Home Page GuideUbon
    You Tube    Facebook    Twitter    On Mobile
การเมืองอุบลราชธานี

          ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นประชาธิปไตยโดยคณะราษฎร์ ในวันที่ 24 มิถุนายน 2475 แล้ว คณะราษฎร์ได้จัดให้มีการเลือกตั้งครั้งแรก ในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2476 ในการเลือกตั้งครั้งแรก ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ส่วนใหญ่ เป็นข้าราชการเก่า หรือไม่ก็มีเชื้อสายของตระกูล ผู้ปกครองเก่า ในจังหวัดอุบลราชธานี ก็เช่นเดียวกัน ในสมัยนั้นเลือกได้ ส.ส. 3 ท่าน คือ

1. นายเลียง ไชยกาล เป็นหลานเขยของตระกูลเจ้านาย ทางจำปาศักดิ์ คือ กวนเจ้าโชติ ตระกูลของ นายเลียงเอง ก็สืบมาจากตระกูล ณ อุบล ซึ่งเป็นตระกูล เจ้านายเมืองอุบลราชธานีเก่า ตระกูลหนึ่ง นายเลียงเคยประกอบอาชีพครู และทนายความมาก่อน

2. นายทองอินทร์ ภูริพัฒน์ เป็นลูกคหบดี เป็นหลานเขย ของตระกูล เจ้านายจำปาศักดิ์ เคยเป็นครูใหญ่โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราชหลายปี โรงเรียนนี้เป็น โรงเรียนชาย ประจำจังหวัดอุบลราชธานี ต่อมาได้เป็นนายอำเภออยู่หลายแห่ง ย่อมมีลูกศิษย์ลูกหา และลูกน้องจำนวนมาก

3. นายเนย สุจิมา มีอาชีพเป็นทนายความ เป็นลูกข้าราชการ และเป็นหลานเขย ของพระอุบลกิจประชารักษ์ ตระกูลเก่า เจ้านายเมืองอุบลราชธานี เช่นเดียวกัน

          ดังนั้น ในการเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งแรก ในจังหวัดอุบลราชธานี ผู้ที่ได้รับเลือกเป็น ส.ส. คือ กลุ่มของคนจากตระกูล อาญาสี่ (คือ ตำแหน่งผู้ปกครองเก่า ได้แก่ เจ้าเมือง เจ้าอุปฮาด เจ้าราชวงศ์ และเจ้าราชบุตร) เนื่องจากตระกูลใหญ่ๆ เหล่านี้ มีลูกหลานจำนวนมาก เพียง 3 ชั่วอายุคน เกิดวงศ์วานว่านเครือ ทั้งญาติสายตรง ญาติลูกพี่ลูกน้อง ญาติเกี่ยวดองทางการสมรส จำนวนกว่า 100 ตระกูล อีกประการหนึ่ง เป็นธรรมเนียมทางอีสาน ที่มีการนับญาติ กันอย่างกว้างขวาง จึงไม่แปลกที่คนในตระกูลเก่าแก่ จะได้รับเลือกตั้งเสมอ

          ในยุคตั้งแต่ พ.ศ.2475-2500 จะหาคนที่เฉลียวฉลาดมีความรู้ ความสามารถและมีการศึกษามาสมัครรับเลือกตั้ง ได้ไม่มากนัก เช่น กรณีของ นายทองอินทร์ ภูริพัฒน์ เพียงแต่ลงชื่อสมัครรับเลือกตั้งเท่านั้น ไม่ต้องหาเสียง คะแนนก็จะนำมาทุกสมัย

          การเลือกตั้งครั้งแรก เป็นการเลือกตั้งโดยอ้อม คือราษฎรเป็นผู้เลือกผู้แทนตำบล ผู้แทนตำบลจะเป็นผู้เลือกผู้แทนจังหวัด ซึ่งเป็น ส.ส. ประเภทที่ 1 และมี ส.ส.ประเภทที่ 2 ได้จากการแต่งตั้ง ในจำนวนเท่ากัน ประกอบกันเป็นรัฐสภา สภาจะมีวาระสมัยละ 4 ปี ทั้งนี้ เนื่องมาจาก คณะราษฎร์ เห็นว่า ประชาชนในประเทศ ยังไม่มีความรู้ ความเข้าใจ ในระบบการเมืองรูปแบบใหม่ จึงให้เลือกตั้งโดยอ้อมก่อน รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2475 ยังมีบทเฉพาะกาลไว้ว่า จนกว่าประชาชนทั่วประเทศ จะจบการศึกษาชั้นประถมปีที่ 4 จำนวนมากกว่าครึ่งหนึ่ง ของประชาชนทั้งหมด หรือไม่เกิน 10 ปีข้างหน้า (คือใน พ.ศ. 2485) จะให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ทั้งหมด ไม่มี ส.ส.ประเภทแต่งตั้งอีกต่อไป

          การหาเสียง ในยุคแรกค่อนข้างยากลำบาก โดยเฉพาะในด้านการคมนาคม ซึ่งใช้ช้าง ม้า หรือเกวียน เป็นพาหนะ เข้าไปตามหมู่บ้าน ระหว่างอำเภอ มีรถยนต์ใช้บ้าง แต่น้อยมาก ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงของผู้สมัคร จะช่วยกันหาเสียงให้ ส่วนมากจะไปเวลากลางคืน เพราะกลางวัน ชาวบ้านไปทำมาหากิน ไม่สามารถรวมชาวบ้านได้ มีการประชุมชาวบ้าน ที่ศาลากลางบ้าน ที่วัด หรือที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน ผู้สมัคร และญาติมิตร จะช่วยกันยืนขึ้นพูดหาเสียง

          ในยุคนั้น ไม่มีการใช้เงินแจก นอกจากแจกหมากพลู ขนมบ้างเล็กน้อย ในสมัยหลัง จึงมีการแจกยา และฉายภาพยนตร์บ้าง แจกขนมถั่วตัด ไม้ขีดไฟ ขี้ผึ้งสีปาก ฯลฯ แต่ก็มิได้แจกกันอย่างเป็นล่ำสัน เหมือนที่มีการ กล่าวขวัญกันอย่างกว้างขวางเช่นปัจจุบัน การเลือกตั้ง พ.ศ. 2491 มีการแจกปลาทูเค็ม ที่ศรีสะเกษ นับว่าฮือฮาโด่งดังมาก ขบวนผู้ไปหาเสียง มีผู้หญิงที่เป็นผู้เฒ่าผู้แก่ เป็นผู้ที่คนในสังคม รู้จักเคารพนับถือ ได้ไปช่วยกันพูดหาเสียงให้ นั่นมิได้ หมายความว่า ผู้หญิง ที่อุบลราชธานี มีความตื่นตัวทางการเมือง สูงกล่าที่อื่น หากเป็นเพราะความสัมพันธ์ทางเครือญาติ

การเลือกตั้ง ในยุคที่ 2

          พ.ศ.2480 นายฟอง สิทธิธรรม มิได้เป็นคนจากตระกูล เจ้านายเมืองอุบลราชธานี แต่มาจากตระกูลชาวนา เขาได้พี่น้องที่อำเภอม่วงสามสิบมาช่วยหาเสียง นายฟอง จะได้คะแนนเสียงในเขต นอกเมือง ส่วน ส.ส. ที่มาจากตระกูลเก่า เช่น นายทองอินทร์ ภูริพัฒน์ นายทิม ภูริพัฒน์ นายเลียง ไชยกาล จะมีคะแนนเสียงในเขตเมืองมาก

          หน่วยเลือกตั้ง ในยุคนั้น ตั้งอยู่ในวัด และโรงเรียนแต่ละคุ้มหรือชุมชนหนึ่งจะมีวัดเป็นศูนย์กลาง มีชนชั้นปกครอง เรียกว่า อัญญา ประจำอยู่ทุกคุ้ม ซึ่งเป็นร่องรอยของการปกครองคน ตามกลุ่มตระกูลในระบบเดิมคุ้มต่างๆ ในเมืองอุบลราชธานีมีหลายคุ้มได้แก่ คุ้มบ้านเหนือ มีวัดหลวงเป็นศูนย์กลาง เป็นคุ้มชนชั้นปกครองเก่า คุ้มบ้านใต้ คุ้มวัดสว่าง คุ้มวัดกลาง คุ้มวัดพลแพน คุ้มบุ่งกาแซว ฯลฯ ข้างๆ หน่วยเลือกตั้ง หัวคะแนน ซึ่งเป็นเครือญาติ ของผู้สมัคร ส.ส. จะปูเสื่อไว้ มีหมากพลู บุหรี่ น้ำดื่ม ฯลฯ ไว้ต้อนรับผู้มาลงคะแนน และหัวคะแนนเหล่านี้ จะคอยชี้แนะ ผู้เข้ามาลงคะแนนเสียงได้ เพราะในสมัยนั้น ไม่มีการห้าม เมื่อผลเลือกตั้ง ออกมาแล้ว ผู้ได้รับเลือกก็จะเลี้ยงดู กันตามธรรมเนียม

          ในด้านการ ประชาสัมพันธ์ ในการเลือกตั้งสมัยนั้นทางคณะราษฎร์ มีนโยบายให้ ส.ส. และข้าราชการตามหัวเมือง ได้ชี้แจงวิธีการเลือกตั้งให้ประชาชนได้ทราบและเข้าใจ ถึงระบอบประชาธิปไตย จากงานเขียนของ ขุนพรหมประศาสตร์ (วรรณ พรหมกสิกร) ชาวอุบลราชธานี ผู้เป็นข้าราชการกระทรวงมหาดไทย คือ เป็นนายอำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี ได้แต่ง "เหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครอง แผ่นดินสยาม" และ"บรรยายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณจักรสยาม" เป็นภาษไทยอิสาน เสนอต่อคณะราษฎร์ ซึ่งผู้เขียนมีวัตถุประสงค์ ที่จะช่วยให้พลเมืองทางภาคอิสาน และภาคเหนือ เข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองนี้ เชื่อว่า หนังสือ 2 เล่ม น่าจะช่วยชี้แจงให้ราษฎรได้เข้าใจประชาธิปไตย และวิธีการเลือกตั้งได้ดีทีเดียว

 

เช่ารถขับเอง

http://www.hotsia.com/
http://www.sadoodta.com/
http://www.111thailand.com/
http://www.oceansmile.com/
http://www.guideubon.com/
http://feelthai.blogspot.com/
copyright 2005 www.GuideUbon.com
สำนักงานไกด์อุบลดอทคอม เลขที่ 89/1 ถนนพโลรังฤทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี 34000
ติดต่อไกด์อุบล : webmaster@guideubon.com | msn : guide_ubon@hotmail | Tel : 080-4850511 Fax : 0-4525-4700