วัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ ส่งผลงาน ต้นเทียนพรรษาประเภทติดพิมพ์ ขนาดเล็ก เข้าร่วมงานประเพณีแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2569 โดยนำเสนอเรื่องราวสำคัญในพุทธประวัติผ่านฉาก พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ และ การอัญเชิญท้าวสันดุสิตเทวราชลงมาจุติเป็นมนุษย์เพื่อบำเพ็ญบารมีและตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ถ่ายทอดความเชื่อและหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาได้อย่างงดงาม
ขบวนต้นเทียนผสมผสานศิลปะงานติดพิมพ์กับงานประดับแบบไทยประเพณี พร้อมอัญเชิญ ตราพระลัญจกรประจำรัชกาลที่ 10 เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสะท้อนคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมที่สืบทอดมายาวนานของชาวอุบลราชธานี
องค์ประกอบสำคัญของต้นเทียน
ลำต้นเทียน
ลำต้นมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 49 เซนติเมตร
ความสูงของลำต้น 2.39 เมตร
ความยาวขบวน 6 เมตร
ความกว้าง 2 เมตร
ความสูงจากพื้นถึงยอดประมาณ 4.39 เมตร
ด้านหน้าขบวน
ด้านหน้าขบวนจัดแสดง พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ เทพผู้ปกครองสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ โดยมี ช้างเอราวัณ เป็นพาหนะคู่บารมี สื่อถึงอำนาจ ความอุดมสมบูรณ์ และการพิทักษ์คุ้มครอง
บริเวณกึ่งกลางขบวน อัญเชิญ ตราพระลัญจกรประจำรัชกาลที่ 10 ขณะที่ฐานรองรับต้นเทียนตกแต่งด้วย คชสีห์ สัตว์หิมพานต์ผู้ทรงพละกำลัง สื่อถึงอำนาจ บารมี และความมั่นคงอันเป็นสิริมงคลของบ้านเมือง
ด้านหลังขบวน
ด้านหลังขบวนถ่ายทอดเรื่องราว การอัญเชิญท้าวสันดุสิตเทวราชลงมาจุติเป็นมนุษย์ เพื่อบำเพ็ญพระบารมีและตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญก่อนการอุบัติของพระพุทธเจ้าในโลกมนุษย์ สะท้อนความเชื่อเรื่องการสั่งสมบุญบารมีของพระโพธิสัตว์ก่อนการตรัสรู้
การตกแต่ง
ต้นเทียนประดับด้วย ผ้าลายพื้นเมือง ดอกไม้สด และไฟส่องสว่าง ช่วยเพิ่มความงดงามให้กับขบวน พร้อมสะท้อนเอกลักษณ์ของศิลปหัตถกรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวอุบลราชธานี
การจัดสร้าง ต้นเทียนจัดสร้างโดย คณะกรรมการชุมชนโรงเรียนเทศบาลบูรพา 1 และ 2 ที่ร่วมแรงร่วมใจสืบสานประเพณีแห่เทียนพรรษา และอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของจังหวัดอุบลราชธานีให้คงอยู่สืบไป
คณะช่างผู้จัดทำ
การจัดสร้างต้นเทียนได้รับความร่วมมือจากคณะช่างผู้เชี่ยวชาญ ประกอบด้วย
นายจักรพันธ์ ทองไชย
นายประชิต โพธิ์ทอง
นายอนุพล โอบอ้วน
นายทองจันทร์ โพธิ์ทอง
นายวีรวิทย์ พงษ์สุพรรณ
ร่วมกันสร้างสรรค์ต้นเทียนประเภทติดพิมพ์ ขนาดเล็ก ที่ถ่ายทอดทั้งพุทธประวัติ ความจงรักภักดี และความงดงามของศิลปวัฒนธรรมไทยได้อย่างวิจิตรงดงาม