f แชร์

เศรษฐกิจอุบลฯ ขยายตัวขึ้น 4.4% ขับเคลื่อนด้วยการใช้จ่ายภาครัฐ

วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมพรหมวรราช ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานีว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.จังหวัด) ครั้งที่ 5/2568 พร้อมด้วยส่วนราชการ ผู้แทนภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมกันพิจารณาทิศทางการพัฒนาและติดตามสภาวะทางเศรษฐกิจของจังหวัดในช่วงครึ่งปีหลัง

ในที่ประชุม สำนักงานคลังจังหวัดได้นำเสนอรายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังของจังหวัดประจำเดือนมิถุนายน 2568 โดยพบว่าเศรษฐกิจของจังหวัดขยายตัวในอัตราร้อยละ 4.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสำคัญจากการใช้จ่ายภาครัฐที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 47.2 และการค้าชายแดนที่ยังคงเติบโต แม้ว่าในภาคการผลิต เช่น ภาคบริการ ภาคอุตสาหกรรม และภาคเกษตรกรรม จะยังคงชะลอตัวลง 

โดยเครื่องยนต์หลักด้านการใช้จ่ายภาครัฐยังคงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเบิกจ่ายงบลงทุนและงบประจำที่มีมูลค่าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนของภาคธุรกิจยังคงเผชิญกับข้อจำกัดหลายด้าน ส่วนการค้าชายแดนแสดงสัญญาณบวกจากการส่งออกที่เพิ่มขึ้น แม้มูลค่านำเข้าจะลดลงเล็กน้อย ด้านเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ จังหวัดยังต้องเผชิญกับความท้าทายจากการจ้างงานที่ลดลง และการหดตัวของสินเชื่อในระบบ แม้อัตราเงินเฟ้อจะชะลอตัวลงก็ตาม

นอกจากการติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจในภาพรวมแล้ว ที่ประชุมโดยคณะอนุกรรมการด้านโครงสร้างพื้นฐาน ยังได้ประชาสัมพันธ์การเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการจัดทำร่างผังเมืองรวมเมืองอุบลราชธานี – วารินชำราบ เพื่อรองรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการเติบโตของเมืองในอนาคตอย่างมีแบบแผน สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่

ด้านมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้เสนอให้ที่ประชุมรับทราบการจัดตั้งศูนย์ TCDC (Thailand Creative & Design Center) ประจำจังหวัดอุบลราชธานีเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยขอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่เชิงสร้างสรรค์ผ่านการรวบรวมข้อมูลด้านวัฒนธรรม วิถีชีวิต ภูมิปัญญา และทุนทางสังคมที่สามารถต่อยอดสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ยั่งยืน 

ด้านสภาอุตสาหกรรมจังหวัดได้เสนอแนวทางส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอุบลราชธานี โดยผลักดันให้เกิดกิจกรรมสนับสนุนและสิ่งจูงใจสำหรับนักลงทุน รวมทั้งเสนอให้มีการขับเคลื่อนแนวทางนิคมอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Industry) เพื่อให้สอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน และมาตรฐานสิ่งแวดล้อมในอนาคต

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ได้รับการหารือคือ การเตรียมความพร้อมของพื้นที่โดยรอบบริเวณโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 6 ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานระดับภูมิภาคที่มีศักยภาพในการกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าและการลงทุนบริเวณชายแดน โดยที่ประชุมเห็นพ้องกันว่าควรมีการวางแผนล่วงหน้าเพื่อรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่อย่างเป็นระบบและยั่งยืน 

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดอย่างรอบด้าน พร้อมเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการเสนอแนวคิด นโยบาย และโครงการต่าง ๆ ที่จะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ควบคู่กับการเสริมสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจของจังหวัดในระยะยาวอีกด้วย

Sticky