จังหวัดอุบลราชธานี ขอเชิญร่วมพิธีบวงสรวงและสดุดีวีรกรรม พระประทุมวรราชสุริยวงษ์ (เจ้าคำผง) ระหว่างวันที่ 9 – 10 พฤศจิกายน 2568 ตามกำหนดการดังนี้
วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน 2568
เวลา 18.00 น.
-พิธีเจริญพระพุทธมนต์ โดยพระสงฆ์ 9 รูป ณ วัดหลวง
วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2568
เวลา 06.30 น. - พิธีทักษิณานุปทาน และพิธีไหว้พระเจ้าใหญ่องค์หลวง ณ วัดหลวง
เวลา 07.00 น. - ขบวนอัญเชิญเครื่องยศเจ้าเมืองตามแบบโบราณ จากวัดหลวง สู่บริเวณอนุสาวรีย์พระประทุมวรราชสุริยวงษ์ (เจ้าคำผง) ทุ่งศรีเมือง
เวลา 08.00 น.
- พิธีบวงสรวง และพิธีวางขันหมากเบ็ง
- ประธานในพิธีกล่าวสดุดีวีรกรรมเจ้าคำผง
- ลำกลอนเชิดชูเกียรติเจ้าคำผง โดยศิลปินแห่งชาติ ป.ฉลาดน้อย ส่งเสริม
- รำบวงสรวง ฟ้อนอุบลราชธานี และรำบูชาเจ้าคำผง ณ อนุสาวรีย์พระประทุมวรราชสุริยวงษ์ (เจ้าคำผง) ทุ่งศรีเมือง
ดร.บำเพ็ญ ณ อุบล ปราชญ์เมืองอุบลฯ ได้กล่าวถึง พระประทุมวรราชสุริยวงษ์ (เจ้าคำผง) ผู้ก่อตั้งเมืองอุบลราชธานี ไว้ว่า ท่านเป็นบุคคลที่เปี่ยมด้วยคุณธรรม เมตตาธรรม กรุณาธรรมต่อพสกนิกรชาวอุบลราชธานีอย่างเหลือลัน ในฐานะราชการ ท่านเป็นข้าราชบริพารผู้กอปรด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นแม่ทัพทัพคนสำคัญของพระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และเป็นผู้ประสานสัมพันธไมตรีอันดีระหว่างหัวเมื่องอีสานกับกรุงเทพฯ
พระประทุมวรราชสุริยวงษ์ (เจ้าคำผง) เป็นบุตรของพระตาและนางบุศดี เกิดเมื่อ พ.ศ.2252 ณ นครเวียงจันทน์ เป็นหลานปู่เจ้าปางคำ ราชวงศ์เชียงรุ้ง เจ้าปางคำได้อพยพมาสร้างเมืองหนองบัวลุ่มภู (หนองบัวลำภู) หรือนครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน
ในปี พ.ศ. 2311 เจ้าพระตากับเจ้าพระวอเกิดผิดใจกันกับพระเจ้าสิริบุญสารแห่งเวียงจันทน์ ได้ยกทัพมาตีเมืองหนองบัวลุ่มภู ต่อสู้กันอยู่ 3 ปี ทางเวียงจันทน์แพ้สงครามจึงไปขอกองทัพจากพม่าที่เชียงใหม่ กองทัพพม่าได้ยกมาสมทบกับกองทัพเวียงจันทน์ยกมาตีหนองบัวลุ่มภูแตก เจ้าพระตาตายในสนามรบ เจ้าพระวอกับเจ้าคำผงและพวกทิ้งเมืองหนีไปทางทางตะวันออกเฉียงใต้ จนได้ไปอาศัยพระเจ้าองค์หลวงไชยกุมารแห่งนครจำปาศักดิ์
พระเจ้าไชยกุมารองค์หลวงได้ขอเอาเจ้านางตุ่ยให้เป็นเทวีแก่เจ้าคำผง และพระราชทานตั้งให้เจ้าคำผงเป็นพระปทุมสุรรราช ผู้ช่วยเจ้าพระวอ นายกองนอก พระเจ้าสิริบุญสารได้ทราบว่า เจ้าพระวอกับพวกมาตั้งอยู่ที่ค่ายบ้านคู่ แขวงเมืองนครจำปาศักดิ์ และเจ้าพระวอมีกำลังพลน้อย จึงให้เพียสุโพยกทัพมาตีค่ายบ้านดู่แตก ฆ่าเจ้าพระวอตายพระปทุมสุรราช (เจ้าคำผง) จึงขอพึ่งพระบรมโพธิสมภาร พระเจ้ากรุงธนบุรีโปรดให้เจ้าพระยาจักรีและเจ้าพระยาสุรสีท์ยกทัพมาช่วย เมื่อทราบสาเหตุจากพระปทุมสุรรราชแล้วจึงยกทัพตามตีทัพเพียสุโพไปจนถึงเวียงจันทน์ รบกันอยู่ 4 เดือนตีเวียงจันทน์แตกเมื่อ พ.ศ. 2318 พระปทุมสุรราชขออพยพมาอยู่ดอนมดแดง พ.ศ. 2319 น้ำท่วมใหญ่ ท่วมดอนมดแดง จึงอพยพหนีน้ำมาอยู่ที่ดอนริมหัวยแจระแม เมื่อน้ำลดจึงโก่นสร้างดงอู่ผึ้งริมแม่น้ำมูลสร้างเป็นเมือง
สร้างเมืองอยู่ 7 แล้วเสร็จมีใบบอกลงไป กราบทูลพระเจ้ากรุงธนบุรีขอตั้งเป็นเมืองอุบล พระเจ้ากรุงธนบุรีให้ตั้งเมืองตามที่ขอไป โปรดให้พระปทุมสุรราช เป็นพระปทุมราชวงศา (เจ้าคำผง) เจ้าเมืองอุบลองค์แรก ให้ท้าวทิดพรหมเป็นพระอุปฮาด ให้เจ้าก่ำ (บุตรเจ้าพระวอ เป็นราชวงศ์ ให้ท้าวสุตตะ บุตรคนโตของพระปทุมราชวงศา (เจ้าคำผง) เป็นราชบุตร เมื่อพระปทุมราชวงศา (เจ้าคำผง) กับเจ้าฝ่ายหน้าบ้านสิงห์ท่า ปราบเชียงแก้วเขาโอบได้ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก โปรดให้เจ้าฝ่ายหน้าเป็นเจ้าพระวิชัยราชขัติยวงศาเป็นเจ้านครจำปาศักดิ์ โปรดเกล้า ให้พระปทุมราชวงศา (เจ้าคำผง) เป็นพระประทุมวรราชสุริยวงษ์ (เจ้าผง) และเสริมนามเมืองอุบลขึ้นเป็นเมืองอุบลราชธานีศรีวนาลัยประเทศราช เมื่อ พ.ศ. 2335
พระประทุมวรราชสุริยวงษ์ ครองเมืองอุบลราชธานีมาตั้งแต่ตั้งเมืองเป็นเวลา 17 ปี ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2338 สิริอายุได้ 85 ปี ทำศพเมรุนกสักกะไดลิงค์เผาที่ทุ่งศรีเมือง แล้วเก็บอัฐิบรรจุธาตุไว้ทาง
ทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมือง คือบริเวณที่เป็นธนาคารออมสินสาขาอุบลฯ
ทุกวันนี้ ต่อมาภายหลังสร้างเรือนจำขึ้นในบริเวณนั้นจึงนำอัฐิไปไว้วัดหลวง
และยังอยู่จนถึงปัจจุบัน