นางรำโรงเรียนเดชอุดม งานแห่เทียนอุบลฯ 2568

เป็นโรงเรียนที่เดินทางมาไกล แต่ไม่ท้อ... นางรำโรงเรียนเดชอุดม นำต้นเทียนคุ้มวัดเมืองเดช อำเภอเดชอุดม งานประเพณีแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2568 ในชุดการแสดง "ยลเทียนพรรษา ดินแดนเดชเดชา สมถิ่นภูมินทร์ตั้งเมือง" ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมาก ทั้งเครื่องแต่งกายและท่ารำ สำหรับรายละเอียดชุดการแสดงของโรงเรียนเดชอุดม มีดังนี้

เพลงที่ใช้รำ ยลเทียนพรรษา ดินแดนเดชเดชา สมถิ่น ภูมินทร์ตั้งเมือง
เป็นบทเพลงที่ประพันธ์เนื้อร้อง เรียบเรียงทำนองขึ้นใหม่ เพื่อแสดงอัตลักษณ์ของอำเภอ เดชอุดม และความงดงามของเทียนพรรษา วัดเมืองเดช อำเภอเดชอุดม ประจำปี 2568

คำร้อง นายเกรียงเดช ผลทวี
ทำนอง
ช่วงที่ 1
ทำนองประดิษฐ์ เป็นทำนองเฉพาะที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่ในรูปแบบทำนองลำนำเล่า เพื่อสื่อสารเนื้อหาตำนานพุทธประวัติ และ อุปมาเปรียบเปรยอย่างลึกซึ้ง คล้ายบทขับลำในวรรณคดี ทำนอง
ช่วงที่ 2 ทำนองอัปสรา และทำนองอาใย ทำนองอัปสราให้กลิ่นอายของความอ่อนช้อย อ่อนหวาน เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและความศรัทธา ทำนองอาใย (หรือ อะยัย) เป็นทำนองท้องถิ่นอีสานใต้ ที่นิยมใช้ใช้ในการร้องหมอลำหรือบทเฉลิมพระเกียรติ มีความโอ่อ่า มั่นคง ใช้เพื่อสรรเสริญบุคคลและสถานที่สำคัญ ทำนอง
ช่วงที่ 3 ทำนองงิ้วต่องต้อน เป็นทำนองพื้นบ้านอีสาน ใช้ในพิธีกรรมหรือลำพื้นบ้านแบบฮ่วมเฮง มักปรากฎในการละเล่นพื้นบ้าน มีจังหวะโยกย้ายสนุกสนาน เน้นการเคลื่อนไหวเป็นหมู่ ทำนอง
ช่วงที่ 4 ทำนองลูกทุ่งหมอลำ ผสมผสานกลิ่นอายของเพลงลูกทุ่งและหมอลำที่คุ้นหูคนอีสาน ใช้ถ่ายทอดเนื้อหาพุทธประวัติ และการบอกเล่า ขบวนเทียนอย่างชัดเจนเข้าใจง่าย
ช่วงที่ 5 ทำนองลำเพลิน ทำนองที่นิยมในการแสดงหมอลำซิ่ง มีจังหวะคึกคักคัก สนุกสนาน เหมาะกับช่วงท้ายของการแสดง ใช้ส่งอารมณ์ ให้จบอย่างน่าประทับใจ

เรียบเรียบดนตรี คีตะอีสาน
ขับร้องโดย ตั้ม ณัฐตพล และ อังกอร์ จิราวัลย์
ออกแบบท่ารำ นางสาวอังศุนิตย์ วรรณลี (ครูแตมป์รำไทย)
นางรำ นักเรียนโรงเรียนเดชอุดม จำนวน 80 คน จัดเป็นแถวรูปแบบใหม่ ประกอบด้วย
 แถวหน้า นักเรียนชาย จำนวน 8 คน และนักเรียนหญิงจำนวน 8 คน
 แถวหลัก นักเรียนหญิง จำนวน 654 คน จัดเป็น 4 แถว แถวละ 16 คน


คำบรรยายการแสดง

"ขอเชิญทุกท่านยลขบวนเทียนพรรษา เดชอุดม ดินแดนแห่งพระธรรมและพลังจักรวาล"
ในนามการแสดง ชุด ยลเทียนพรรษา ดินแดนแดชเดชา สมถิ่นภูมินทร์ตั้งเมือง สะท้อนจากดำนานแห่งความขัดแย้ง สู่ความสมดุลอันยิ่งใหญ่ ที่หลอมรวมศรัทธา พลังธรรม และปัญญาบรรพชน
 ช่วงที่ 1  กำเนิดสมดุลแห่งจักรวาล ณ ปฐมกัปป์แห่งพุทธกาล เมื่อสองพลังยิ่งใหญ่แห่งจักรวาล ครุฑาผู้ครองเวหาและนาคาผู้พิทักษ์นที่ประลอง เดชหาญห้ำหั่น ก่อให้เกิดสมดุลแห่งฟ้าและน้ำ ฟากหนึ่งคือครุฑา เดขอเนกอนันต์ อีกฟาก คือ พญานาคผู้มีฤทธิ์ ชัชวาลย์ใต้หล้า การประจันบานมิใช่เพื่อล้างผลาญ แต่เพื่อสถาปนาสมดุลแห่งธรรมชาติ ดินแดนอันอุดม จึงบังเกิด ในนาม "เดชอุดม"
ช่วงที่ 2  ประกาศเกียรติภูมิบรรพชน ย้อนรอยถิ่นฐานแห่งอารยธรรม เมืองเดชอุดมมีกำเนิดจากพระยาศรีสุระ ผู้นำชนขอมมาสร้างเมืองอย่างยิ่งใหญ่ บรรพชนร้อยเรียงพื้นถิ่นจากน้ำมือ จากฮีดครองจากครองธรรรม สร้างแผ่นดินอันรุ่งเรือง ลานศาลหลักเมือง คือ ศูนย์กลางศรัทธาแห่งปวงชน แดนนี้จึงกลายเป็นถิ่นภูมินทร์ราชา สมเป็นชุมขวัญแห่งอุบลราชธานี
ช่วงที่ 3 จารึกพระธรรมในแสงเทียน ชาวเดชอุดมขอน้อมบูชาเทียนพรรษา รูปครุฑจับนาค คือ สัญลักษณ์แห่งพลังและปัญญาขนาบข้าง ด้วยคชสีห์ ผู้เฝ้าพิทักษ์ธรรม ส่วนกลาง คือ พุทธประวัติ ปางตัดโมฬีอออกบรรพชา และช่วงท้ายเล่าเรืองสุชาดา ถวายข้าวมธุปายาส เทียนพรรษาเมืองเดชอดม จึงมิใช่เพียงงานช่าง หากคือ พุทธบูชาแห่งดวงจิตอันแน่วแน่
ช่วงที่ 4 แห่แหนแพนฟ้อน ชอนลอนอ่อนแขน ฟังเสียงลำเพลินล่องลำน้ำน้ำโดม เสียงเทียนแห่งปวงชนดังกังวานทั่วฟ้า ประทีปเทียนทองแห่เรียนรอบเมือง ผู้คนโฮมฮักพร้อมเพียรสร้างงานศรัทธา ลายเทียนวิจิตร ลีลาฟ้อนอ่อนหวาน คือ ลมหายใจของลูกหลานเดชอุดม ที่ยึดมั่นพุทธธรรม สืบสายงานบุญจากอดีตจวบวันนี้


ขอน้อมถวายเทียนชัยนี้ แด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อความเริญรุ่งเรืองแห่งพงพระพุทธศาสนา และเพื่อให้ปวงชนชาวเดชอุดม อยู่เย็นเป็นสุขด้วยศรัทธาแห่งธรรม และปัญญาแห่งแสงเทียน "ขอจงจงสถิตเสถียร" ณ เดชอุดม เมืองแห่งพุทธธรรม และพลังแห่งเดชา ...

ขอบคุณภาพ : สกลนครซิตี้
ชม คลิปเต็ม ขบวนฟ้อนรำโรงเรียนเดชอุดม
ช่อง บ่าวนิก สิรภพ
https://www.youtube.com/watch?v=8K2D5VAPqOo

Sticky