Home Page GuideUbon
    You Tube    Facebook    Twitter    On Mobile
สักการะบูชา พระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันต์ธาตุ 9 แผ่นดิน วัดปากน้ำ

               สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงฯ ได้ร่วมกับ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จัดโครงการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตธาตุ สู่วัดปากน้ำ บุ่งสระพัง (หลวงพ่อเงิน 700 ปี) ต.กุดลาด อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ภายใต้ชื่อ “พุทธมหาบารมี พระบรมสารีริกธาตุ 9 แผ่นดิน สู่ปฐพีบุญอีสานอุบลราชธานี” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 84 พรรษา 5 ธันวาคม 2554 ระหว่างวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ถึง 17 พฤษภาคม 2554 (จากวันมาฆบูชา ถึง วันวิสาขบูชา)

               ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจาก 9 ประเทศ ได้แก่ ประเทศอินเดีย เนปาล ศรีลังกา จีน พม่า อินโดนีเซีย มาเลเซีย ลาว และไทย รวมทั้งพระอรหันตธาตุ 80 พระอสีติมหาสาวก กว่า 1,000 องค์ มีพระสาลีบุตร พระโมคคัลลานะ และพระอานนท์ เป็นต้น 

               "พระบรมสารีริกธาตุ" คือ พระธาตุส่วนย่อยที่บังเกิดแต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยเฉพาะ มิได้เป็นคำที่ใช้เรียก พระธาตุของพระอรหันตสาวก หรือพระธาตุเจดีย์ต่างๆ (บางทีอาจใช้คำว่า "พระบรมธาตุ" หรือ "พระสารีริกธาตุ" แทนได้)

               "พระธาตุ" คือ กระดูก หรือ ส่วนของร่างกายต่างๆ เช่น ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง โลหิต ฯลฯ ที่มีคุณลักษณะเป็นที่แตกต่างจากสามัญชนทั่วไป โดยมีลักษณะคล้าย ' ธาตุ ' ซึ่งหากมองโดย ไม่สังเกตให้ดีแล้ว ก็คล้าย กรวด หิน แก้ว เพชร ฯลฯ

               คำว่า พระบรมธาตุ และ พระธาตุ ยังอาจใช้หมายถึงพระสถูปเจดีย์ต่างๆได้อีกด้วย เช่น พระบรมธาตุไชยา พระธาตุดอยสุเทพ พระธาตุพนม ฯลฯ

ประเภทของพระบรมสารีริกธาตุ 

               เนื่องจากพระบรมสารีริกธาตุที่พบเกือบทั้งหมดในปัจจุบัน มีความแตกต่างจากอัฐิของบุคคลธรรมดาทั่วไปอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตามยังพบลักษณะของพระบรมสารีริกธาตุที่มีลักษณะเหมือนกระดูกคนเช่นกัน เท่าที่พบเห็นได้ตามพระธาตุเจดีย์ทั่วไป หรือตามพิพิธภัณฑสถานต่างๆ ทั่วโลก สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่

    1. พระบรมสารีริกธาตุ ลักษณะ 'พระธาตุ' 
      พระบรมสารีริกธาตุลักษณะนี้ พบมากในประเทศศรีลังกา ไทย จีน พม่า ฯลฯ มีลักษณะตรงหรือใกล้เคียงตามลักษณะที่ปรากฏใน อรรถกถาสุมังคลวิลาสินี ในประเทศไทยมีประดิษฐานอยู่ที่พระธาตุเจดีย์ ตามวัดต่างๆทั่วไป  
    2. พระบรมสารีริกธาตุ ลักษณะ 'กระดูกคน' 
      พระบรมสารีริกธาตุลักษณะนี้ พบเฉพาะเขตโบราณสถานในประเทศอินเดีย สำหรับในประเทศไทย รัฐบาลอังกฤษได้มอบให้แก่ประเทศไทย 2 ครั้ง ครั้งแรกพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้ประดิษฐานอยู่ ณ เจดีย์ภูเขาทอง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และครั้งที่ 2 รัฐบาลได้อัญเชิญไปประดิษฐาน ณ เจดีย์วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน

คุณลักษณะของพระบรมสารีริกธาตุ

               คุณลักษณะของพระบรมสารีริกธาตุและพระธาตุ ที่พบเห็นได้ทั่วไปในปัจจุบัน และได้รับการยอมรับจากพุทธศาสนิกชนและพระภิกษุสงฆ์โดยทั่วไป พบว่ามีลักษณะที่มองจากภายนอกคร่าวๆได้ดังนี้

  • มีด้วยกันหลายสี ตั้งแต่ใสดั่งแก้วจนกระทั่งขุ่น สีขาวดุจสีสังข์ สีทอง สีดำ สีชมพู สีแดง ฯลฯ
  • มีหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ ลักษณะเมล็ดข้าวสาร พันธุ์ผักกาด เมล็ดถั่วแตก แก้วใส ฯลฯ 
  • หากมีขนาดเล็ก สามารถลอยน้ำได้ เมื่อลอยด้วยกันจะสามารถดึงดูดเข้าหากันได้ และลอยติดกันเป็นแพ
  • สามารถเสด็จมาเพิ่มจำนวนขึ้นหรือลดลงได้เอง ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของพระธาตุ
  • เปลี่ยนขนาดและสีสันเองได้ 
  • ส่วนมากมักมีน้ำหนักค่อนข้างเบา เมื่อเทียบกับขนาด พระบรมสารีริกธาตุลักษณะต่างๆ

               พระบรมสารีริกธาตุ และ พระอรหันตธาตุ กับสถานที่ประดิษฐานอันสำคัญในประเทศไทย ลังกา อินเดีย แหล่งกำเนิดอารยธรรม อันเจริญรุ่งเรืองแต่เก่าก่อน ทั้งด้านการปกครอง ศาสนา พิธีกรรม มีการเผยแพร่สู่ถิ่นอื่น ๆ โดยเฉพาะเมืองที่ผู้ปกครองหรือผู้นำที่เข้มแข็ง จะมีการสืบ ความรู้แขนงต่าง ๆ ที่รับมาจากลังกา และอินเดีย นำมาประยุกต์ใช้การสร้างเมืองให้เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนา มีพระมหาธาตุเจดีย์ตั้งอยู่กลางเมือง ตามคติธรรมราชา ราชาปกครองด้วยธรรมค้ำจุนพระศาสนา เป็นหลักชัยของบ้านเมือง นำศาสนาเป็นสื่อกลางความเป็นอันหนึ่งอันเดียวของกลุ่มชนเป็นอยู่กระจัดกระจาย เป็นก๊ก เป็นเหล่าพระบรมธาตุเจดีย์ พระมหาธาตุเจดีย์ ดำรงความเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาอย่างไม่เปลี่ยนแปลง

               ตามคตินิยมของชาวพุทธ การได้สักการะปูชนียวัตถุ ปูชนียสถาน ที่สร้างขึ้นมาเพื่อแทนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธบาทจำลอง พระพุทธรูปเจดีย์ รวมเรียกว่า อุทเทสิกเจดีย์ ย่อมเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง และยิ่งมีเรื่องราวสนับสนุนเป็นตำนาน พุทธประวัติ เกี่ยวเนื่องกับสถานที่นั้น ก็ยิ่งเป็นแรงเพิ่มศรัทธาเป็นเท่าทวีคูณ

วัดปากน้ำ บุ่งสระพัง (หลวงพ่อเงิน 700 ปี)

 ต.กุดลาด อ.เมือง จ.อุบลราชธานี


ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

 

+++พระสารีริกธาตุ พระอรหันตธาตุ 9 แผ่นดิน วัดปากน้ำ+++ภาพโดย - Lightening -
ไปนมัสการพระอรหันตธาตุ 9 แผ่นดิน - ตาเอก -
** ตามเฮียยุ่น พาเพื่อนๆ ไปชมพระธาตุ ** - RB -
พระบรมสารีริกธาตุ พระอรหันตธาตุ 9 แผ่นดิน - นายลูกชิ้น -
นมัสการพระอรหันตธาตุ 9 แผ่นดิน (ภาพถ่าย) - l3ackuP -
::ไหว้พระอรหันตธาตุ 9 แผ่นดิน นมัสการหลวงพ่อเงิน ๗๐๐ ปี - จักรพงษ์ เผ่าผม -
****พระอรหันตธาตุ 9 แผ่นดิน**** - yun -
พระบรมสารีริกธาตุ พระอรหันตธาตุ..แบบ.. - john D1 -
วันอาทิตย์นี้ที่ วัดปากน้ำ - WIT_UBON -

ตามลายแทง...กราบสักการะ พระบรมสารีริกธาตุ และ พระอรหันตธาตุ - Air Ubon -

สักการะบูชา พระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันต์ธาตุ 9 แผ่นดิน วัดปากน้ำ

               พระธาตุเจดีย์ สร้างขึ้นเพื่อบรรจุอัฐิธาตุ ทั้งพระบรมสารีริกธาตุ อรหันตธาตุ แม้แต่พระมหากษัตริย์ที่สิ้นพระชนม์แล้ว ก็นำอัฐิธาตุไปบรรจุไว้ โบราณได้แบ่งเจดีย์ออกเป็น 4 อย่าง

  1. ธาตุเจดีย์ หมายถึง เจดีย์ที่บรรจุ พระบรมสารีริกธาตุต่าง ๆ
  2. บริโภคเจดีย์ หมายถึง เจดีย์อันมีความเกี่ยวเนื่องกับพระพุทธเจ้า เช่น สังเวชนียสถานทั้ง ๔ คือ สถานที่ประสูติ ตรัสรู้ ประทานปฐมเทศนา และสถานที่ดับขันธ์ ปรินิพพาน
  3. พระธรรมเจดีย์ หมายถึง พระคัมภีร์ ซึ่งแสดงถึงหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เป็นหนังสือหรือแผ่นจารึก แม้แต่คำจารึกพระธรรมทั้งหลาย บรรจุไว้ ณ สถานที่ใด ที่นั้นก็ถือเป็นพระธรรมเจดีย์ด้วย
  4. อุทเทสิกเจดีย์ หมายถึงเจดีย์ที่สร้างขึ้นอุทิศเฉพาะพระพุทธเจ้า เป็นต้นว่า พระพุทธรูป พระพุทธบาท และอาสนะ คือ สิ่งที่สร้างขึ้น แล้วอุทิศถวายพระพุทธเจ้า  

               เจดีย์มีมาก่อนพระพุทธกาล ต้นไม้ ภูเขา และป่า ตลอดจนสัตว์บางชนิด ก็ได้รับนับถือยกย่องให้เป็นเจดีย์ได้ อย่างนี้มีอยู่ก่อนแล้ว ครั้นเมื่อพระพุทธองค์ทรงประกาศศาสนาในประเทศอินเดีย พระพุทธองค์ก็ยอมรับเจดีย์อันเป็นที่เคารพนับถือของหมู่ชนมาแต่เดิม ดังที่เห็นได้ในพระวินัยปิฎก ว่าด้วยเรื่องพระฉันทะโค่นต้นไม้ใหญ่ อันเป็นเจดีย์ของหมู่บ้านเพื่อสร้างวิหาร จึงเป็นเหตุให้ชาวบ้านติเตียน เมื่อพระพุทธองค์ทราบบัญญัติพระวินัยว่า พระภิกษุสงฆ์ห้ามโค่นต้นไม้ใหญ่ อันเป็นที่นับถือของหมู่บ้าน

               แต่คำว่าเจดีย์ที่เราเข้าใจในปัจจุบันนั่น ไม่ปรากฏว่า พระพุทธองค์ทรงกล่าวไว้ ณ ที่แห่งใดเลย มีแต่ทรงตรัสถึง ธูปารหะบุคคล คือ บุคคลอันควรแก่สถูปเท่านั้น หน้าที่เจดีย์ 4 อย่างที่กล่าวมาแล้วนั้น น่าจะเป็นของที่เกิดขึ้นในครั้งหลัง แต่ต้องไม่นับถ้อยคำ กล่าวสรรเสริญพระพุทธองค์ของพระเจ้าปเสนทิโกศล ซึ่งพระพุทธองค์ทรงตรัสว่า ถ้อยคำว่าพระเจ้าปเสนทิโกศล นั้น เป็นธรรมเจดีย์ ดังมีมาในธรรมเจติยสูตร
เจดีย์ ทุกท่านจะนึกรู้ทันทีว่า หมายถึงสถาปัตยกรรม อันมิใช่ตัวอาคารที่จะเข้าไปอยู่อาศัยได้ เหมือนดังโบสถ์หรือวิหาร บางทีก็เรียกว่า สถูปเจดีย์ หรือพระปรางค์ก็ได้

               บรรดาเมืองหลวง หรือเมืองที่จัดอยู่ในระดับราชธานี ตามคติโบราณของไทยนับถือพระพุทธศาสนาเป็นสำคัญ เมืองจะต้องมีวัดที่สำคัญ เช่น วัดมหาธาตุ อยู่เป็นหลัก หรือเป็นประธานของเมืองนั้น ๆ จึงปรากฏชื่อวัดมหาธาตุ อยู่เป็นหลักสำคัญของเมือง ตั้งแต่สมัยสุโขทัย มาจนถึงรัตนโกสินทร์ ทั้งยังเป็นที่สถิตประทับอยู่ของพระมหาเถระที่ได้ราชทินนามว่า "สมเด็จพระสังฆราช" ทรงประทับอยู่ที่วัดมหาธาตุ
วัดมหาธาตุ จึงเป็นวัดที่แตกต่างจากวัดทั่ว ๆ ไป โดยจะมีพระเจดีย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ที่พระมหากษัตริย์ทรงสร้างถวายตามความเชื่อ เพื่อเป็นประธานของเมือง นอกจากวัดมหาธาตุแล้วยังมีสถานที่อื่น ๆ สร้างพระมหาเจดีย์ใหญ่กันขึ้นทุกยุคทุกสมัย ตามศูนย์กลางความเจริญในแต่ละสถานที่นั้น ๆ อาทิ พระบรมธาตุเจดีย์เมืองนครศรีธรรมราช พระธาตุไชยา พระธาตุพนม พระธาตุหริภุญชัย ฯลฯ แต่ละสถานที่ก็มีเรื่องเล่า ตำนานความศักดิ์สิทธิ์ แต่ละจุดศูนย์กลาง เน้นไปที่พระบรมสารีริกธาตุ

               พระธาตุที่บรรจุอยุ่ในองค์พระเจดีย์ตามตำนานต่าง ๆ พื้นฐานจะมาจากที่แห่งเดียวกัน คือ มาจากชมพูทวีป ในประเทศอินเดีย แต่การให้ได้มาประดิษฐานยัง ณ สถานที่แห่งนั้น ๆ มักมีเรื่องของอิทธิปาฏิหาริย์แตกต่างกันออกไปอย่างสลับซับซ้อน เพื่อสนับสนุนเพิ่มความศรัทธาเป็นเท่าทวีคูณ

พระบรมธาตุตามตำนาน

               พระบรมธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และธาตุของพระอรหันต์ ซึ่งเป็นพระสงฆ์สาวกของพระพุทธองค์ มีลักษณะแตกต่างกับอัฐิหรือกระดูกของปุถุชนคนธรรมดา โดยพระองค์ท่านเป็นผู้ที่สำเร็จและปรินิพพานไปแล้ว จึงเป็นสิ่งควร เคารพบูชาอย่างสูงยิ่ง ทั้งยังเป็นอานิสงส์แก่ผู้กราบไหว้ เคารพบูชาให้สำเร็จประโยชน์และสุขสมบูรณ์ ผลานิสงส์ นี้จะปรากฏแต่เฉพาะ ผู้มีความเลื่อมใส กระทำการสักการะ โดยสุจริต เท่านั้น

พระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานในประเทศไทย

               พระบรมสารีริกธาตุที่ปรากฏในประเทศ ในเมืองไทย มีเรื่องเล่า การได้มาซึ่งพระธาตุมีปาฏิหาริย์แตกต่างกันออกไป แต่พื้นฐานก็มาจากประเทศอินเดีย จะยกตำนานเรื่องเล่าของการได้มาซึ่งพระบรมสารีริกธาตุ อันเป็นตำนานที่เล่าสืบทอดคู่กับพระเจดีย์นั้นสักแห่งหนึ่ง ที่มีประวัติเกี่ยวกับอิทธิปาฏิหาริย์ เพื่อสนับสนุนให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์และศรัทธา มีมาแต่ครั้งโบราณก็จะได้ยกถึงประวัติพระบรมธาตุเจดีย์ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร นครศรีธรรมราช อันเป็นศูนย์กลางศาสนาวัฒนธรรมมาแต่โบราณ

               กล่าวตำนานพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช เริ่มต้นจากประเทศอินเดียก่อน หลังจากที่พระพุทธองค์ได้ดับขันธ์ ปรินิพพานแล้วมีการแบ่งพระบรมสารีริกธาตุไปประดิษฐาน ณ ที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ทั้งบนสวรรค์ โลกมนุษย์ และบาดาล มาในสมัยพระเจ้าอชาตศัตรู ทรงได้นิมนต์พระมหากัสสปะ ให้ไปอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุที่ประดิษฐานในที่ต่าง ๆ รวบรวมมาไว้ที่กรุงราชคฤห์ ชมพูทวีป โดยให้ขุดหลุมฝังแล้วทำพิธีกรรมผูกพหุ่นยนต์ หรือหุ่นฝางหญ้า ปลุกเสกด้วยเวทมนต์ให้หุ่นพยนต์นี้อารักษ์รักษาพระบรมสารีริกธาตุนี้ไว้

               ครั้นถึง พ.ศ. 224 สมัยพญาอโศกราชแห่งนครอินทรปัตต์ ได้โปรดให้ขุดพระบรมสารีริกธาตุที่สมัยพระเจ้าอชาตศัตรูฝังไว้ ขึ้นมาแจกจ่ายยังนครต่าง ๆ 84,000 แห่ง กษัตริย์สิงหราช เจ้าเมืองทนธบุรี (ท้าวโกสีหราช หรือ อังกุศราช) ได้รับพระทันตธาตุไปบูชา จึงเป็นเหตุให้กษัตริย์แห่งอื่น ๆ ยกทัพมาหวังจะแย่งชิง พระทันตธาตุ มิได้ขาด จนสุดท้ายเมืองนี้ถูกโจมตีจากกองทัพ 5 เมือง กษัตริย์สิงหราชทรงเห็นว่า ไม่สามารถรักษาพระทันตธาตุองค์นี้ไว้ได้จึงรับสั่งให้พระราชธิดา คือ พระนางเหมชาลา และพระราชโอรสนามว่า เจ้าชายทนธกุมาร ให้อัญเชิญพระทันตธาตุลงเรือไปถวาย พระเจ้ากรุงลังกา

               ระหว่างที่เดินทางเกิดพายุใหญ่ เรืออับปาง ขบวนเสด็จของพระนางและเจ้าชายถูกพัดมาขึ้นฝั่ง จึงได้ฝังพระทันตธาตุไว้ ณ ที่แห่งนั้นระหว่างอยู่ที่หาดทรายแก้ว ได้ถูกท้าวนาคา ลอบมาลักพระทันตธาตุไว้ในนาคพิภพ หรือเมืองพญานาค พระมหาเถรพรหมเทพได้ช่วยพระนางชิงคืนกลับมาแล้วได้นำไปถวายถึงมือเจ้ากรุงลังกา แต่พระเจ้าทศคามิมี พระจ้ากรุงลังกาได้ประทานพระทันตธาตุคืนให้พระนางทะนานหนึ่ง ส่วนหนึ่งนำกลับไปฝังไว้ ณ หาดทรายแก้ว แล้วเหลือกลับไปประดิษฐานคืนเมืองธนบุรีดังเดิม

               ถึงยุคพระเจ้าศรีธรรมมาโศกราช อพยพพลเมืองหนีโรคห่าไปถึงหาดทรายแก้ว เทพยดาแสดงปาฏิหาริย์ดลใจให้พระองค์พบสถานที่ซ่อนพระทันตธาตุ โปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญขึ้นมา แต่ไม่สำเร็จ ด้วยอิทธิฤทธิ์หุ่นยนต์ที่ถูกผูกขึ้นไว้มารักษาพระธาตุ เป็นฝูงนกกาออกมาทำร้าย
ต่อมาได้เจ้ากากภาษา โอรสเจ้าเมืองโรมพิสัย อาสามาแก้อาถรรพณ์ให้ได้สำเร็จ แล้วสร้างพระเจดีย์ขึ้นบรรจุพระบรมธาตุ ตามตำนานกล่าวว่าพระบรมธาตุเจดีย์องค์นี้สร้างเมื่อ พ.ศ. 854 นี่คือเรื่องราวตำนานหนึ่งในหลาย ๆ ตำนานพระธาตุเจดีย์สำคัญของไทย เน้นปาฎิหาริย์ดึงศรัทธาของกลุ่มคน



ความคิดเห็นที่ 1

ฝากกำหนดการนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ
เปิดให้นมัสการทุกวัน
เวลา 08.00 น. เปิดให้เข้านมัสการพระบรมสารีริกธาตุ
เวลา 18.00 น. ทำวัตรเย็น เจริญภาวนา
เวลา 20.00 น. ปิดศาลาการเปรียญ


โดย : พุทธศาสนิกชนอุบล เมื่อ วันพุธ ที่ 16 มีนาคม 2554 เวลา 11:32:06 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 2

วันที่ 19 มีนาคม 2554 พิธีสมโภชพุทธาภิเษกพระบรมสารีริกธาตุ (บวชชีพราหมณ์ตลอดคืน)
วันที่ 3 เมษายน 2554 พิธีสมโภชพุทธาภิเษกพระบรมสารีริกธาตุ(บวชชีพราหมณ์ตลอดคืน)
วันที่ 13 เมษายน 2554 พิธีแห่หลวงพ่อเงิน พิธีสมโภชพุ?ธาภิเษกหลวงพ่อเงิน (บวชชีพราหมณ์ตลอดคืน)
วันที่ 2 พฤษภาคม 2554 พิธีสมโภชพุทธาภิเษกพระบรมสารีริกธาตุ(บวชชีพราหมณ์ตลอดคืน)
วันที่ 17 พฤษภาคม 2554 พิธีสมโภชพุทธาภิเษกพระบรมสารีริกธาตุ(บวชชีพราหมณ์ตลอดคืน)วันวิสาขบูชา




โดย : พุทธศาสนิกชนอุบล เมื่อ วันพุธ ที่ 16 มีนาคม 2554 เวลา 11:38:59 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 3

ขอบคุณครับที่ให้ข้อมูลการบวชชีพราหมณ์ครับผมใด้ไปบวชมาครั้งที่แล้วและถ้ามีโอกาสก็จะไปอีกครับผมขอเชิญชวนคนอุบลฯหรือที่อื่นๆที่ใด้มาอุบลฯไปกราบพระบรมสารีริกธาตุนะครับชวนไปทำบุญครับเหมือนใด้เฝ้าพระพุทธเจ้านะครับ

โดย : คนเดช เมื่อ วันพุธ ที่ 16 มีนาคม 2554 เวลา 17:12:38 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 4

ครั้งแรกในภาคอีสาน ท่านใดมีโอกาสอย่าพลาด การกราบสักการะได้อานิสงส์ประมาณค่าไม่ได้

โดย : คนอุบลราชธานี เมื่อ วันพุธ ที่ 23 มีนาคม 2554 เวลา 15:25:56 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 5

ได้ไปไหว้มาแล้วรู้สึกอิ่มบุญมากเลย จะหาโอกาสไปอีก



โดย : คนอุบล เมื่อ วันเสาร์ ที่ 26 มีนาคม 2554 เวลา 11:54:33 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 6

อนุโมทนากับท่านที่ไปสักการะมาด้วยครับ

โดย : คนอุบลไกลบ้าน เมื่อ วันพฤหัส ที่ 7 เมษายน 2554 เวลา 14:35:28 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 7

ไปมาแล้วครับประทับใจมาก รู้สึกได้ถึงความศักดิ์สิทธ์ ผมได้ไปสมโภชมา 2 ครั้งแล้วด้วย สาธุๆๆ

โดย : เสือนอนกิน   email : www.poplove99@hotmail.com เมื่อ วันศุกร์ ที่ 6 พฤษภาคม 2554 เวลา 15:26:44 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 8

..x...

โดย : na   email : na@na.com เมื่อ วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม 2554 เวลา 13:57:32 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 9

ผมได้ไปกราบไห้วมาแล้วครับ รู้สึกประวัติความเป็นมาของพระพุทธเจ้าได้ ถึงแม้จะไม่หมดแต่ ผมก็ได้อิ่มบุญกลับมาพร้อมกับกำลังใจที่จะก้าวเดินต่อไปบนโลกใบนี้ครับ เพื่อดำรงชีวิตแบบสงบสุขได้ครับ

โดย : TOR   email : kanhong90@hotmail.com เมื่อ วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม 2554 เวลา 21:26:51 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 10

.

โดย : wc   email : na@na.com เมื่อ วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม 2554 เวลา 22:59:12 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 11

ดีใจค่ะ ที่ได้มีโอกาสมากราบไหว้ เป็นมาแล้วเมื่อวาน เป็นบุญจริงๆๆ

โดย : น้ำฝน   email : fonsa_59@hotmail.com เมื่อ วันจันทร์ ที่ 30 พฤษภาคม 2554 เวลา 09:32:08 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 12

อยากไปค่ะ ตอนนี้ยังมีมั๊ยค๊ะ


โดย : ธธธ เมื่อ วันจันทร์ ที่ 6 มิถุนายน 2554 เวลา 15:35:01 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 13

เปิดนมัสการตลอดจนถึงวันเข้าพรรษา อาจเลื่อนไปอีกคัรบผม จากปากน้ำ


โดย : ธนายุทธ   email : stam_285@hotmail.com เมื่อ วันพฤหัส ที่ 9 มิถุนายน 2554 เวลา 16:16:18 น. ลบ


  แสดงความคิดเห็น
ข้อความ :  
ชื่อ :  
อีเมลล์ :    

 

http://www.hotsia.com/
http://www.sadoodta.com/
http://www.111thailand.com/
http://www.oceansmile.com/
http://www.guideubon.com/
http://feelthai.blogspot.com/
copyright 2005 www.GuideUbon.com
สำนักงานไกด์อุบลดอทคอม เลขที่ 89/1 ถนนพโลรังฤทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี 34000
ติดต่อไกด์อุบล : webmaster@guideubon.com | msn : guide_ubon@hotmail | Tel : 080-4850511 Fax : 0-4525-4700