึงเรียนมาเพื่อพี่น้องจะได้นำเรียน คุณอภิสิทธิ์ ฯ นายกรัฐมนตรีเพื่อทราบด้วยครับ.

นับถือ.

ประชุม สุริยามาศ


โดย : นายประชุม สุริยามาศ   email : msuriyamas@hotmail.com เมื่อ วันเสาร์ ที่ 1 พฤษภาคม 2553 เวลา 12:17:22 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 20


เรียนพี่น้องเกษตรกร/ชาวนาและสมัชชาคนจนบนเขื่อนราษีไศลที่นับถือ.

ภาพกราฟน้ำไหลลงเขื่อน ลำปาว ทำไว้เมื่อวันศุกรที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๒(และลิ้งเว็บไซด์ Kromchol.com กราฟจะขึ้นตามวันที่ปรับปรุง) จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า นายเดชา ตันติยวรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ปฏิเสฐว่า

"ไม่ได้เกิดจากการปล่อยน้ำออกจากเขื่อนอย่างแน่นอน"

แต่ผู้บริหารจัดการน้ำต่างหากที่ปล่อยน้ำทิ้งก่อนเวลาอันควร เริ่มปล่อยน้ำทิ้งตั้งแต่วันที่ ๕ กันยายน ๒๕๕๒ มาแล้วครับ

ด้วยการบริหารจัดการด้อยประสิทธิภาพเช่นนี้เอง จึงทำให้ปริมาณน้ำต้นปีมีเหลือน้อยกว่าที่จำเป็น ผู้ว่าบอกว่า เขื่อนยังรับน้ำได้อีกถึง ๓๐๐ ล้าน ลบ.ม.พี่น้องเกษตรกร/ชาวนาช่วยดูจากกราฟน้ำย้อนไปตั้งแต่ปี ๒๕๕๐,๒๕๕๑ ซิว่าปริมาณน้ำต้นปีเคยมีเกิน ๑,๔๓๐ ล้าน ลบ.ม.บ้างไหม?ครับ. อย่างมาก ไม่เกิน ๑,๒๔๐ ล้าน ลบ.ม.เท่านั้นครับ. (น้ำเริ่มทะลักจากเขื่อน ลำปาวตั้งแต่เมื่อวาน ๒๕ กันยายน ๒๕๕๒ และล่ะครับ.)

เมื่อเป็นเช่นนี้ขอถามผู้ว่า ฯ ว่า "ที่ท่านเคยออกมาให้ข่าวว่า การปรับปรุงเขื่อน จะทำให้เก็บกักน้ำได้เพิ่มขึ้นอีก ๓.๐๐ เมตร (ครม.สัญจรปี ๒๕๔๘ ที่โรงแรมริมปาว อนุมัติไว้เพียง ๒.๐๐ เมตร/หรือ ๕๐๐ ล้าน ลบ.ม.) และจะให้เก็บกักน้ำได้เพิ่มขึ้นอีก ๘๐๐ล้าน ลบ.ม. เป็นจาก ๑,๔๓๐ ล้าน ลบ.ม.เป็น ๒,๒๓๐ ล้าน ลบ.ม. ความแข็งแรงของเขื่อยจะรับไหวไหม?ครับท่านผู้ว่าฯ(ครม.สัญจร ปี๒๕๔๘ ที่โรงแรมริมปาวอนุม้ติไว้เพียง ๕๐๐ ล้าน ลบ.ม.จาก ๑,๔๓๐ ล้าน ลบ.ม.เป็น ๑,๙๓๐ ล้าน ลบ.ม. ผมยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะเป็นไปได้ครับ) ฟ้าดินโปรดเป็นพยาน...!!!

ทีนี้กลับมาดูข่าวน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านนาพูน จ.แพร่ และดูกราฟน้ำไหลลงเขื่อน "สิริกิติ์" กันบ้างนะครับ จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า เป็นน้ำป่าไหลหลากจริงๆครับ เพราะไหลหลากเพียงวันเดียวก็ผ่านพ้นไปแล้วครับไม่ได้ไปกล่าวโทษฝนตกหนักเลยครับ เพราะข้อมูลน้ำในเขื่อน "สิริกิติ์"ในวันศุกรที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๒ นั้นมีอยู่เพียง ๖๐%ของปริมาตรเก็บกักปกติเท่านั้น/หรือคิดเป็นปริมาตรน้ำเพียง = ๙,๕๐๐x๐.๖๐ = ๕,๗๐๐ ล้าน ลบ.ม. เท่านั้น เขื่อน สิริกิติ์ ของ กฟผ.ยังแข็งแรงและยังจะสามารถรองรับน้ำได้อีกถึง = ๙,๕๐๐ - ๕,๗๐๐ = ๓,๘๐๐ ล้าน ลบ.ม./หรือมากกว่าปริมาณน้ำเก็บกักสูงสุดของเขื่อน ลำปาวเมื่อครั้งก่อสร้างเสร็จใหม่ๆ ประสิทธิภาพเต็ม ๑๐๐% /หรือ ๒,๕๑๐ ล้าน ลบ.ม. ครับ. ถ้าหากเขื่อนขนาดใหญ่ต่างๆ มีความแข็งแรงเหมือนเขื่อน สิริกิติ์ เหตุการณ์ น้ำท่วม น้ำแล้ง ซ้ำซาก ก็จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอนครับ คุณธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์/อดีตอธิบดีกรมชลประทาน ท่านทราบดี แต่ทำไม?ครับ จึงได้ปล่อยปละละเลยให้ผู้บริหารจัดการน้ำอย่างด้อยประสิทธิภาพเช่นนี้ และยังร่วมกันนำงบประมาณมาใช้อย่างไร้เหตุผลเช่นนี้ครับ แล้วเมื่อไหร่ครับพี่น้องเกษตรกร/ชาวนาและสมัชชาคนจนบนเขื่อนราษีไศลของผม จะหายยากจนเล่าครับ? อีกเขื่อนที่กำลังจะซ้ำรอยกรรมนี้ก็คือ เขื่อน ลำพระเพลิงครับ จะนำเงินงบประมาณถึง ๑,๒๐๐ ล้านบาทเศษ มาปรับปรุงประสิทธิภาพเขื่อนซึ่งเหลืออยู่ไม่ถึง ๔๕% เพื่อให้เก็บกักน้ำเพิ่มขึ้นได้อีกเพียง ๕๐ ล้าน ลบ.ม.เท่านั้น เขื่อน ลำพระเพลิงนี้เล็กกว่าเขื่อนลำปาวถึง ๑๐ เท่า แต่ก็ได้สร้างผลกระทบน้ำท่วมไร่นาของพี่น้องเกษตรกร มากมายมหาศาลครับ.นอกจากนี้ ยังมีเขื่อนขนาดใหญ่ในภาคอีสานใต้ที่ถูกลิมและถูกทอดทิ้งอีกมากเช่น เขื่อน ลำนางรอง จังหวัดบุรัรัมย์ เขื่อน ลำมูลบน เขื่อน ลำแซะ และเขื่อน ลำปลายมาศ จังหวัด นครราชสีมา.

ด้วยจิตรคารวะ

ประชุม สุริยามาศ.วย.๗๗๗

หมายเหตุ ผมขออนุญาตินำบทความการประชุมวิชาการวิศวกรรมแหล่งน้ำแห่งชาติ ครั้งที่ ๓ ในหัวข้อ การจัดการทรัพยากรน้ำภายใต้ความไม่แน่นอน..."บางตอน จากวารสาร จดหมายข่าว วสท. ฉบับที่ ๘ : สิงหาคม ๒๕๕๒ หน้า ๙ ดังนี้ครับ.-

"...งานประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติอันดีจากการบรรยายรับเชิญในหัวข้อ Water Rescources Management in Southeast Asia under Uncertainties โดย Thierry Facon ซึ่งผู้บรรย่ยเป็น Senior Water Manangement Officer ขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ สรุปใจความสำคัญโดยให้มุมมองว่า เพื่อการบริหารจัดการที่ต้องรองรับความไม่แน่นอนนั้น จะต้องเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารโดยอาศัยหลักวิชาการให้มากขึ้น พร้อมมีการเอาใจใส่ พื้นที่การบริหารให้มากขึ้น และมีการวางเป้าหมายการบริหารที่ต้องชัดเจนเช่นกัน จึงจะรับมือกับความไม่แนนอนที่อาจจะเกิดขึ้นได้..." คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครับ...?
หมายเหตุ ผมไม่สามารถนำกราฟน้ำไหลลงเขื่อนลำปาว ของปี ๒๕๕๒ มาวางได้ครับ พี่น้องสามารถเข้าไปที่ กรมชลดอทคอมพ์ > เลือกสถานะการณ์น้ำ กรมชลประทาน > เลือกสัญญลักษณ์ ปริมาณน้ำในอ่าง/เขื่อน > ตารางสรุปอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ > เลือคลิก เขื่อนลำปาว >จะได้กราฟน้ำใหลลงเขื่อนลำปาวปี ๒๕๕๑, ปี๒๕๕๒ และปี ๒๕๕๓ ดูตรงวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๕๒ จะพบว่า เขื่อนเริ่มปล่อยน้ำทิ้ง (พร่องน้ำ) ทั้งๆที่ปริมาณน้ำในเขื่อนลำปาวมีอยู่เพียง ๘๐๐ ล้าน ลบ.ม.เศษ เท่านั้น และยังไปควบคุมปริมาณน้ำไว้ที่ ๑,๒๘๐ ล้าน ลบ ม. ตั้งแต่วันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๒ ไปจนฝนหยุดตก จึงทำให้ปริมาณน้ำต้นปี ๑ มกราคม ๒๕๕๓ มีปริมาณน้ำในเขื่อนลำปาวเหลืออยู่เพียง ๑,๑๒๐ ล้าน ลบ.ม. เท่านั้นเองครับ.และณ.วันนี้ วันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ปริมาณน้ำในเขื่อนลำปาวเหลืออยู่เพียง ๔๔๐ ล้าน ลบ.ม./หรือคิดเป็น = ๓๓๐x๑๐๐/ ๒๕๑๐ = ๑๗.๕๒% เท่านั้นครับ.


โดย : นายประชุม สุริยามาศ   email : msuriyamas@hotmail.com เมื่อ วันเสาร์ ที่ 1 พฤษภาคม 2553 เวลา 12:58:44 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 21

การแก้ปัญหาน้ำ คือการแก้ปัญหาความยากจนให้แก่พี่น้องเกษตรกร/ชาวนา ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศครับ.
เขียนโดย Prachoom on วันพุธที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
เรื่อง การแก้ปัญหาน้ำคือการแก้ปัญหาความยากจนให้แก่พี่น้องเกษตรกร/

ชาวนาซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศครับ.

เรียน คุณชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน.

ผมขออนุญาตินำเสนอแนวคิด ข้อมูลอีสาณมิได้ขาดน้ำเลยครับ

แล้วจะผันน้ำโขงเข้ามาทำไม? โครงการโขง ชี มูล ก่อสร้างอาคารบังคับน้ำ

เพื่อเก็บกักน้ำที่ระดับสูงเกินไป ทำให้ส่งผลกระทบน้ำท่วมไร่นา ป่าบุ่ง ป่า

ทาม สร้างความเสียหายแก่พี่น้องประชาชนอย่างมหาศาล และที่ออกแบบ

จากแนวคิดที่ว่า จะสามารถเก็บกักน้ำได้มากและส่งน้ำให้แก่เกษตรกร/

ชาวนาได้เป็นแสนๆไร่นั้น ไม่เป็นความจริงเลยครับ กลับกลายเป็นไปเพิ่ม

ความสูงของระดับน้ำท่วม และระยะเวลาการท่วมยาวนานขึ้น สร้างความ

เสียหายเพิ่มมากขึ้นครับ.

เหตุผลสนับสนุนก็คือ ขนะนี้มี สมัชชาคนจนจำนวนถึง ๗ กลุ่ม

กำลังชุมนุมกันอยู่บนสันเขื่อนราษีไศล และได้เข้ามาร่วมประชุมกับคุณ

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน

๒๕๕๒ คุณอภิสิทธิ์ ฯได้มอบหมายให้คุณสาธิต วงศ์หนองเตย จัดประชุม

เพื่อรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมอีกในวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๒ จากนี้ผมก็ไม่

ทรายผลการประชุมว่าเป็นอย่างไร?ครับ

จากเหตุและผลข้างต้น แสดงว่า พี่น้องเกษตรกร/ชาวนาเขาเดือด

ร้อนจริงๆครับ เพราะพวกเขารวมตัวกันต่อสู้กันมาจนลูกชายจะแต่งงานได้อยู่

แล้วครับ ทำไม?ครับ กรมชลจึงไม่ดำเนินการตามข้อเรียกร้องของประชาชน

ซึ่งเขาหมดที่พึ่งในการนำเสนอข้อมูลจึงต้องออกมาชุมนุมกันครับ.

อนึ่งเขื่อนขนาดใหญ่ในอีสาณเหนือ กลางและใต้ ได้เสื่อมสภาพ

ลงมาก ดูได้จากการปรับปรุงสันเขื่อน ลำปาวอยู่ในขนะนี้ ครม.อนุมัติให้

เสริมสันเขื่อนให้สูงขึ้น (ความจริงไม่ใช่เสริมสันเขื่อน ให้ปรับสันฝายให้สูง

ขึ้น ๒.๐๐ เมตร เพื่อให้เก็บกักน้ำได้เพิ่มขึ้นอีก ๕๐๐ ล้าน ลบ.ม.) จากปริ

มาณเก็บกักปกติ ๑.๔๓๐ ล้าน ลบ.ม. เป็น ๑.๙๓๐ ล้าน ลบ.ม.

ข่าวจากผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธิ์ กลับบอกว่า จะเสริมสันฝาย

ประตูน้ำขึ้นอีก ๓.๐๐ เมตร เพื่อให้เก็บกักน้ำให้ได้เพิ่มขึ้นเป็น ๘๐๐ ล้าน

ลบ.ม.ปริมาณน้ำเก็บกักปกติก็จะเพิ่มขึ้นเป็น ๒,๒๓๐ ล้าน ลบ.ม. ซึ่งจะใกล้

เคียงกับปริมาณน้ำเก็บกักสูงสุดที่ได้ปรับลดลงแล้วคือ ๒,๔๕๐ ล้าน ลบ.

ม.จากเดิม ๒,๕๑๐ ล้าน ลบ.ม.และยังมีการติดตั้งฝายยางบนสันฝาย

คอนกรีตอีกด้วย เพื่อให้สามารถเก็บกักน้ำได้สูงสุดที่ระดัล + ๑๖๒.๗๐๐

เมตร (ร.ท.ก.)คือระดับเก็บกักน้ำสูงสุดเมื่อครั้งก่อสร้างเขื่อน ลำปาวแล้ว

เสร็จใหม่ๆครับ ผมเกรงว่าการเสริมสันเขื่อนให้กว้างขึ้นอีกเพียง ๖.๐๐

เมตรนั้น จะไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำเก็บกักได้มากถึง ๒,๒๓๐ ล้าน ลบ.

ม.ครับ. กรุณาชมเว็บบล็อกนี้ครับ.- http://msuriyamas.blogspot.com

จึงเรียนมาเพื่อได้โปรดพิจารณา.

ขอแสดงความนับถือ.

ประชุม สุริยามาศ.

http://msuriyamas.blogspot.com/2009/07/blog-post_29.html




โดย : ประชุม สุริยามาศ   email : msuriyamas@hotmail.com เมื่อ วันพุธ ที่ 7 กรกฎาคม 2553 เวลา 04:15:12 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 22

ภาคอีสาณนั้นมิได้ขาดย้ำเลยครับ/ประชุม สุริยามาศ.
เขียนโดย Prachoom on วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2552





เรียนพี่น้องเกษตรกร/ชาวนาและสมัชชาคนจนซึ่งกำลังชุมนุมอยู่บนิเวณสันเขื่อน(ฝาย)ราษีไศลอยู่ในขณะนี้.

ผมขออนุญาติย้อนนำเสนอบทความที่ว่า "ภาคอีสาณนั้นมิด้ขาดน้ำเลยครับ" ดังไฟล์แนบ.

มีคำบางส่วนในพระธรรมเทศนาของหลวงพ่อวัดใหญ่จังหวัดพิษณุโลกที่ว่า เช่น เมืองไทยมีน้ำสมบูรณ์

แต่เก็บไม่เป็นมีข้าวก็ปล่อยให้โกงกิน ฯลฯ

มาวันนี้ผมขอนำเสนอตารางสรุปปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่จำนวน

๑๒เขื่อนทั่วประเทศ ณ.วันอังควรที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๕๒ ดังนี้.-

๑.)ปริมาณน้ำที่ระดับเก็บกักสูงสุดรวม(เหนือ,กลาง,ใต้) = ๙,๕๖๔ ล้านลบ.ม.

๒.)ปริมาณน้ำที่ระดับเก็บกักปกติรวม(เหนือ,กลาง,ใต้) = ๗,๕๘๙ ล้าน ลบ.ม.

๓.)ปริมาณน้ำที่ใช้การได้รวม (เหนือ,กลาง,ใต้) = ๖,๑๑๗ ล้าน ลบ.ม.

๔.)ปริมาณน้ำณ วันที๑มกราคม ๕๑ (เหนือ,กลาง,ใต้) = ๖,๑๐๗ ล้าน ลบ.ม.

๕.)ปริมาณน้ำณ วันที่๑มกราคม๕๒ (เหนือ,กลาง,ใต้) = ๖,๓๔๙ ล้าน ลบ.ม.

๖.)ปริมาตรน้ำในอ่างณ วันนี้ ๗กรกฎาคม๕๒รวม = ๓,๕๕๓ล้าน ลบ.ม.

๗.)ปริมาตรน้ำที่ไหลลงอ่างค่าเฉลี่ย/ปีรวม = ๗,๕๕๐ ล้าน ลบ.ม.

๘.)ปริมาตรกากตะกอนและน้ำที่ใช้งานไม่ได้ = ๗,๕๘๙-๖,๑๑๗

= ๑,๔๗๒ ล้าน ลบ.ม.

๙.)ข้อสังเกตุที่ว่า อีสาณนั้นมิได้ขาดน้ำเลยครับ ก็สามารถยืนยันได้จากตัวเลขปริมาณ

น้ำที่ไหลลงเขื่อนเฉลี่ย/ปี ๗,๕๕๐ ล้าน ลบ.ม. และปริมาณน้ำเก็บกักปกติ ๗,๕๘๙

ล้าน ลบ.ม. เป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกันมาก หากมีการบริหารจัดการเขื่อนอย่างมี

ประสิทธิภาพ เช่นการพร่องน้ำเพื่อรองรับปริมาณน้ำจำนวนมากในฤดูฝนได้ดีกว่านี้

ปริมาณน้ำในเขื่อน ณ วันที่ ๑ มกราคม ของทุกปี จะมีปริมาณน้ำมากกว่านี้ ทั้งนี้

เพราะในปัจจุบัน ฝนจะตกล่าไปถึงปลายเดือน พฤศจิกายน น้ำซับจากป่ายังพอมี

ไหลลงเขื่อนในเดือน ธันวาคม และทั้งปริมาณน้ำฝนตกเฉลี่ยดังตัวเลขในปี ๒๕๔๖

และปี ๒๕๔๗ ก็มีปริมาณมากพอควร ทำไม? ปริมาณน้ำเก็บกักปกติ และปริมาตร

น้ำต้นปี ณ วันที่ ๑ มกราคม ๕๑ จึงแตกต่างกันอยู่ถึง = ๗,๕๘๙ - ๖,๑๑๗

= ๑,๔๗๒ ล้าน ลบ.ม. แสดงว่า เขื่อนไม่สามารถเก็บกักน้ำได้จริงตามตัวเลขปริมาณ

น้ำเก็บกักปกติ. เราลองมาเปรียบเทียบอัตราการใช้น้ำรวม ระหว่างน้ำต้นปี และ

ปริมาตรน้ำ ณ วันที่ ๗ กรกฎาคม ๕๒ ต่างกักนอยู่ = ๖,๓๔๙ - ๓,๕๕๓ = ๒,๗๙๖

ล่าน ลบ.ม. ตีเสียว่า ใช้เวลา ๖ เดือน อัตราการใช้น้ำรวม/เดือน = ๒,๗๙๖/๖ =

๔๖๖ ล้าน ลบ.ม./เดือนเท่านั้น ซึ่งแตกต่างกับการใช้น้ำในเดือน ธันวาคม ต่างกัน

ถึง ๓๑๖ % ครับ.

กรุณานำข้อมูลนี้เรียนคุณสาธิต วงหนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายก

รัฐมนตรีให้รับทราบเพื่อที่จะได้นำเรียนคุณอภิสิทธิ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ใด้รับทราบเพื่อใช้เป็นข้อมูลทั้งในการปิด ปิดเขื่อนต่างๆในโครงการ โขง ชี มูล

และใช้ในการพิจารณาโครงการผันน้ำโขงซึ่งต้องใช้งเนงบประมาณเป็นจำนวนมาก

และจะผันเข้ามาเก็บไว้ที่ไหน? และผันเข้ามาทำไม?กันครับ.

อนึ่งผมได้แนบภาพเขื่อนเจ้าพระยาจากกูเกิลมาให้ชมกัน ในภาพแสดงสะ

พานเดินเรือด้วยครับ และผมเองก็อยากจะเห็นภาพสะพานเดินเรือได้เกิดขึ้นในแม่น้ำมูน

ของเรา เพียงเราลดระดับเก็บกักน้ำของเขื่อน ราษีไศล เขื่อนหัวนา และเขื่อนปากมูล

ลงมาอยู่ที่ระดับที่เหมาะสม นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาความยากจนได้แล้ว และเราก่อ

สร้างเขื่อน(ฝาย)ระหว่างเขื่อนทั้งสามตามความเหมาะสม และสร้างสะพานเดินเรือ

เสริมเข้าไปในทุกๆเขื่อน พี่น้องเราก็จะสมารถมีทางเลือกในการขนส่งผลผลิตทางการ

เกษตรทางน้ำซึ่งขนส่งได้ครั้งลtมากๆ อีกด้วยครับ เพราะเมื่อวานนี้ผมได้นั่งเรือด่วน

ในแม่น้ำเจ้าพระยา จากท่าน้ำพายัพ (ศรีย่าน) ไปขึ้นรถไฟฟ้าฟรีที่ท่าน้ำสะพานตาก

สินทร์ (สะพาoสาธรเดิม)ได้พบเห็นการขนส่งทางน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ผม

คิดถึงบ้านเกิดคือแม่น้ำมูน นี่ผมฝันเกินจริงไปหรือเปล่าครับ.

ด้วยจิตรคารวะ.

ประชุม สุริยามาศ.วย.๗๗๗

http://msuriyamas.blogspot.com/2009/07/blog-post_28.html


โดย : ประชุม สุริยามาศ.   email : msuriyamas@hotmail.com เมื่อ วันพุธ ที่ 7 กรกฎาคม 2553 เวลา 04:20:55 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 23

มีความรู้มีค่ะ

โดย : 1 เมื่อ วันศุกร์ ที่ 10 ธันวาคม 2553 เวลา 14:35:23 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 24

ผมไปเที่ยวมาแล้วผมอยุ่อุบล

โดย : นายแบงค์   email : aloneaon@hotmail.com เมื่อ วันเสาร์ ที่ 18 ธันวาคม 2553 เวลา 20:15:06 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 25

สร้างเขื่อน แต่ละครั้งเกิดมหาเศรษฐี ขึ้นอีกหลายตระกูลจากเศรษฐีธรรมดาเป็นมหาเศรษฐี 555555555555555555555เมืองไทยใหญ่นั้นคุม เมืองไทยเล็กคงก้มหน้าเดิน55555555555

โดย : สิทธิชัย แก้วภูสิทธิ์ (เอก)   email : sittichai_mud@hotmail.com เมื่อ วันศุกร์ ที่ 24 ธันวาคม 2553 เวลา 11:17:55 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 26

ก่อนการสร้างเขื่อน ทางราชการเข้าจะเข้าทำการสำรวจพื้นที่ทั้งทางพืนดิน และทางอากาศ ก่อนการสร้างประมาณ 5 ปี ทำการศึกษาข้อมูลต่างๆ พร้อมกำหนดการเวนคืน เมื่อก่อนที่จะสร้างนะครับ มันเป็นทุ่งนาร้าง.. ไม่มีอะไรเลย คุณเชื่อ ไหม่ หลังจากมีการอนุมัติการสร้างเขื่อน แต่ละเขื่อน ไร่ นาสาโทต่างๆ บ้านช่องห้องหอ มันผุดขึ้นมาเหมือนเสกได้เลย.. เขียวพรึบไปหมด ค่าเวนคืนมันเลยไม่พอกับงบประมาณที่ตั้งไว้ บวกกับไอ้พวก NGO,ผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น, ได้ยินข่าวว่าไอ้เขื่อน 2 เขื่อนนี้ มันโอนจ่ายไป 500 ล้านแล้วม้าง ยังไม่พอกันอีก ...ประจวบเหมาะเรื่องเขื่อนไร้ประสิทธิภาพ คุ้มไม่คุ้ม มันก็เลยเอากันไปใหญ่ ผมเคยสร้างสะพาน มีบ้านเก่าอยู่คอสะพาน เอกสารสิทธิก็ไม่มี...เสียภาษีบำรุงท้องที่ก็ไม่มี...เป็นที่สาธารณะต่างหาก ไอ้ผม มันเป็นผู้รับเหมา ติดงานอยู่ตรงคอสะพานนั่นแหละ ส่วนจัดกรรมสิทธฺ์ ก็ไม่สามารถจ่ายเงินชดเชยได้ เพราะมันผิดกฎหมายตั้งแต่ต้น เลยทำเรื่องเบิกไม่ได้ แต่งานที่ผมรับไว้ต้องเสร็จ ไปๆมาๆ ก็ควักจ่ายไป ล้านก่าๆ ให้สะพานมันเสร็จๆๆ เดชะบุญ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ก็เกิดปัญหาคล้ายๆกันนี้ แระ นี่นะเนี่ยว่า ในหลวงท่านบอกว่า เขื่อนนี่มันจำเป็น ก็เลยสร้างไม่มีปัญหาเท่าไหร่ ไอ้พวก Ngo กับพวกแร้ง เลยไม่ค่อยเล่นแรงเ่่ท่าไหร่ เพราะว่าเรื่องนี่เ่ค้าเอาจริง แต่ว่าก็จ่ายค่า เวนคืนกับ จบเรื่องไปหลายเงินเหมือนกัน ...

โดย : โยธา ตัวจริง เมื่อ วันพุธ ที่ 9 มีนาคม 2554 เวลา 23:31:15 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 27

ที่มีชุมนุมประท้วงกันอะครับปัจจุบันตอนนี้เป็นยังไงบ้างอะครับ/แล้วตอนนี้เขื่อนปากมูลเป็นยังไงบ้างอะครับได้แก้ปัญหาตามที่เขาประท้วงยังไงบ้างอะครับ...ผมต้องเอาไปทำรายงานอ่า^^

โดย : ปืน เมื่อ วันเสาร์ ที่ 24 ธันวาคม 2554 เวลา 12:47:35 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 28

อยากได้เบอร์โทร จนท.ทางเขื่อนปากมูลจังเลยค้ะ

โดย : หลินปิง   email : film_lovemikkymous@hotmail.com เมื่อ วันอังคาร ที่ 14 มกราคม 2557 เวลา 22:06:41 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 29

แม่น้ำในเมืองไทย เกิดจากการที่ป่่าซับน้ำฝนไว้ แล้วค่อยปล่อยน้ำให้ไหลเรื่อยหล่อเลี้ยงสายน้ำไว้ มาวันนี้ป่าลดลงเพราะการบุกรุกที่ใครก็ห้ามไม่ได้ การซับน้ำก็ลดลง เราจึงได้ยินข่าวน้ำในแม่น้ำทุกสายลดลง ต่างจากแม่น้ำสายยาว เช่น โขง สาละวิน ที่ได้รับน้ำจากการละลายของหิมะในฤดูร้อน แม่น้ำมูลวันนี้เหลือน้ำน้อยมาก ถ้ามีการกักเก็บน้ำไว้ตามเขื่อนต่างๆก็คงพอมีน้ำไว้กินไว้ใช้ วันนี้ปลาลดลงโทษเขื่อนอย่างเดียวคงไม่ได้ ก็คนมันหาปลามากขึ้น เครื่องมือหาปลาก็เก่งขึ้น ขนาดปลาในทะเลก็ยังลด อยากให้ช่วยทบทวนการปิดเปิดเขื่อน ผมคิดว่าการกักเก็บน้ำของเขื่อนน่าจะได้ประโยชน์มากกว่าโทษ เพราะน้ำคือชีวิต ไม่มีน้ำก็ไม่มีชีวิต ไม่อยากเห็นคนทำพิธีแห่นางแมวขอฝนทั้งที่แมวไม่รู้เรื่องด้วย หรือ จุดบั้งไฟไปขอฝนพญาแถน ที่บางปีก็ตกใส่หัวชาวบ้าน

โดย : คนโคราช ต้นน้ำมูล   email : sabaidee40@hotmial.com เมื่อ วันพุธ ที่ 12 มีนาคม 2557 เวลา 11:30:19 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 30

ผมขออนุญาตฝากเว็บไซ๊ด์เพื่อคนไทยทุกๆคนด้วยนะครับ
http://www.narainadon.com


โดย : ประชุม สุริยามาศ   email : msuriyamas@hotmail.com เมื่อ วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน 2557 เวลา 15:44:16 น. ลบ


  แสดงความคิดเห็น
ข้อความ :  
ชื่อ :  
อีเมลล์ :    

-

Guide Ubon

http://www.hotsia.com/
http://www.sadoodta.com/
http://www.111thailand.com/
http://www.oceansmile.com/
http://www.guideubon.com/
http://feelthai.blogspot.com/
copyright 2005 www.GuideUbon.com
สำนักงานไกด์อุบลดอทคอม เลขที่ 89/1 ถนนพโลรังฤทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี 34000
ติดต่อไกด์อุบล : webmaster@guideubon.com | msn : guide_ubon@hotmail | Tel : 080-4850511 Fax : 0-4525-4700