f แชร์

หมอเด็ก รพ.สรรพสิทธิ์ โพสต์แรง ถ้าต้องเรียนมนุษยธรรมคุณเท้งต้องมาคลุกคลีคนไข้กับเรา

วันที่ 2 สิงหาคม 2568 นายแพทย์เพียรศักดิ์ แซ่หว่อง กุมารแพทย์โรคระบบหายใจ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี เจ้าของฉายา“หมอนักร้อง หว่อง วิริยะ” ผู้ก่อตั้งหน่วยโรคระบบทางเดินหายใจเด็กและกองทุนช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กโรคระบบหายใจเรื้อรัง ได้โพสต์ขอความที่เฟสบุ้คส่วนตัว Wong Wiriya ตอบโต้ความคิดเห็นของหัวหน้าพรรคการเมืองที่ตำหนิแถลงการณ์ของโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ โดยโพสต์ของ นพ.เพียรศักดิ์ มีข้อความ ดังนี้ 

ถึงน้องเท้งในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชนเรื่อง ไม่เห็นด้วยกับแถลงการณ์ของพรรคที่พาดพิงถึงโรงพยาบาล จากหมอเพียรศักดิ์ หมอเด็ก โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบล #ศิริรวมอายุของคุณเท้งยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของการเดินทางของโรงพยาบาลนามสรรพสิทธิประสงค์ เรามีประวัติศาสตร์อันยาวนานก่อนคุณเกิดกว่า50ปี #ถ้าต้องเรียนมนุษยธรรมคุณเท้งต้องมาคลุกคลีคนไข้กับเรา แล้วจะไม่ต้องไปอ่านตำราหรือสรรหาคำสวยๆ มาเป็นวาทะกรรม 

โรงพยาบาลแห่งนี้ดูแลคนไข้ในอีสานใต้กว่า6 ล้านคน มาครบ90ปี #การปรับตัวของโรงพยาบาลในสถานการณ์เช่นนี้ จึงเป็นสิ่งที่โรงพยาบาลจำเป็นต้องทำ เพื่อความปลอดภัยของคนไข้ทุกคน ทั้งคนไทยและเขมรที่นอนอยู่โรงพยาบาล และเจ้าหน้าที่กว่า 4,000 ชีวิต คนกว่า 1 หมื่นคน เข้าออกโรงพยาบาลในแต่ละวัน #เมื่อไม่ยืนอยู่ตรงกลางของความขัดแย้ง กรุณาอย่ามองด้านเดียว เพราะผู้ที่ทำอย่างนั้นย่อมเป็นผู้นำไม่ได้ 

#ในวันที่ระเบิดลงโรงพยาบาลหลายที่ #ในวันที่ผู้คนล้มตายในร้านสะดวกซื้อ #ในวันที่ปั๊มน้ำมันโดนทำลาย #ในวันที่ทหารขาขาดและเสียชีวิต #วันที่บ้านประชาชนถูกทำลาย #ในวันที่ผู้คนนับแสนหนีตาย คุณไปอยู่ที่ไหน #วันที่ประชาชนเดือดร้อนคุณทำอะไร? 

#แต่ในวันที่โรงพยาบาลพยายามปรับกิจกรรมเพื่อความเหมาะสมทุกฝ่าย คุณกลับนั่งไขว่ห้างในห้องแอร์ แล้วลอกวาทะกรรมมาว่าคนอื่นโดยที่ตัวเองไม่ได้ลงมือทำอะไร #หมอถือว่าเป็นการกระทำเช่นนั้นเป็นของคนโง่และคนไม่ดี การไม่พูดและให้กำลังใจคนอื่นจะดูน่ารักกว่า #พูดไปก็ทำลายตัวเอง #จงอย่าได้ดูแคลนองค์กรที่เขาดูแลชีวิตผู้คนนมานาน โดยที่คุณไม่ได้ซึมซับรากเหง้า การกระทำนี้จะด้อยค่าของคุณเอง

#มีปัญหากรุณาติดต่อหมอ เพียรศักดิ์แซ่หว่อง และฝาก สส พรรคประชาชน อุบล ไปบอกด้วยครับ คุณยอมมีหัวหน้าที่มีทัศนคติเท่านี้จริงๆ หรือ #หมอเพียงอยากชวนมาเดินดูโรงพยาบาล และอยากชี้ให้เห็นว่า คำว่ามนุษยธรรมนั้นคืออะไร โดยไม่ต้องเปิดตำรา #ในวันที่เราไม่มีปัญญาทำอะไรจงปิดปากตัวเองและเฝ้ามองคนอื่นที่เขาทำด้วยความชื่นชม คุณค่าในตัวของคุณจะเพิ่มทันที!!!! 

ปล. หมอไม่ได้มีปัญหาอะไรกะส้มนะแต่เริ่มรู้สึกว่าส้มที่แช่ไว้ในตู้เริ่มเน่าและกลิ่นเริ่มเหม็น!!!

โดยก่อนหน้านี้ เฟสบุ้คแฟนเพจ ประชาคมแพทย์ ได้กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวว่า... แพทย์ที่ตำหนิแพทย์ด้วยกันเรื่องจริยธรรม อ่านให้ละเอียดนะครับ เขาปิดรับเคสเฉพาะคลินิกพิเศษ อย่างกรณีเมื่อมีการจราจลบางอย่าง ที่ไม่เกี่ยวข้องกับ สงคราม การปิดนี่เป็นเรื่องปกติ ไม่เกี่ยวกับจริยธรรมใดๆ ทั้งสิ้นเพราะเขาไม่ได้ปิดห้องฉุกเฉิน ซึ่งยังรับรักษาแบบไม่เลือกชาติชั้นวรรณะ การปิดคลินิกพิเศษ ในการรับคนกัมพูชาแบบ elective case ซึ่งต้องขับรถเดินทางมา และ อาจมีความเสี่ยงในการแฝงตัว ในการศึกสงคราม หรือความเสี่ยงที่คนกัมพูชาอาจถูกคนไทย ส่วนน้อย ทำร้าย จนเกิดความไม่สงบต่างๆ ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน โดยปิดเป็นการชั่วคราวก็ย่อม ควรน่าจะเข้าใจได้ 

หลักการช่วยเหลือด้านการรักษาพยาบาลเบื้องต้นคือ > "Do not become the second victim." ก่อนช่วยคนอื่น คุณต้องมั่นใจว่าสถานการณ์ ปลอดภัยสำหรับตัวคุณเองและทีมก่อน เรื่องนี้สำคัญ พอๆกับ หรือมากกว่าจริยธรรมส่วน บุคคล ด้วยซ้ำ เพราะถ้าทีมแพทย์พยาบาล ไม่ปลอดภัย และล้มขึ้นมา จะมี คนเดือดร้อนกันมากโดยเฉพาะคนป่วยที่รอการรักษามากมาย

เมื่อจริยธรรมอยู่ตรงกลางสนามระเบิด ...และเพื่อนร่วมวิชาชีพ กลับกลายเป็นเป้าของการโจมตี ในวันที่ชายแดนร้อนระอุ โรงพยาบาลของไทยถูกยิงเสียหาย 10 กว่าแห่ง ในวันที่ประชาชนไทยในพื้นที่ต้องหลบลูกปืนในรัศมีไม่ถึง 10 กิโลเมตร ในวันที่แพทย์และพยาบาลชายแดนยังคงต้องยืนประจำการกลางไฟสงคราม วันนั้น...มีคำสั่งจากโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ งดให้บริการ "คลินิกพิเศษ (Premium Clinic)" สำหรับผู้ป่วยชาวกัมพูชา เป็นการชั่วคราว 10 วัน ย้ำชัดว่า “ยังคงรักษาผู้ป่วยฉุกเฉินเหมือนเดิม ไม่จำกัดสัญชาติ”

แต่แทนที่สังคมวิชาชีพจะ ยืนเคียงข้างกันอย่างเข้าใจสถานการณ์จริง กลับปรากฏเสียงโจมตีจากแพทย์บางท่าน ด้วยคำว่า “เลือกปฏิบัติ” “ขัดต่อจริยธรรม” และตีตราเพื่อนร่วมวิชาชีพกลางโซเชียล ว่า “เหยียดเชื้อชาติ” หรือ “ไร้เมตตา”

เราขออนุญาตถามกลับอย่างตรงไปตรงมา... ด้วยความเคารพ > คุณได้อ่านประกาศฉบับเต็มของโรงพยาบาลหรือยัง? > คุณทราบหรือไม่ว่า ไม่มีการปิดห้องฉุกเฉิน ไม่มีการปฏิเสธผู้บาดเจ็บ? > คุณเคยทำงานอยู่ในพื้นที่ชายแดนไหม ที่มีเสียงปืนอยู่หลังตึกอุบัติเหตุ? > คุณเคยนอนอยู่โรงพยาบาล โดยมีคนในชุมชนสงสัยว่า “ทำไมถึงรักษาศัตรู?” ---

จริยธรรม ไม่ได้แปลว่า “เห็นเพียงด้านเดียว” ใช่ครับ — หลักจริยธรรมสากลสอนให้เรา รักษาผู้ป่วยโดยไม่เลือกชาติ เชื้อ หรือศัตรู > แต่จริยธรรมก็ไม่ควรใช้เป็นไม้บรรทัด ตัดสินเพื่อนร่วมวิชาชีพ โดยไม่เข้าใจบริบท โดยเฉพาะเมื่อเพื่อนคนนั้นกำลังทำงานภายใต้ ภัยคุกคาม ความเครียด และความเสี่ยงในชีวิตจริง ---

การงดบริการ “คลินิกพิเศษ” คือมาตรการเฉพาะจุด ไม่ใช่การหยุดให้การรักษา ไม่ใช่การละทิ้งมนุษยธรรม แต่เป็นการประคับประคองสถานการณ์ให้ปลอดภัยทั้งต่อบุคลากร สังคม และผู้ป่วยทุกฝ่าย > เราควรแยกให้ออกระหว่าง “ไม่รักษา” กับ “พักบริการเฉพาะทางเลือกชั่วคราว”

ข้อคิดถึงแพทย์ไทยทุกคน: > โปรดอย่าใช้ถ้อยคำของจริยธรรม เพื่อสร้างรอยร้าว ในสังคมวิชาชีพเดียวกัน จริยธรรมที่แท้ ต้องตั้งอยู่บน ความเข้าใจสถานการณ์ และความเคารพในเจตนาของเพื่อนร่วมวิชาชีพ เพราะในพื้นที่จริง — มีทั้งเสียงปืน เสียงร้องไห้ และเสียงแห่งความกลัว แต่สิ่งที่ไม่ควรมีเลย คือ “เสียงกล่าวโทษจากคนที่ไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้น”

เราไม่ได้ขอให้คุณเห็นด้วย แต่ขอแค่ อ่านให้ครบ ฟังให้รอบ และเข้าใจให้ลึก ก่อนตัดสินคนที่ยังอยู่แนวหน้า…เพื่อคนไทยทุกคน แค่เป็นหมอที่อยู่ แนวชายแดนก็เหนื่อยแล้ว อันตรายอยู่แล้ว ยังต้องมาฟังเสียง ตำหนิจากหมอด้วยกัน

 Admin ประชาคมแพทย์ 31 กค. 68

Sticky