Home Page GuideUbon
    You Tube    Facebook    Twitter    On Mobile
ข้าวจี่

แบ-กบาล...ลูกหลานอุบลฯ...เรื่อง : พริกขี้หนู

               “ข้าวจี่” คือข้าวเหนียวปั้นขนาดเท่ากำมือ โรยเกลือนำมาปิ้งบนถ่านไฟ ชุบไข่ไก่ แล้วนำไปย่างอีกรอบรับรองว่าแซบอีหลี.. หนาวๆ แบบนี้ได้ข้าวจี่ร้อนๆ กลิ่นหอมๆ สีเหลืองน่ารับประทานสักก้อนก็น่าจะดีทีเดียว ข้าวจี่เป็นอาหารที่นิยมกินในฤดูหนาว เพราะคนสมัยก่อนจะนิยมนั่งผิงไฟคุยกัน แล้วก็ทำข้าวจี่กินแก้หนาวไปด้วย อีกอย่างช่วงนี้เป็นฤดูหลังเก็บเกี่ยวข้าว ข้าวใหม่จะมีกลิ่นหอมและนุ่ม จึงเหมาะที่จะนำมาทำข้าวจี่กินกันเป็นอย่างมาก

               แต่บ้างก็ว่า เป็นเพราะชาวอีสานชอบเดินทางไกลหลังฤดูทำนา จึงต้องเตรียมอาหารเก็บไว้กินนานๆ ซึ่งนั่นก็คือข้าวจี่ และเมื่อทำมากพอสมควรก็จะนำไปถวายพระ จนกลายเป็นประเพณีทำบุญข้าวจี่

“เดือนสามค้อย เจ้าหัวคอยปั้นข้าวจี่
ข้าวจี่บ่ใส่น้ำอ้อย จัวน้อยเช็ดน้ำตา”

( “ปลายเดือนสาม พระสงฆ์จะคอยชาวบ้านทำบุญถวายข้าวจี่ถ้าข้าวจี่ไม่ทาน้ำอ้อย สามเณรน้อยจะร้องไห้ ” )

               เป็นคำผญาที่บ่งบอกว่า ในสมัยโบราณข้าวจี่ถือเป็นสิ่งที่มีบทบาทสำหรับคนอีสานมาก ดังจะเห็นได้จากพิธี “บุญเดือนสาม” ใน“ฮีตสิบสอง” ซึ่งเป็นประเพณีที่ชาวอีสานจะทำข้าวจี่ไปถวายพระที่วัด หรือที่เรียกว่า “บุญข้าวจี่” ซึ่งเป็นประเพณีงานบุญเดือนสามของชาวอีสานที่ทำร่วมกันในชุมชน การทำข้าวจี่ของคนสมัยก่อนนี้ชาวบ้านจะปั้นข้าวเหนียวนึ่งสุกให้มีขนาดเท่าไข่ห่านหรือเท่ากำมือ โรยเกลือ แล้วใช้ไม้ไผ่เสียบเป็นแถวประมาณ 5-8 ก้อนต่อไม้ จากนั้นนำไปปิ้งบนเตาถ่านพร้อมพลิกกลับไปกลับมาจนข้าวเหนียวสุกเหลืองเสมอกัน แล้วนำไข่ไก่ที่ตีแล้วมาทาให้ทั่วก้อนข้าวหลายๆ ครั้งเพื่อให้ไข่ติดข้าว แล้วนำไปปิ้งบนเตาถ่านจนไข่สุกเหลืองส่งกลิ่นหอม นำข้าวที่สุกแล้วมาถอดออกจากไม้เสียบ นำก้อนน้ำอ้อยมายัดใส่ในรูไม้เสียบ เป็นอันเสร็จ ซึ่งจะเห็นว่าแตกต่างจากข้าวจี่ในปัจจุบัน ซึ่งเรามักจะเห็นแต่ข้าวจี่ทาไข่, ข้าวจี่โรยเกลือ

               ในการทำบุญข้าวจี่นี้ชาวบ้านจะทำเป็นจำนวนมาก ซึ่งไม่เพียงแต่จะทำเพื่อใส่บาตรเท่านั้น แต่จะทำเพื่อแจกจ่ายผู้คนหรือแลกเปลี่ยนกัน เมื่อได้ข้าวจี่แล้ว ชาวบ้านจะนำมารวมกันที่วัดพร้อมกับนิมนต์พระภิกษุสามเณรมารับบิณฑบาต ชาวบ้านจะนำข้าวจี่มาใส่บาตรพร้อมกัน เมื่อถวายภัตตาหารและข้าวจี่เรียบร้อยแล้ว พระภิกษุจะเทศน์ อานิสงส์บุญข้าวจี่ 1 กัณฑ์เพื่อเป็นการอธิบายให้เห็นว่า การทำบุญด้วยข้าวจี่นั้นได้อานิสงส์มากเช่นเดียวกับการทำบุญด้วยวิธีอื่น ส่วนตอนบ่ายจะมีการเทศน์นิทานชาดก โดยส่วนใหญ่จะเป็นนิทานพื้นบ้านทางภาคอีสาน เช่น ท้าวก่ำกาดำ, จำปาสี่ต้น ฯลฯ

               อานิสงส์ถวายข้าวจี่

               มีเรื่องเล่าความเชื่อเกี่ยวกับ “อานิสงส์ถวายข้าวจี่” ในหนังสือธรรมบทซึ่งกล่าวเอาไว้ว่า... ครั้งเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จไปประทับอยู่ที่กรุงราชคฤห์นั้น มีนางผู้หนึ่งชื่อ นางปุณณา นางมีหน้าที่ต้องไปตักน้ำซึ่งอยู่ห่างไกลจากหมู่บ้านทุกวัน นางจึงต้องเตรียมอาหารเช้าไปกินระหว่างทางด้วย โดยนางจะนำข้าวผสมรำอ่อนมาปั้นเป็นก้อนแล้วนำไปย่างไฟจนสุกเกรียม

               เช้าวันหนึ่งขณะที่นางปุณณากำลังเดินทางเพื่อไปตักน้ำตามปกติ นางเห็นพระพุทธเจ้าเสด็จพร้อมพระอานนท์ผ่านมา นางจึงเกิดศรัทธาอยากที่จะถวายสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า “เราตกทุกข์ได้ยากลำบากทั้งกายใจ มีชีวิตอยู่ไปวันๆ เท่านั้นก็เพราะเราไม่ได้ให้ทานรักษาศีลทำบุญไว้ในชาติก่อนและชาตินี้เป็นแน่ ในตอนนี้เราได้มีโอกาสพบกับพระพุทธเจ้าแต่ไม่มีของที่จะถวาย จะมีก็แต่ข้าวจี่ปั้นนี้ซึ่งเป็นอาหารที่ไม่ได้ทำด้วยความประณีต พระพุทธเจ้าจะทรงอนุเคราะห์ฉันหรือ แต่พระพุทธเจ้าท่านย่อมมีพระเมตตามหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ย่อมไม่รังเกียจว่าเป็นของเลวหรือของประณีต”

               เมื่อนางคิดได้ดังนั้น นางจึงตัดสินใจที่จะเดินไปหาพระพุทธเจ้าพร้อมอาราธนา... “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระองค์ทรงรับข้าวจี่ของหม่อมฉันผู้ยากจนเถิด...” พระพุทธเจ้าจึงทรงเปิดฝาบาตรรับข้าวจี่ของนาง แล้วพระองค์จึงเสด็จต่อไปยังบ้านเศรษฐี แต่นางปุณณายังคงมองพระองค์พร้อมอดคิดในใจไม่ได้ว่า ที่เรือนเศรษฐีล้วนมีแต่ภัตตาหารของดีๆ รสชาติโอชาและประณีตซึ่งเทียบกับข้าวจี่ของนางไม่ได้เลย คงไม่พ้นที่พระพุทธเจ้าจะโยนข้าวจี่ของนางทิ้งให้สุนัขกินเป็นแน่

               แต่ปรากฏว่าพระพุทธองค์ทรงเสวยข้าวจี่จนหมด เพราะพระพุทธเจ้าทรงทราบดีว่า การทำบุญนั้นขึ้นอยู่กับศรัทธา มิได้อยู่ที่ราคาสิ่งของที่นำมาทำบุญ จากนั้นพระพุทธเจ้าจึงทรงเทศน์โปรดนางปุณณา เมื่อนางได้ฟังแล้วเกิดซาบซึ้งในพระธรรมจนเกิดบรรลุโสดาปัตติผล

               ปัจจุบันเราจะเห็นข้าวจี่ที่แม่ค้าเขาทำขายเป็นลักษณะก้อนกลม เป็นข้าวจี่โรยเกลือและทาไข่เพราะทำง่ายและวัตถุดิบก็น้อย บางเจ้าอาจจะมีแจ่วแถมมาให้จิ้มเพื่อช่วยเพิ่มรสชาติ บางเจ้าอาจจะมูลข้าวเหนียวกับกะทิเพื่อให้ข้าวเหนียวนุ่มอร่อยขึ้น ก็แล้วแต่เคล็ดลับของใครของมัน แล้วแต่ว่าใครจะชอบแบบไหน

               ว่าแล้วหนาวนี้ไปหาซื้อข้าวจี่ร้อนๆ กลิ่นหอมฉุยมากินก็น่าจะดี หรือไม่...ถ้ามีเวลาก็ลองทำข้าวจี่กินกันเอง นั่งล้อมรอบกองไฟเพื่อคลายหนาว พร้อมกับพูดคุยกันไปแบบไทบ้าน ก็ได้บรรยากาศอีกแบบ...

ขอขอบคุณ : หนังสือสารานุกรมวัฒนธรรม ภาคอีสาน, www.84000.org



ความคิดเห็นที่ 1

วิธีทำ

โดย : คน   email : hfdgya@hotmail.com เมื่อ วันพฤหัส ที่ 7 กุมภาพันธุ์ 2551 เวลา 09:30:02 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 2

คงกินเหมือนข้าวไข่เจียวปะ

โดย : น้อมเเนม เมื่อ วันอาทิตย์ ที่ 11 พฤษภาคม 2551 เวลา 19:55:39 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 3

เนื้อหานี้
ผมจะ
ได้






นำไปใช้ในการเรียน


โดย : เบียร์   email : beer-3447@hotmail.com เมื่อ วันอาทิตย์ ที่ 22 มิถุนายน 2551 เวลา 10:30:58 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 4

ข้าวจี่สุดยอดมากอร่อยมาก เลยจริงๆๆนะ จะบอกให้

โดย : sqawitree   email : www.rug_ruggy-1234@whordlike.com เมื่อ วันพุธ ที่ 25 มิถุนายน 2551 เวลา 09:26:34 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 5

ข้าวจี่น่ากินมั่กๆเลย

ถ้าทำกินเองจะกินได้มั๊ยเนี่ย!!!!!!!!!!


โดย : เหอๆๆ เมื่อ วันพุธ ที่ 20 สิงหาคม 2551 เวลา 19:07:52 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 6

น่ากินมาก! โว้ยยยยยยยย! สุดยอดดดดดดดด!



โดย : ด.ช. เกรียน   email : wantanaimeen8@gmail.com เมื่อ วันเสาร์ ที่ 18 ตุลาคม 2551 เวลา 13:31:29 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 7

อยากรู้เคล็ดลับที่ทำให้ข้าวจี่ ที่เวลาจี่เสร็จแล้ว และเวลาผ่านไปซักพักหนึง(ตอนที่มันเย็นแล้ว เวลาประมาณ15-30นาที)มันจะแข็งมาก ทำยังไงข้าวจี่ถึงจะไม่แข็งเหรอค่ะ ช่วยตอบคำถามให้หน่อยนะค่ะ

โดย : พิมพ์   email : rutpet3@hotmail.com เมื่อ วันศุกร์ ที่ 7 พฤศจิกายน 2551 เวลา 09:08:10 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 8

ดิฉันชอบมากที่สุดเลยเพราะแม่ขายอย่ที่ต่างจังหวัดแม่ทำอร่อยมากใครผ่านไปเชิญแวะชิมได้นะทางโค้งปะปา ร้อยเอ็ด ตรงข้าม ร้านเชอรเวอ

โดย : ศรัพัจฌาย์ ร้อยเอ็ด เมื่อ วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน 2551 เวลา 13:40:46 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 9

สูตร ข้าวจี่อีสาน อร่อยมาก เชิญทีร้าน คุณแม่ ศรีนวล ผ่านสถิน ทางโค้งปะปา จ.ร้อยเอ็ด

โดย : แกว เมื่อ วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน 2551 เวลา 13:43:52 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 10

ดิฉันชอบมากที่สุดเลยเพราะแม่ขายอย่ที่ต่างจังหวัดแม่ทำอร่อยมากใครผ่านไปเชิญแวะชิมได้นะทางโค้งปะปา ร้อยเอ็ด ตรงข้าม ร้านเชอรเวอ

โดย : ศรัพัจฌาย์ ร้อยเอ็ด เมื่อ วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน 2551 เวลา 13:45:04 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 11

อยากกินแท้น้อ....คึดฮอดบ้าน

โดย : ข้าวกี่   email : pengbarew@hotmail.com เมื่อ วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน 2552 เวลา 16:11:22 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 12

ขอบคุณมากครับ
ผมจะได้ใช้ประกอบการเรียน


โดย : คิม   email : anonha-15@hotmail.com เมื่อ วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม 2552 เวลา 20:45:56 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 13

ดีจังเลยจะได้นำไปใช้ในการทำโครงงาน

โดย : กอหญ้า เมื่อ วันพุธ ที่ 12 สิงหาคม 2552 เวลา 10:21:16 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 14

อยากทำขายจังเลย

โดย : nunza   email : nunza88@windowslive.com เมื่อ วันพุธ ที่ 19 สิงหาคม 2552 เวลา 20:25:38 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 15

อยากลองกินดูมั้งอ่ะคับ ที่โรงเรียนก็เอาข้าวจีไปทำในงานธงฟ้า 5 บาท

โดย : >o<   email : nplewma2009@hotmail.com เมื่อ วันพฤหัส ที่ 3 กันยายน 2552 เวลา 21:39:57 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 16

นำข้อมูล

ไปทำรายงานส่งอาจานข๊ะ

อิอิ

ดั้ยคะแนนเต็มด้วย ๆๆ

ขอบคุณ ๆๆมากค่ะ


โดย : แสตมป์   email : stamp_ba@windoowslive.com เมื่อ วันพฤหัส ที่ 24 กันยายน 2552 เวลา 20:25:02 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 17

ลองทาด้วยมันปูนาก็แซบอย่าบอกคัย

โดย : ท้าวส่อหล่อ เมื่อ วันพุธ ที่ 18 พฤศจิกายน 2552 เวลา 17:58:53 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 18

กดกดกดกดกดกดกดกดกดกด

โดย : อนุชา   email : kia001@hon.com เมื่อ วันพฤหัส ที่ 4 กุมภาพันธุ์ 2553 เวลา 11:38:40 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 19

อนาคต ข้าวจี่ จะเป็นอาหารเช้าแบบ เร่งด่วนของชาวอีสาน หรือตาม โรงแรมใน ภาค อีสานได้

โดย : สมชาย   email : va@hotmail.com เมื่อ วันศุกร์ ที่ 21 พฤษภาคม 2553 เวลา 16:51:11 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 20

ข้าวจี่ข้างโรงบาลอุบลรักอร่อยๆๆวสุดๆๆๆๆ
ไปกินดู
แล้วจะติดใจ


โดย : -*-   email : madam_nnnn@hotmail.com เมื่อ วันศุกร์ ที่ 13 สิงหาคม 2553 เวลา 20:17:02 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 21

หหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหห

โดย : หหหหห เมื่อ วันพฤหัส ที่ 26 สิงหาคม 2553 เวลา 18:18:51 น. ลบ

ความคิดเห็นที่ 22

หหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหห

โดย : สมชาย เมื่อ วันพฤหัส ที่ 26 สิงหาคม 2553 เวลา 18:20:50 น. ลบ


  แสดงความคิดเห็น
ข้อความ :  
ชื่อ :  
อีเมลล์ :    

 

http://www.hotsia.com/
http://www.sadoodta.com/
http://www.111thailand.com/
http://www.oceansmile.com/
http://www.guideubon.com/
http://feelthai.blogspot.com/
copyright 2005 www.GuideUbon.com
สำนักงานไกด์อุบลดอทคอม เลขที่ 89/1 ถนนพโลรังฤทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี 34000
ติดต่อไกด์อุบล : webmaster@guideubon.com | msn : guide_ubon@hotmail | Tel : 080-4850511 Fax : 0-4525-4700