f แชร์

เมื่อไรควรผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก? คู่มือเบื้องต้นของการรักษา

สำหรับผู้ที่มีปัญหาน้ำหนักเกินและต้องการลดน้ำหนัก อาจเคยลองวิธีลดความอ้วนมาหลายแบบแต่ตัวเลขบนตราชั่งก็ยังไม่เข้าใกล้เป้าหมายที่วางไว้ ปัจจุบันมีอีกตัวเลือกที่น่าสนใจและปลอดภัยเพราะดำเนินการโดยแพทย์ นั่นคือการผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก บทความนี้จะขอเป็นคู่มือเบื้องต้นสำหรับผู้ที่สนใจวิธีการรักษาแบบนี้ รวมถึงข้อควรรู้ที่ว่าใครบ้างที่รักษาด้วยวิธีนี้ได้ และเมื่อไรจึงควรผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก

การผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักคืออะไร ? คู่มือเบื้องต้นสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องน้ำหนัก

การผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า การผ่าตัดปรับเปลี่ยนทางเดินอาหารเพื่อลดน้ำหนัก (Bariatric Surgery) เป็นการผ่าตัดเพื่อลดขนาดของกระเพาะอาหาร หรือเปลี่ยนแปลงการทำงานของลำไส้ ทำให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารได้น้อยลง อิ่มเร็วขึ้น และดูดซึมอาหารได้น้อยลง ส่งผลให้น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วและยั่งยืน

ใครบ้างที่จำเป็นต้องผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก ?

การผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน แต่จะเหมาะสมกับบุคคลเหล่านี้

· มีภาวะอ้วนมาก คือมีดัชนีมวลกาย (BMI) สูงกว่า 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตรขึ้นไป และมีโรคแทรกซ้อนจากภาวะอ้วน เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคไขมันพอกตับ

· มีภาวะอ้วนระดับปานกลาง คือมี BMI ระหว่าง 30-34.9 กิโลกรัมต่อตารางเมตร และมีโรคแทรกซ้อนจากภาวะอ้วนรุนแรง

· เคยพยายามลดน้ำหนักด้วยวิธีอื่น ๆ แล้วไม่สำเร็จ เช่น การควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย หรือใช้ยา

· มีความเข้าใจในกระบวนการผ่าตัดและพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกิน

ทั้งนี้ ค่า BMI เป็นตัวชี้วัดที่ใช้ประเมินว่าน้ำหนักตัวของคุณอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่ โดยคำนวณจากน้ำหนักตัวเทียบกับส่วนสูง ดังนี้

วิธีการคำนวณค่า BMI : BMI = น้ำหนัก (kg) / (ส่วนสูง (m) x ส่วนสูง (m))

ตัวอย่าง : สมมติว่าคุณหนัก 60 กิโลกรัม และสูง 1.65 เมตร

BMI = 60 / (1.65 x 1.65) = 22.04

เกณฑ์ค่า BMI :

ค่า BMI ต่ำกว่า 18.5 : น้ำหนักน้อยเกินไป ต่ำกว่าเกณฑ์

ค่า BMI 18.5 - 24.9 : น้ำหนักปกติ

ค่า BMI 25 - 29.9 : น้ำหนักเกิน

ค่า BMI 30 ขึ้นไป : มีภาวะอ้วน

ค่า BMI 35 ขึ้นไป : มีภาวะอ้วนมาก

ทำไมต้องผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก ?

· ลดน้ำหนักได้มากและรวดเร็ว

· ควบคุมโรคแทรกซ้อนจากภาวะอ้วนได้ดีขึ้น เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง

· เพิ่มคุณภาพชีวิต มีพลังงานมากขึ้น สามารถทำกิจกรรมได้มากขึ้น

· ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และมะเร็งบางชนิด

ใครบ้างที่ไม่ควรผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก ?

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถรักษาด้วยวิธีนี้ได้ โดยมีบุคคลที่ไม่สามารถผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนักได้ เช่น

· ผู้ที่มีโรคทางกายบางชนิด เช่น โรคหัวใจขาดเลือดรุนแรง โรคตับแข็ง หรือโรคติดเชื้อเรื้อรัง

· ผู้ที่มีปัญหาทางจิตเวช เช่น โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล หรือโรคบุคลิกภาพบางชนิด

· ผู้ที่ยังไม่พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกิน

การเตรียมตัวก่อน-หลังการผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนัก

สำหรับผู้ที่สามารถรักษาด้วยวิธีนี้ได้ การเตรียมตัวก่อนและหลังการผ่าตัด คือการปรึกษาแพทย์และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ทั้งการตรวจสุขภาพ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินโดยกินตามแผนที่แพทย์กำหนด การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และเข้ารับการติดตามผลเป็นประจำ ทั้งนี้เพื่อให้ผลลัพธ์ของการรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

การผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่มีภาวะอ้วนรุนแรงและมีโรคแทรกซ้อนจากภาวะอ้วนที่ไม่สามารถควบคุมได้ด้วยวิธีอื่น ๆ ก่อนตัดสินใจผ่าตัด ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความเหมาะสมและวางแผนการรักษาที่มีประสิทธิภาพที่สุด 
Sticky