<ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี>-ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี-
Home Page GuideUbon
    You Tube    Facebook    Twitter    On Mobile
-ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี-
-

INTERVIEW by พริกขี้หนู

               ช่างถือเป็นเกียรติ หรือจะเรียกว่าเป็นความอาจหาญ ที่ตั้งอยู่บนความประหม่าก็ว่าได้ เพราะตั้งแต่เกิดมาเป็นผู้เป็นคน ยังไม่เคยสนทนาปราศรัยกับเจ้าใหญ่นายโต ระดับผู้ว่าราชการจังหวัดสักครา แต่อะไรก็ไม่เทียบเท่าความภาคภูมิใจ ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตของทีมงานตัวเล็กๆ แห่งนิตยสารเวคอัพ ได้รับอนุญาตด้วยไมตรีจิตจากพ่อเมืองใจดี นายชวน ศิรินันท์พร ที่เปิดประตูจวนฯและห้องทำงานให้สัมภาษณ์อย่างใกล้ชิดแบบไม่ถือตัว

ได้มาอยู่อุบลฯ รู้สึกอย่างไรบ้างคะ

               ดีๆ ท้าทายดี โดยธรรมชาติการรับราชการ อยู่เมืองเล็กแล้วก็ต้องอยู่เมืองใหญ่ เป็นการทดสอบตัวเราว่าจะทำงานได้มากน้อยแค่ไหน ชาวบ้านจะรักเราขนาดไหน ความศรัทธาที่ชาวบ้านจะให้เรามันมีมากน้อยแค่ไหน ตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญและท้าทาย ถามว่าเหนื่อยไหม...เหนื่อย (ยิ้ม) แต่ชาวบ้านเขาก็เหนื่อยเหมือนกันกับเรา จริงๆ ก่อนมาอุบลฯก็ศึกษาข้อมูลมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่กล้าบอกทิศทางของนโยบายมากนัก อยากไปสัมผัสก่อนแล้วค่อยมาพูดถึงความชัดเจนในเรื่องของนโยบาย ต้องพยายามศึกษาข้อมูลให้ได้มากที่สุด

การทำงานของท่านผู้ว่าฯ เข้างาน 8 โมงเลิกงาน 4 โมงหรือเปล่าคะ

               ถ้าผู้ว่าฯคิดอย่างนั้น ก็เท่ากับเป็นการปิดกั้นตัวเอง แล้วจะทำงานได้ไม่ดี เราต้องคิดว่า ถ้ามีงานมาเมื่อไหร่ต้องพร้อมเสมอ เพราะฉะนั้นทุกที่ทุกเวลาเราต้องสามารถทำงานได้ ภารกิจผู้ว่าฯ คือต้องทำงานอย่างตั้งใจ และต้องพร้อม 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไฟไหม้ น้ำท่วม คนโทรศัพท์มาแจ้งความกลางค่ำกลางคืน เหล่านี้ล้วนเป็นภาระของผู้ว่าฯ ทั้งนั้น

               ผมออกจากบ้าน 9 โมง ก่อน 9 โมงผมจะเคลียร์เอกสาร แฟ้มผมไม่เคยค้าง ยกเว้นแฟ้มยากต้องมีการหารือกับคณะกรรมการ ทุกวันเลขาฯหน้าห้องจะต้องเอาแฟ้มไปให้ผมที่จวน ไม่ว่าผมจะกลับมาดึกขนาดไหนก็ต้องมานั่งเซ็นต์งาน แต่ถ้าวันไหนเหนื่อยมากๆ ผมจะเข้านอนก่อนแล้วตื่นตีห้ามาเซ็นต์ พอเช้าก็ออกไปทำงาน เตรียมงานของวันใหม่ต่อ ถ้าวันไหนมีเวลาก็จะไปออกกำลังกาย ตอนนี้กีฬาที่ผมเล่นมี 2 อย่าง คือ เทนนิส อันนี้เล่นมานานแล้ว กีฬาอีกอย่างหนึ่งถ้ามีเวลามากๆ หน่อยก็จะไปตีกอล์ฟ แต่มาอยู่อุบลฯ นี่เล่นกอล์ฟไม่ได้แล้ว เพราะไม่ค่อยมีเวลา

               อย่างวันนี้ก็ตั้งใจจะไปตีเทนนิส ไม่ได้ตีมาหลายวันแล้ว แต่ถ้าวันไหนมีเวลาน้อยก็จะวิ่งจ๊อกกิ้งในบริเวณบ้าน ผมเป็นคนชอบออกกำลังกาย เพราะการออกกำลังเป็นการผ่อนคลายอย่างหนึ่ง นี่แหละกิจวัตรประจำวันผมในแต่ละวัน เช้ามาเตรียมแฟ้ม ไปเปิดประชุม สัมมนา บ่ายประชุม ถ้ามีเวลาตอนเย็นก็ไปเล่นกีฬา ค่ำมาก็ไปงานสังคม

ถ้ามีงานสังคมเข้ามา แต่วันนั้นรู้สึกเหนื่อยมาก เคยมีความรู้สึกไม่อยากไปหรือเปล่าคะ

               เคย...(ลากเสียงยาว) ความรู้สึกมันเหนื่อยมาก มันอยากพัก อยากออกกำลังกาย อยากเล่นเทนนิสกับเพื่อนฝูง แต่มันไม่ได้...ก็ต้องไปให้เขาซะหน่อย งานพวกนี้สำคัญนะ ชาวบ้านเขาหวังให้ผู้หลักผู้ใหญ่ไปเป็นเกียรติ ถือว่าเขาให้เกียรติเรา ถ้าไปได้ก็ควรไป เสาร์อาทิตย์ก็ต้องไป งานศพนี่ยิ่งต้องไป เพราะชาวบ้านเขาเสียใจอยู่แล้ว เราเป็นคนของประชาชน ต้องทำตัวง่ายๆ สบายๆ และที่สำคัญเราต้องเป็นกันเองกับชาวบ้าน ไม่เคยคิดที่จะมาเจ้ายศเจ้าอย่างกับชาวบ้าน ทุกวันนี้ก็บอกกับลูกน้องว่า อย่ามัวแต่มาพบผม งานบางงานใช้โทรศัพท์คุยกันก็ได้ ไม่ต้องมานั่งรอผมหรอก เพราะผมไม่ค่อยอยู่ ต้องไปประชุม ไปงานนั่นงานนี่ มัวแต่รอกันไปรอกันมา เดี๋ยวงานก็ไม่เดินพอดี

ท่านผู้ว่าฯ มีการบริหารคน - บริหารงานแบบไหนคะ

               ความรู้สึกผม ลูกน้องคือทีมงาน ไม่ว่าจะเป็นท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการทั่วๆ ไป ทุกคนคือเพื่อนร่วมงาน เราต้องให้เกียรติเขา การให้เกียรติเป็นเรื่องสำคัญ แม้เราจะเป็นหัวหน้า เป็นคนหนึ่งที่อยู่สูงพอสมควร แต่ในเรื่องของการบริหารข้าราชการเราต้องดูแล ตอนที่ผมเป็นผู้ว่าฯอยู่มหาสารคาม มีลูกน้องคนหนึ่งเขาให้สโลแกนว่าผมเป็นคนที่ “กล้าหาญ สุจริต เสมือนมิตร เสมือนญาติ ” ผมก็ถามเขาว่า ทำไมถึงบอกว่าผมกล้าหาญ เขาบอกว่ามันเป็นเรื่องของจุดยืนในการทำงาน ท่านเป็นคนที่ยึดมั่นในเรื่องหลักการทำงาน เดี๋ยวนี้หลวงพ่อวัดทุ่งศรีเมืองก็บอกว่า ผู้ว่าฯ นี่กล้าหาญดีนะ คือกล้าหาญในเรื่องงานและความถูกต้อง เขาว่ามาอย่างนั้น เราก็ต้องพยายามทำให้ได้

ตอนเป็นเด็กผู้ว่าฯ มีความฝันว่าโตขึ้นอยากเป็นผู้ว่าหรือเปล่าคะ

               ตอนเด็กๆ ผมไม่ฝัน เพราะผมจน(หัวเราะ) ผมจะเล่าให้ฟังก็ได้ เพราะมันไม่ใช่เรื่องน่าอาย (หัวเราะ) ตอนเด็กผมเรียนหนังสือไม่ค่อยเก่ง จะชอบเล่นกีฬาซะมากกว่า ผมเป็นคนชัยภูมิ เมื่อก่อนบ้านผมอยู่บ้านนอก หลังบ้านจะเป็นลานโล่ง ผมก็จะชอบไปเตะฟุตบอลที่นั่นกับเพื่อนเป็นประจำ คุณพ่อคุณแม่ท่านก็ไม่ค่อยเคี่ยวเข็ญ ก็ถือว่าเรียนในระดับปานกลาง สมัยก่อน...จบ มศ. 3 ก็ต้องไปต่อ มศ. 4 ปี 2511-2512 เพื่อนที่สนิทเขาก็ตั้งใจจะไปสอบเตรียมอุดมศึกษา เมื่อก่อนนี่บ้านนอกสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้น้อยมาก โรงเรียนประจำจังหวัดชัยภูมิ เดี๋ยวนี้ชื่อโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล ถ้าใครสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้นี่ถือว่าเป็นเรื่องยิ่งใหญ่มาก แต่สมัยนี้เด็กๆ สอบเข้าได้กันเยอะ สำหรับผมตอนนั้นภาษาอังกฤษนี่อยู่ลำดับบ๊วยเลย ก็เลยได้ไปเรียนอำนวยศิลป์ 2 ปี จากนั้นก็ไปสอบเข้ารัฐศาสตร์จุฬาฯ ปรากฏว่าสอบได้ ลูกฟลุ๊คหรอก (หัวเราะ) อย่าแปลกใจ

ไม่ฟลุ๊คหรอกมั้งคะ (ยิ้ม)

               แต่ผมมีความรู้สึกอย่างนี้นะ ตอนที่ผมจากบ้านไปเรียนหนังสือ ผมรู้สึกเป็นห่วงบ้าน เป็นห่วงพ่อแม่ มันเกิดความรู้สึกสงสารพ่อแม่มากขึ้น กลัวว่าท่านจะเสียใจถ้าเรียนได้ไม่ดี เพราะเมื่อก่อนเราเล่นมาก จุดนี้ก็เลยเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต ทำให้ตั้งใจเรียนมากขึ้น ดูหนังสืออย่างหนัก เก็บตัวจนเพื่อนแปลกใจ  

ท่านผู้ว่าฯ เป็นลูกคนเดียวเหรอคะ

               ผมมีพี่น้องเยอะ แต่เป็นลูกชายคนเดียวในบ้าน มีพี่สาว 3 คน น้องสาว 3 คน ช่วงที่สอบรัฐศาสตร์จุฬาฯนี่ คิดและตั้งใจไว้ว่าอยากเป็นนายอำเภอ เพราะสมัยก่อนที่บ้านค้าขาย และเราก็สังเกตเห็นว่า เวลาที่มีข้าราชการมาบ้านนี่คุณพ่อจะยอมเขาทุกอย่าง ก็เลยอยากเป็นข้าราชการบ้าง ตอนนั้นอยากเป็นนายอำเภอ ก็ถึงได้เลือกเรียนรัฐศาสตร์ แต่ถ้าตอนนั้นสอบไม่ได้ผมอาจจะได้เป็นครู หรืออาจจะไปค้าขายก็ได้ จริงๆ เรื่องการเรียนเป็นเรื่องสำคัญของอาชีพแต่ละคนนะ บางคนอยากเป็นหมอแต่สอบไม่ได้ อย่างผมเรียนไม่เก่งแต่ได้เป็นผู้ว่าฯ ถึงบอกว่าถ้าวันไหนคิดท้ออย่าไปถอย เพราะชีวิตคนเราไม่แน่นอน แต่ขอให้มีความตั้งใจที่ดี ให้คิดในทางบวก ฝรั่งเขาเรียกว่า Positive Thinking พื้นฐานของความสำเร็จอยู่ที่ความตั้งใจ อยู่ที่ความคิดดี ทำแต่เรื่องดีๆ แล้วจะได้ดี ยิ่งถ้าได้ทำงานยิ่งเห็นชัด

               ผมไม่เคยคิดว่าจะได้มาเป็นผู้ว่าฯ คิดแต่ว่าทำงานให้มันดีๆ ทำงานให้มันสำเร็จตามที่ผู้ใหญ่มอบหมาย ยิ่งครอบครัวผมไม่มีคนรับราชการ เราก็เหมือนตัวคนเดียว ต้องเสาะแสวงหาเพื่อนทำงาน ต้องตั้งใจทำงานให้ดีให้เรียบร้อยที่สุด ผมโชคดีที่ได้ไปอยู่กับนายดี นายขยัน นายเคี่ยวเข็ญ นายดุ ดุจนบางทีกลับบ้านน้ำตาเล็ด (หัวเราะ)… แต่ก็ไม่ท้อ... ไม่ท้อ...ไม่รู้จะท้อยังไง เพราะเราไม่มีทางไป ไม่ทำตรงนี้แล้วจะไปทำอะไร ถ้าหนีมีหวังนายต้องฆ่าเราทิ้งแน่(หัวเราะ) ประวัติชีวิตเสียแน่ ก็เลยตั้งใจทำมาเรื่อย ทุกวันนี้ผมมักจะสอนต่อว่า ผมไม่มีอะไร พ่อแม่ก็ไม่ได้เป็นข้าราชการ มาคนเดียว แต่เราใช้วิธีดูรูปแบบ ดูรุ่นพี่ ดูเพื่อน ถ้าจะขอความช่วยเหลือจากคนอื่นต้องทำอย่างไร ถ้าเราดีมีน้ำใจเขาก็อยากช่วย แต่ถ้าเราเห็นแก่ตัว ก็ไม่มีใครเขาอยากให้การสนับสนุนหรอก บางทีมีอำนาจแล้วไปอวด ใช้อำนาจในทางที่ผิดอย่างนี้ก็ไม่ถูกต้อง

แล้วถ้าเกิดปัญหา ท่านผู้ว่าทำอย่างไรคะ

               แน่นอน ...มีปัญหาก็ต้องหาทางออกครับ พระพุทธเจ้าสอนเราไว้ พระพุทธเจ้าตรัสรู้เรื่องอะไรจำได้มั้ย (เราตอบอริยสัจ 4) ใช่...พระพุทธเจ้าทรงออกผนวชเพื่อหาทางหลุดพ้น พระองค์เห็นคนเกิด แก่ เจ็บ ตาย แล้วเกิดสังเวช ก็เลยจะออกไปหาทางหลุดพ้น จนได้ตรัสรู้ อันนี้สอนให้เรารู้ว่าเรื่องบางเรื่องยังไงมันก็ต้องเกิดขึ้น อย่างการเกิด แก่ เจ็บ ตายยังไงมันก็ต้องเกิดขึ้น แก้ไม่ได้ ก็ต้องทำใจ แต่บางเรื่องแก้ได้เราก็ต้องแก้ ผมอาจจะเป็นคนโชคดีที่ยังไม่เคยเจอปัญหาที่แก้ไม่ได้ แต่ถ้ามีปัญหาผมก็ไม่เคยท้อนะ แต่...(หยุดคิด) บางทีการนิ่งและคิด ก็เป็นการแก้ปัญหาได้เหมือนกันนะ อย่างท่านพลเอกเปรมก็เป็นอีกท่านหนึ่งที่แก้ปัญหาโดยนิ่ง ใช้ความเงียบ คิดและก็หารือ หรือ...อย่างบางทีเราทะเลาะกันกับเพื่อน ไม่ต้องทำอะไรมากหรอก แค่ให้เวลาผ่านไป 2-3 วันมันก็จะดีขึ้น เขาว่าเวลาจะช่วยให้อะไรดีขึ้น บางทีเวลาก็เป็นตัวแก้ปัญหาที่ดีได้

วางอนาคตตัวเองไว้อย่างไร หรือ...ทำวันนี้ให้ดีที่สุด

               (ยิ้ม) ทุกวันนี้ผมคิดอย่างที่ว่านี่แหละ ผมไม่เคยมองอนาคตตัวเอง คิดแค่ว่าทำงานวันนี้ให้ดีที่สุด รับผิดชอบงานให้ดีที่สุด และที่สำคัญ...คนเราเกิดมาต้องมี “หน้าที่” เด็กก็มีหน้าที่เรียนหนังสือ พอโตขึ้นมาหน่อยก็ต้องทำงาน และก็มีหน้าที่อีกอย่างคือ ถ้าเป็นน้องก็ต้องเป็นน้องที่ดี ถ้าเป็นพี่ก็ต้องเป็นพี่ที่ดี เป็นลูกที่ดี อันนี้มันเป็นหน้าที่ทั้งนั้น แต่เราไม่ค่อยคิดกันในเรื่องหน้าที่ ผู้ใหญ่อาจจะสอนน้อยไปนิด แต่สังคมบางสังคมเขาสอนกันมาก ย้ำทุกวันแล้วมันจะรับทุกวัน อาจจะเป็นเพราะต้องดิ้นรนทำมาหากิน (ทำท่านึก) ผมชอบประโยคหนึ่งที่คุณแม่ชอบว่าผมว่า “ปากเปียกปากแฉะ” คำนี้มันกินใจ มันเป็นการสอนคนที่ดีที่สุด เดี๋ยวนี้เวลาผมไปพบชาวบ้านผมก็จะบอกเขาว่าเวลาสอนคนนี่ให้สอนแบบปากเปียกปากแฉะ อย่าขี้เกียจพูด อย่าขี้เกียจสอน ต้องหมั่นพูด หมั่นเอาเรื่องดีๆ ไปสอนชาวบ้าน ต้องใช้ยุทธการปากเปียกปากแฉะ

ผู้ว่าฯ ในอุดมคติสำหรับท่านต้องเป็นอย่างไรคะ

               ต้องทำให้ชาวบ้านรักและศรัทธา พูดอะไรไปแล้วชาวบ้านเขาเชื่อ เขาให้ความร่วมมือกับเราเป็นอย่างดี นี่คือเครื่องชี้วัดว่า ประสบความสำเร็จสำหรับผม ผู้ว่าฯต้องทำได้แบบนี้ แต่มันก็ต้องใช้เวลา ขณะเดียวกันเราก็ต้องทำให้เขาเห็นเป็นแบบอย่างด้วย ไม่ใช่อยู่ๆ ชาวบ้านจะมารักผู้ว่า มันเป็นไปไม่ได้ เราต้องทำด้วย

เมืองอุบลฯ ในฝันต้องเป็นอย่างไรคะ

               เมืองแต่ละเมืองไม่เหมือนกันนะ ผมเคยไปอยู่กระทรวงหลายครั้ง เนื่องจากผู้ใหญ่เรียกใช้บ่อยทำให้ผมทราบมาว่าหลายคนอยากเห็นเมืองเจริญ อยากเห็นเมืองตัวเองมีการพัฒนา แต่...การพัฒนาไม่จำเป็นว่าจะต้องไปทางเดียวกัน เมืองโคราชก็อาจจะไปทางอุตสาหกรรม เมืองขอนแก่นก็อาจจะเป็นเมืองฟู่ฟ่า แต่เมืองอุบลฯ ผมว่าเป็นเมืองน่ารักในแง่วัฒนธรรมประเพณี และไม่จำเป็นที่จะต้องไปเอาอย่างเมืองโน้นเมืองนี้ สำคัญว่าการเป็นเมืองที่เด่นทางวัฒนธรรมมันดีไหม ถ้าเรามองว่ามันดีเราก็รักษาไว้

               ผมว่าอุบลฯเป็นเมืองท่องเที่ยวทางศาสนา วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ โบราณคดี และเรายังเป็นเมืองประตูผ่านไปอินโดนจีน ลาว เวียดนาม ตรงนี้ผมว่าเป็นเรื่องดี เมืองวัฒนธรรมประเพณีไม่จำเป็นที่จะต้องมีตึกรามใหญ่โต ไม่ต้องมีสถานบริการเยอะ ๆ เพราะนักท่องเที่ยวเขาเจอรถติด เจอความวุ่นวายมาเยอะแล้ว เขาอาจจะอยากเที่ยวที่สงบๆ มาดูวัด มาดูวัฒนธรรมอันเก่าแก่ ผมว่าอุบลฯเป็นเมืองใหญ่ที่สงบ แล้วทำไมเราไม่รักษาตรงนี้ไว้ แต่อาจจะเพิ่มเติมในเรื่องของความสะอาด เมืองสวยงาม เมืองสงบ ทำเพิ่มแค่ 3 อย่างนี้ ผมว่าผู้คนจะหลั่งไหลมาเมืองอุบลฯมากมายมหาศาลเลย

               เมื่อก่อนผมไปหลายจังหวัดในอีสาน สิ่งที่ได้ยินเสมอๆ ก็คือ ต้นตำรับภาษาอีสานต้องเมืองอุบลฯ และอีกอย่างที่น่าภาคภูมิใจคือต้นแบบผู้หญิงสวยคือสาวอุบลฯ อันนี้ได้ยินมาจริงๆ เพราะฉะนั้นเราต้องภูมิใจ นี่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองเรา อุบลฯ เราถือว่าได้เปรียบหลายเมือง เราเป็นเมืองปราชญ์ ความเป็นเมืองปราชญ์นี่ลึกซึ้งนะ จะมีเมืองสักกี่เมืองที่เขายอมรับว่าเป็นเมืองปราชญ์ เมืองคนรู้ บ้านเฮาเอิ้นว่าเมืองผู้ฮู้ เมืองคนรู้คือเมืองที่มีการปลูกฝังเรื่องของการศึกษา แต่เราอย่าภูมิใจอย่างเดียว ต้องทำด้วย เพราะถ้าภูมิใจอย่างเดียวแล้วไม่ต่อยอดก็อาจจะสูญหายไปได้

ท่านผู้ว่าฯ มีฮีโร่ในดวงใจหรือเปล่าคะ

               ไม่ค่อยมีแบบโดดเด่น แต่ผมชอบคนเก่ง - คนดี อย่างท่านทักษิณเนี่ย ถ้าถามว่าท่านเป็นฮีโร่ไหม... เป็นครับ เพราะท่านเป็นคนเก่งในเรื่องของความคิด อันนี้ต้องยอมรับ และท่านจำคนแม่นมาก ผมคุยกับท่านครั้งเดียว ท่านจำได้เลย ทั้งๆ ที่แต่ละวันท่านเจอคนเยอะแยะมากมาย หรือท่านอาจจะโกรธอะไรผมอยู่รึเปล่าไม่รู้ ก็เลยจำได้แม่น (หัวเราะ) แต่ชื่นชมท่านในเรื่องของความคิด อย่างเรื่องยางพารา ท่านก็ทำให้ราคายางพาราสูงขึ้นได้ แล้วยังเป็นคนองอาจ อย่างตอนประชุมเอเปค ท่ามกลางผู้นำประเทศต่างๆ เราไม่อายประเทศอื่นๆ นะ ไม่ใช่แต่ท่านนะที่ผมชื่นชม อย่างเวลาที่ผมได้มีโอกาสไปอวยพรงานมงคลสมรส เขาเลี้ยงลูกเก่งเลี้ยงลูกให้ได้ดี อันนี้ผมก็ชื่นชม ใครก็ได้ที่มีคุณสมบัติเป็นคนเก่ง เป็นคนดี ผมชื่นชมทั้งนั้นแหละ

แล้วกับชีวิตครอบครัวล่ะคะ

               เมื่อก่อนยังไม่ได้แต่งงานเราก็จะมีเวลาสนุกสนานกับเพื่อนฝูง แต่พอแต่งงานเราก็ต้องสละความสุขตัวเอง แล้วก็ต้องไปมองครอบครัวให้มากขึ้น ทำงานเสร็จต้องไปอยู่กับครอบครัว เวลาของเพื่อนต้องน้อยลง เพราะถ้าครอบครัวมาทีหลังมันก็ไม่ไหว เรื่องครอบครัวนี่ผมว่าเป็นเรื่องใหญ่พอๆ กับงาน มันต้องควบคู่กันไป ช่วงที่แต่งงานแรกๆ ผมไม่ได้อยู่กับครอบครัวนะ เพราะต้องไปทำงานจังหวัดนั้นจังหวัดนี้ ส่วนภรรยา(คุณสุมาลี ศิรินันท์พร) เขาก็ต้องทำงานแบงค์ เพิ่งจะได้มาอยู่ด้วยกันก็ตอนที่ภรรยาลาออกจากงานเมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา สมัยก่อนนี่ลำบาก เราเป็นหัวหน้าครอบครัวก็ต้องห่วงภรรยาห่วงลูกให้มากๆ เมื่อก่อนพอมีเวลาปุ๊บผมต้องนั่งรถกลับบ้านทันที

อยากให้ลูกๆ เป็นผู้ว่าฯไหมคะ

               ไม่ (ตอบเด็ดขาดพร้อมหัวเราะ) เพราะจริงๆ แล้วผมไม่ได้คาดหวังอะไร ในฐานะพ่อไม่ได้บอกเขาว่าจะต้องไปเป็นอะไรหรือไปเรียนอะไร ก็ได้แต่บอกว่าอยากเรียนอะไรก็เรียน อยากให้เขาสบายใจ ก็คงเหมือนพ่อแม่ทั่วๆ ไปคืออยากให้เขาประสบความสำเร็จ จะไปทางไหนก็แล้วแต่เขา เราก็ดูห่างๆ ตอนนี้ลูกสาวคนโต (น้องแตงโม) เขาก็เรียนทางด้านสังคมสงเคราะห์อยู่ที่ธรรมศาสตร์ คนที่สอง(น้องส้มโอ) เรียนทางด้านบริหารธุรกิจมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และก็น้องแพร์เรียน ม.5 คนนี้เห็นเขาบอกว่าอยากเป็นทูต

เพราะอะไรจึงเปิดโอกาสให้นิตยสารเวคอัพlสัมภาษณ์ท่านคะ

               มันเป็นการมาพูดคุยกันเฉยๆ ก็ไม่เป็นไร แต่ที่สำคัญคือ วันแรกที่ผมเห็นนิตยสารเวคอัพ ผมก็ถามดิว (เลขาฯหน้าห้อง) ว่าเป็นนิตยสารอุบลฯเหรอ เขาขายที่ไหน เขาก็บอกว่าไม่ขายครับทำแจก ก็สงสัยว่าเขาแจกได้ไง ลงทุนทำซะอย่างดี นี่คือจุดเริ่มแรก พอดีเห็นบอกว่าอยากจะขอสัมภาษณ์ก็เลยได้คุยกันนี่แหละ

อยากบอกอะไรกับคนอุบลฯ บ้างคะ

               ต้องขอขอบคุณครับ จากความรู้สึกแรกในช่วงเจ็ดเดือนที่รู้ว่าจะต้องมาอยู่เมืองอุบลฯ นี่ผมกังวลมาก เพราะอุบลฯเป็นเมืองใหญ่ เป็นเมืองเก่าแก่ มีความหลากหลาย ที่สาธารณะก็เยอะปัญหาก็แยะ แต่จากความรู้สึกกังวลนั้นตอนนี้กลายเป็นความอบอุ่น ผมว่าพี่น้องประชาชนเขาให้การยอมรับและให้ความร่วมมือดีมาก มันก็เลยทำงานได้สำเร็จ งานใหญ่ๆ หลายงานเราก็ทำได้ อย่างเลือกตั้งที่ผ่านมาเราก็ทำยอดให้คนมาใช้สิทธิ์ได้เยอะเป็นอันดับหนึ่งของภาคอีสาน งานดอกบัวเกมส์นี่ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะงานนี้เราใช้งบน้อยแต่จัดออกมาได้อย่างสมบูรณ์ และที่ดีใจมากคือเราได้เป็นเจ้าเหรียญทองครั้งนี้ด้วย อันที่จริง ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็แล้วแต่ให้ประสบความสำเร็จ มันอยู่ที่ความตั้งใจทั้งนั้น

               ก็ขอฝากขอบคุณพี่น้องชาวอุบลฯ ทุกคนครับ เพราะงานราชการจะสำเร็จไม่ได้ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากประชาชน

 

ขอขอบคุณ : งานส่วนเลขานุการหน้าห้องผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี (ปลัดดิว) 
               :ประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี



ความคิดเห็นที่ 1

หลักการแนวความคิดในการพัฒนาจังหวัดก็เหมือนกับผู้ว่าคนก่อนๆ แต่ก็ไม่เคยเห็นจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงจนทำให้รู้สึกว่า โอ้ว อ่า อะไรแบบนี้ได้เลยสักคน เหมือนก็อปๆ กันมา แล้วก็เหมือนเดิม same same

โดย : อยากเห็นอุบลตื่น เมื่อ วันเสาร์ ที่ 21 มิถุนายน 2551 เวลา 18:52:05 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 2

ไม่same same นะ ท่านผู้ว่าฯชวนติดดิน เข้าถึงเร็ว ท่านผู้ว่าคนก่อนก็เป็นคนจำตัวเลขทฤษฎีแม่นมาก อุบลเราไม่เคยได้ผู้ว่าฯประเภททำงานไปวันๆ ถ้าย้อนกลับไปดูดีๆ ส่วนใหญ่ผู้ว่าฯบ้านเรามักประสบความสำเร็จในครอบครัวทั้งนั้น คนที่ครอบครัวดีมักเผื่อแผ่ให้กับผู้อืนได้ดีด้วย

โดย : พ่อลูกหนึ่ง เมื่อ วันอาทิตย์ ที่ 22 มิถุนายน 2551 เวลา 23:45:10 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 3

เห็นรูปท่านผู้ว่า ติดคู่กับนักการเมือง ท่านผู้ว่าเตรียมลงสมัครอะไรหรือเปล่าครับ อิอิ

โดย : แซวเล่นนะคร้าบ. เมื่อ วันจันทร์ ที่ 23 มิถุนายน 2551 เวลา 09:40:11 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 4

ท่านทำงานเพื่อจังหวัดอุบลเรา
จังหวัดเรามี่ผู้นำที่ดี มีคุณธรรม
น่าภูมิใจครับ...


โดย : เด็กผี_only เมื่อ วันจันทร์ ที่ 23 มิถุนายน 2551 เวลา 12:25:57 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 5

ท่านผู้ว่าคนนี้รู้สึกว่าจะติดดินมากเพราะเข้าใจคนอีสานด้วยกันเป็นกันเองพูดเพราะทำงานก่ง มีบุคคลากรที่ดีขยันท่านรองผู้ว่าก็เก่งขอให้ท่านจงเป็นพ่อเมืองของเรานานๆ นะคะและท่านปลัดดิวก็ทำงานเก่งพักผ่อนหน่อยนะเดี๋ยวไม่สบายเป็นห่วงทุกท่านเราชาวอุบลยินดีต้อนรับและท่านจะให้ช่วยพัฒนาบ้านเมืองอบลเราตรงไหนก็แจ้งด้วยเราจะได้ไปชวยกันพัฒนาให้เจริญเหมือนเมืองอื่นๆ

โดย : ตุ๊ดตู่   email : doode@hotmial.com เมื่อ วันอาทิตย์ ที่ 29 มิถุนายน 2551 เวลา 15:57:21 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 6

ท่านผู้ว่าพอจะจัดการแก๊งค์ขับรถชิ่งได้หรือเปล่า?
เพราะว่าไปทีไรเขาก็เอารถมาแข่งกันแถวหน้า โรงเรียนเทคนิคถึงไฟแดงโรงเรียนเบ็ญจมฯหนวกหูชาวบ้านเกือนทุกวัน


โดย : 1 เมื่อ วันพุธ ที่ 2 กรกฎาคม 2551 เวลา 11:55:12 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 7

ท่านผู้ว่าพอจัดการเรื่องทางเท้าในเขตเทศบาล และตลาดกกยาง

โดย : คนอุบล   email : p.jirakul1108@thaimail.com เมื่อ วันศุกร์ ที่ 11 กรกฎาคม 2551 เวลา 14:08:15 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 8

คนดีใครก็รัก..ใครก็อยากอยู่ใกล้..ใครก็อยากรู้จัก
ประทับใจความมีมนุษยสัมพันธ์ของท่าน..ไม่ถือตัว
ถ้าเป็นไปได้..ชาวขอนแก่นอยากทวงท่านคืน..
ให้ท่านมาเป็นผู้ว่าขอนแก่นบ้าง
หวังว่าชาวอุบลฯ คงจะไม่ว่ากันนะ


โดย : คนขอนแก่น เมื่อ วันศุกร์ ที่ 18 กรกฎาคม 2551 เวลา 17:34:50 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 9

เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมาบ้านของหนูถูกไฟไหม้บ้านเนื่องจากไฟฟ้าลัดวงจรขอความช่วยเหลือผ่านอำเภอแต่ก็เงียบหายหนูสงสารแม่มากแม่แทบเป็นบ้าเพราะบ้านของเราที่อยู่ประจำเหลือเพียงขี้เถ้าหนูไม่ได้อยากได้เงินทองจากทางการมากมายอะไรแต่ทำไมไม่ได้รับความช่วยเหลือเลยหนูก็เป็นประชาชนคนหนึ่งอยากขอความเห็นใจกับพ่อเมืองเพียงเล็กน้อยก็ยังดีไม่เกิดกับตัวเองคงไม่มีใครรู้ โชคดีที่เงิน 10000 ที่ไฟไหม้ไปแลกกับธนาคารแห่งประเทศไทยท่านให้แลกหนูรู้ว่าท่านมีภาระกิจมากมายถ้าข้อความนี้รบกวนท่านหนูคงต้องขอประทานโทษท่านด้วยหนูแค่อยากช่วยแม่เท่าที่ความสามารถมีเท่านั้นเอง

โดย : เด็กเดชอุดม เมื่อ วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม 2552 เวลา 16:43:50 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 10

เอ่อ....ท่านครับ....
เอ่อ ศาลากลางวอดวายแล้วครับ
ฝีมือคนของฮีโร่ในดวงใจท่านครับ
จะไปทำงานที่ไหนหละครับ


โดย : คนอุบล เมื่อ วันพฤหัส ที่ 20 พฤษภาคม 2553 เวลา 00:32:01 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 11

ผู้ว่าเป็นเสื้อแดง ยอมหน่อยแล้วกัน เผากระปุกตัวเองก็ยังยิ้มได้

โดย : B   email : G@hotmail.com เมื่อ วันศุกร์ ที่ 21 พฤษภาคม 2553 เวลา 22:39:35 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 12

ขอให้ท่านโชคดีนะครับ ดินแดนนักปราชญ์คงไม่เหมาะกับท่านครับ

โดย : อู๋น้ำ เมื่อ วันเสาร์ ที่ 29 พฤษภาคม 2553 เวลา 16:13:14 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 13

โอ้วววว วิสัยทัศน์ท่า น ดีน่ะครับชื่นชม ๆ ๆ


โดย : Glory   email : toobyza@hotmail.com เมื่อ วันอาทิตย์ ที่ 6 มิถุนายน 2553 เวลา 16:14:04 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 14

ท่านผู่ว่าคะพ่อดิฉัน นายตำแหน่ง สุราราช บ้านเลขที่ 188 หมู่ 7 บ้านพอกใหญ่ ต.พอกน้อย อำเภอพรรณานิคม จ.สกลนคร โดนหลอกให้ไปว่าพระ
พุทธเจ้าที่เป็นผู้หญิง มีวิหาร(บ้าน) อยู่ที่ต.นาเยีย อ.นาเย๊ย จ.อุบล ต้องจ่าย
เงินให้กับผู้หญิงคนนี้ชื่อนารี แต่เขาไม่บอกนามสกุล อยากให้ท่านผู้ว่าช่วย
ตรวจสอบให้ได้ไหมคะ เพราะบ้านดิฉันโดนหลอกมา 4 คนแล้วค่ะ ตอนนี้
เขากำลังจะเรียกเงินจากลุงที่เป็นอัมพาต จำนวน 4 หมื่นบาทเป็นค่ารักษา
อยากให้จังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบได้หรือไม่ เดือดร้อนจริงๆ ค่ะ


โดย : จินตนา   email : pimchawee_av22@hotmail.com เมื่อ วันพุธ ที่ 8 กันยายน 2553 เวลา 09:25:52 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 15

ท่านผู้ว่าคะ นางนารี ต.นาเยีย อ.นาเยีย บอกว่าตัวเองเป็นพระพุทธเจ้าเรียกเงินจากค่ารักษา ไม่รู้ว่าคนจังหวัดอุบลรู้เรื่องหรือเปล่าแต่จังหวัดสกลนคร
โดนหลอกหลายคนแล้วค่ะ รบกวนตรวจสอบให้หน่อยนะคะ ขอด่วนค่ะ
เบอร์โทรนารี 086 253 5615


โดย : จินตนา สุราราช   email : pimchawee_av22@hotmail.com เมื่อ วันพุธ ที่ 8 กันยายน 2553 เวลา 09:39:10 น. ลบ


  แสดงความคิดเห็น
ข้อความ :  
ชื่อ :  
อีเมลล์ :    

-

Guide Ubon

http://www.hotsia.com/
http://www.sadoodta.com/
http://www.111thailand.com/
http://www.oceansmile.com/
http://www.guideubon.com/
http://feelthai.blogspot.com/
copyright 2005 www.GuideUbon.com
สำนักงานไกด์อุบลดอทคอม เลขที่ 89/1 ถนนพโลรังฤทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี 34000
ติดต่อไกด์อุบล : webmaster@guideubon.com | msn : guide_ubon@hotmail | Tel : 080-4850511 Fax : 0-4525-4700