ภายหลังเกิดเหตุการณ์การปะทะของทหารตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และส่งผลกระทบต่อประชาชนตามพื้นที่แนวชายแดนตั้งแต่จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ จนถึงบุรีรัมย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ในฐานะ “สถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น” และในฐานะส่วนหนึ่งของ “ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยการปะทะชายแดน” ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อบรรเทาผลกระทบจากเหตุปะทะชายชายแดนไทย-กัมพูชา ได้ดำเนินการในภารกิจช่วยเหลือนักศึกษา บุคลากร และประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ดังนี้
1. เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราวยางน้อย ณ ศูนย์การเรียนรู้ยางน้อย ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นมา เพื่อรองรับครอบครัวนักศึกษา-บุคลากร และประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่เสี่ยงภัย ในอาคารหอพัก 4 ชั้น 1 หลัง รองรับประชาชนมากกว่า 378 คน ซึ่งปัจจุบันมีผู้เข้าพักแล้ว 154 คน โดยสามารถติดต่อขอทราบรายละเอียดได้ที่กลุ่ม LINE ศูนย์พักพิงชั่วคราว ศูนย์การเรียนรู้ยางน้อย มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี https://line.me/R/ti/g/MqAzyYjXec
2. เปิดรับบริจาคโลหิต เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ อาคารศูนย์การเรียนรู้ด้วยตนเอง มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี โดยร่วมกับภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 7 จังหวัดอุบลราชธานี สภากาชาดไทย พร้อมด้วยศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 7 จังหวัดอุบลราชธานี, บริษัทกิจเจริญโฮมอุบลราชธานี จำกัด, สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 11 จังหวัดอุบลราชธานี และสำนักงานที่ดินจังหวัดอุบลราชธานี ที่มีบุคลากรแต่ละหน่วยงานบริจาคร่วมกับบุคลากรและนักศึกษาของมหาวิทยาลัย เพื่อเตรียมการโลหิตสำรองรองรับกรณีฉุกเฉินในการช่วยเหลือทหารและประชาชน ได้โลหิตที่บริจาคทั้งสิ้น จำนวน 217 ถุง ปริมาณโลหิตรวม 86,800 มิลลิลิตร ให้กับภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 7 จังหวัดอุบลราชธานี ต่อไป
3. จัดพาหนะสนับสนุนการขนย้ายผู้ประสบภัย โดยเฉพาะนักศึกษานักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ครอบครัวนักศึกษา-บุคลากร และประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยตามการร้องขอ ซึ่งมีนักศึกษาครุศาสตร์ในฐานะ “ครูฝึกสอน” ฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูกระจายอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย เช่น โรงเรียนกันทรลักษ์วิทยา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ, โรงเรียนเคียงศิริบ้านโพธิ์ทอง โรงเรียนบ้านนกยูง โรงเรียนบ้านทุ่งหลวง โรงเรียนบ้านธาตุพิทยาคม และโรงเรียนบ้านนาตราว อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ และโรงเรียนนิคมสร้างตนเองปราสาท 2 อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาครู “ทุนครูรักษ์ถิ่น” ฝึกประสบการณ์ในภูมิลำเนาของตน
4. จัดบริการอาหารและเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่พักอาศัยในศูนย์พักพิงชั่วคราวยางน้อย อย่างเพียงพอและถูกสุขลักษณะ โดยกองสวัสดิการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
5. จัดกิจกรรมผ่อนคลายต่าง ๆ ให้กับประชาชนผู้ประสบภัยที่พักอาศัยในศูนย์พักพิงชั่วคราวยางน้อย เช่น - คณะพยาบาลศาสตร์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ และคณะแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก บริการตรวจสุขภาพให้แก่ผู้ประสบภัยทุกวัน เพื่อเฝ้าระวังและให้การรักษาเบื้องต้นหากเกิดปัญหาสุขภาพ - คณะครุศาสตร์ ได้นำบอร์ดเกมส์หลากหลายชนิดมาสอนและให้เด็ก ๆ ได้เล่น เพื่อช่วยให้สนุก ผ่อนคลาย และได้เรียนรู้ทางอ้อม - คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ นำนักศึกษามาแสดงดนตรี แก่ผู้พักอาศัยในศูนย์พักพิงชั่วคราว
6. จัดตั้งจุดรับมอบสิ่งของบริจาค รับมอบสิ่งของบริจาค ทั้งอาหารแห้ง น้ำดื่ม เสื้อผ้า สิ่งอุปโภคที่จำเป็นในการดำรงชีวิต จากประชาชน หน่วยงาน องค์กรภาคส่วนต่าง ๆ ณ จัดรับมอบสิ่งของบริจาค อาคารหอพัก (ศูนย์พักพิงชั่วคราว) ศูนย์การเรียนรู้ยางน้อย มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนตามศูนย์พักพิงอื่น ๆ ซึ่งผู้สนใจบริจาคสิ่งอุปโภค-บริโภค ให้กับผู้ประสบภัยสามารถนำไปบริจาคโดยตรงได้ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวยางน้อย ณ ศูนย์การเรียนรู้ยางน้อย มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี หรือโทรติดต่อที่หมายเลข 098-2128283 (คุณเจษฎากร)
7. เพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยให้นักศึกษา-บุคลากรต่างชาติ ซึ่งมหาวิทยาลัยให้ความสำคัญสูงสุดในเรื่องความปลอดภัยและสวัสดิภาพของนักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากรทุกคน โดยไม่แบ่งแยกสัญชาติ ศาสนา หรือความแตกต่างอื่นใด มหาวิทยาลัยยึดมั่นในหลักความเท่าเทียมและการไม่เลือกปฏิบัติ โดยติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เพิ่มการตรวจตราภายในมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะหอพักนักศึกษา-บุคลากรต่างชาติ รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของมหาวิทยาลัยเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดความมั่นใจด้านความปลอดภัยในการเรียนการสอนและการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย
8. งดจัดกิจกรรมสังสรรค์รื่นเริง-กิจกรรมรับน้องใหม่ที่ไม่จำเป็นในช่วงนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ รวมทั้งกำชับการงดเว้นการสื่อสารโดยเฉพาะในสื่อสังคมออนไลน์ด้วยเจตคติเชิงลบ สร้างการดูถูกเกลียดชังอันจะก่อให้เกิดความขัดแย้งต่าง ๆ ต่อไป โดยบังคับใช้โทษทางวินัยสำหรับนักศึกษาและบุคลากรที่ไม่ปฏิบัติตามค่านิยมและจริยธรรมขององค์กร
9. ให้คณะต่าง ๆ พิจารณาปรับรูปแบบการเรียนการสอนเป็นแบบไฮบริด (เรียนทั้งในมหาวิทยาลัย และแบบออนไลน์) ให้ยืดหยุ่นเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักศึกษาทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์
สื่อสารองค์กร UBRU
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี