เกิดก่อนปี 2535 เสี่ยงไวรัสตับอักเสบบี! แนะฉีดวัคซีนป้องกัน


โรคตับอักเสบนับเป็นโรคที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้คนทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ซึ่งโรคนี้สามารถป้องกันและรักษาได้ หากได้รับการตรวจวินิจฉัยตั้งแต่เริ่มมีอาการ ดังนั้นทุกคนควรใส่ใจดูแลสุขภาพตับ เพื่อชีวิตที่ยืนยาวและสุขภาพดี

พญ.อัญญา เกียรติวีระศักดิ์ แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์ทางเดินอาหารและตับ กล่าวว่า “ไวรัสตับบี คือ เชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง เป็น DNA virus ที่มีความแข็งแรงอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นาน เป็นเชื้อทำให้ก่อโรคตับอักเสบชนิดบี ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อที่สำคัญของตับ หากเกิดภาวะตับอักเสบทั้งแบบเฉียบพลันหรือเรื้อรัง และไม่ได้รับการรักษาอาจนำไปสู่ภาวะตับแข็งหรือมะเร็งตับได้ในระยะยาว โดยไวรัสตับบีประมาณ 90% ติดจากแม่สู่ลูกตอนคลอด แต่ก็สามารถมาติดตอนโตได้ โดยการติดเชื้อผ่านเลือดและสารคัดหลั่งของผู้ที่มีเชื้อ โดยการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกัน เช่น ใช้เข็มฉีดยาหรือของมีคมร่วมกัน การรับเลือด หรือการปลูกถ่ายอวัยวะ ดังนั้น สำหรับผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อหรือถ้ายังไม่มีภูมิคุ้มกัน จึงขอแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี หากเราเป็นพาหะของโรคนี้ ก็ควรหลีกเลี่ยงการบริจาคเลือด

ดังนั้น คนไทยทุกคนควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีอย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต โดยเฉพาะผู้ที่เกิดก่อนปี 2535 เพราะก่อนหน้านั้นยังไม่มีการฉีดวัคซีนไวรัสตับบีในเด็กแรกเกิดอย่างทั่วถึง และยังไม่มีวัคซีนในวัยเด็ก โดยเฉพาะกลุ่ม คนดังต่อไปนี้

- คนในครอบครัวเป็นพาหะไวรัสตับบี
- กลุ่มคู่สมรสหรือคู่นอนของผู้ติดเชื้อ
- กลุ่มผู้ติดเชื้อ HIV หรือไวรัสตับซี
- หญิงตั้งครรภ์ควรตรวจทุกคน ในช่วงฝากครรภ์ เพื่อป้องกันการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูก
- กลุ่มที่อาชีพเสี่ยงสัมผัสเลือด อาทิ บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ ผู้ดูแลผู้ป่วย และคนที่เคยได้รับเลือด หรือทำหัตถการ เช่น สัก เจาะ ในที่ไม่ได้มาตรฐาน เป็นต้น

วัคซีนไวรัสตับอักเสบ B สามารถช่วยป้องกันการติดเชื้อซ้ำซ้อนที่ทำให้ตับอักเสบรุนแรงขึ้น ควรตรวจภูมิก่อน ถ้าไม่มีภูมิ แนะนำฉีด 3 เข็ม สำหรับระยะเวลาการฉีด ไวรัสตับอักเสบ B ทั้ง 3 เข็มอาจมีดังนี้

- เข็มแรก สามารถนัดวันและเวลาได้ตามที่สะดวก
- เข็มที่สอง ฉีดห่างจากเข็มแรก 1 เดือน
- เข็มที่สาม ฉีดห่างจากเข็มแรก 6 เดือน

เมื่อฉีดวัคชีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีครบ 3 เข็ม ส่วนใหญ่พบว่าร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้มากถึง 97% และสามารถป้องกันการติดเชื้อได้นานตลอดชีวิต อย่างไรก็ตาม หลังจากได้รับวัคชีนครบ 3 เข็ม ประมาณ 1-2 เดือน ควรเข้ารับการตรวจเลือดเพื่อยืนยันว่ามีภูมิคุมกันไวรัสตับอักเสบบีหรือไม่ หากยังไม่มีภูมิต้านทานควรฉีดวัคชีนเพิ่มคำแนะนำของแพทย์

Sticky