ข้าวเม่าคลุก เป็นเมนูเชิดชูอาหารถิ่นจังหวัดอุบลราชธานี ปี 2568

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ประกาศผลการโหวต 1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น "รสชาติ...ที่หายไป The Lost Taste" ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 โดยเมนูอาหารถิ่นที่ได้รับผลโหวตสูงสุด จังหวัดอุบลราชธานี ได้แก่ ข้าวเม่าคลุก

ตามที่กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร ได้ดำเนินการจัดกิจกรรม 1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น "รสชาติ...ที่หายไป The Lost Taste" ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนายกระดับอาหารถิ่น สู่มรดกทางวัฒมนธรรมและอัตลักษณ์ความเป็นไทย (Thailand Best Local Food) "รสชาติ... ที่หายไป The Lost Taste" ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ของอาหารไทย อาหารท้องถิ่น ที่มีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตคนไทย รวมถึงการรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศ รวมทั้งเสนอสาระความรู้ เกี่ยวกับอาหารไทยและอาหารท้องถิ่น ต่อยอดมุนไพรไทย ที่เป็นสรรพคุณทางเลือกและการส่งต่อภูมิปัญญา ที่มีการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น อีกทั้ง เป็นการส่งเสริมศักยภาพของเครือข่ายวัฒนธรรมในการบริหารจัดการงาน วัฒนธรรมอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมท้องถิ่น นั้น 

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ร่วมกับเครือข่ายทางวัฒนธรรมทั่วประเทศ ได้ดำเนินการเปิดรับสมัครและคัดเลือกเมนูอาหารถิ่นระดับจังหวัด ให้ได้ผลการคัดเลือกเมนูอาหารถิ่น จังหวัดละ 5 เมนู และให้ผู้ทรงคุณวุฒิและกรรมการฯ จากส่วนกลาง ได้พิจารณากลั่นกรอง จาก 5 เมนู ให้เหลือ 3 เมนู และเปิดให้ประชาชนทั่วไปร่วมโหวตให้เหลือจังหวัดละ 1 เมนู เพื่อยกย่องให้เป็น 1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น "รสชาติ...ที่หายไป The Lost Taste" ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568

สำหรับเมนูอาหารถิ่น ที่ได้รับผลโหวตสูงสุด ระดับประเทศ ได้แก่ เมนู "หมูจำเหนียว" จังหวัดสุราษฎร์ธานี 

ส่วนเมนูอาหารถิ่นที่ได้รับผลโหวตสูงสุดระดับจังหวัด เมนูของจังหวัดอุบลราชธานี ได้แก่ ข้าวเม่าคลุก

อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี เป็นอำเภอที่มีประชากรนิยมประกอบอาชีพเกษตรกรเป็นจำนวนมาก ทำให้อำเภอตระการพืชผลนิยมทำข้าวเม่า เนื่องจากเป็นวัตถุดิบที่หาได้ง่ายในชุมชน และมีเกือบทุกหลังคาเรือน ภูมิปัญญาการทำข้าวเม่าของชาวบ้านในชุมชนได้รับการถ่ายทอดจากบรรพบุรุษที่มีการทำข้าวเม่า มาเป็นเวลานาน จนกระทั่งเป็นวิถีชีวิตของชาวบ้านที่มีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสถานภาพของทรัพยากรของข้าวในแต่ละช่วงเวลา ทำให้เกิดการเรียนรู้ถึงการพัฒนาต่อยอดผลิตที่เรียกว่า “ข้าวเม่า”

Sticky