วันที่ 5 กรกฎาคม 2568 เวลา 18.02 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จออกแทนพระองค์ ณ วังสระปทุม ทรงเจิมเทียนพรรษา สำหรับทรงพระราชอุทิศพระราชทานไปจุดบูชาพระรัตนตรัย และพุทธเจดียสถานตามพระอารามหลวงในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปีพุทธศักราช 2568
ในโอกาสนี้ พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายภพ ภูสมปอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี และ นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เฝ้าทูลละอองพระบาท รับพระราชทานเทียนพรรษา เพื่อเชิญไปถวายเป็นพุทธบูชาในเทศกาลเข้าพรรษาที่วัดศรีอุบลรัตนาราม อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี และวัดธาตุ อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
เทียนพรรษาพระราชทาน เป็นเทียนหล่อสำเร็จประดับด้วยลายไทย ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4 นิ้ว สูงประมาณ 1 เมตร ทรง 8 เหลี่ยม ลำต้นสีแดง ตรงโคนและยอดเป็นสีทอง มีฐานเป็นไม้ทรง 8 เหลี่ยม คล้ายพานรองรับ สิ่งของที่พระราชทานพร้อมกับต้นเทียน 3 อย่าง ได้แก่ ใจฝ้ายสำหรับทำไส้เทียน 1 ใจ เทียนชนวนทำจากขี้ผึ้งแท้ 1 เล่ม และไม้ขีด 1 กลัก
เมื่อปี พ.ศ.2522 คณะกรรมการจัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี ได้พิจารณาร่วมกันว่า งานประเพณีแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานีเป็นงานใหญ่ระดับชาติ และมีการประชาสัมพันธ์ไปยังนานาชาติ สมควรที่จะมีสิ่งที่เป็นมงคลหรือเป็นหลักชัย และสัญลักษณ์ของงานที่มีความยิ่งใหญ่และสำคัญ จึงพร้อมใจกันกราบบังคมทูลขอพระราชทานเทียนพรรษา จากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในเทศกาลเข้าพรรษา เป็นกรณีพิเศษ เพื่ออัญเชิญเป็นเทียนชัยมิ่งมงคลนำขบวนแห่เทียนพรรษา และนำไปบูชาพระรัตนตรัยในพระอารามหลวง แห่งใดแห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม ที่พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเทียนพรรษาแก่จังหวัดอุบลราชธานี ตามความประสงค์ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีในขณะนั้น (นายประมูล จันทรจำนงค์) พร้อมคณะ ซึ่งเป็นผู้แทนคณะกรรมการจัดงานฯ เข้าเฝ้ารับพระราชทานเทียนพรรษาจากองค์ท่าน ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ก่อนวันเริ่มงานประเพณีแห่เทียนพรรษา ประมาณ 7 วัน แล้วคณะได้อัญเชิญเทียนพรรษาพระราชทานมาทางเครื่องบิน และมีพิธีรับอย่างสมพระเกียรติ พร้อมอัญเชิญไปประดิษฐานเป็นเทียนชัย มิ่งมงคลในงานและนำขบวนแห่เทียนพรรษาต่อไป
นับจากปี พ.ศ.2522 เป็นต้นมา จังหวัดอุบลราชธานี จึงได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานตลอดมา นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณยิ่ง อย่างหาที่สุดมิได้ และเป็นที่ปลาบปลื้มแก่พสกนิกรชาวอุบลราชธานีอย่างยิ่ง