f แชร์

นายกฯ ย้ำ กัมพูชาต้องหยุดยิง ถอนกำลัง และเก็บกู้ทุ่นระเบิดอย่างจริงจัง

เมื่อเวลา 22.05 น. วันที่ 12 ธ.ค. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังหารือทางโทรศัพท์กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา การพูดคุยเริ่มตั้งแต่เวลา 21.26 น. ใช้เวลาประมาณ 20 นาที โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยและสหรัฐฯ รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมสนทนาด้วย บรรยากาศเป็นไปด้วยดี

สรุปประเด็นถ้อยแถลงนายกรัฐมนตรี (12 ธ.ค. 2568) หลังหารือโทรศัพท์กับประธานาธิบดีสหรัฐฯ 

1) ภาพรวมการหารือ
 • นายกรัฐมนตรีหารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยมี รมว.ต่างประเทศของทั้งสองฝ่ายเข้าร่วม และฝ่ายไทยมี รมว.พาณิชย์ร่วมรับฟังด้วย
 • บรรยากาศการพูดคุยเป็นไปด้วยดี สหรัฐฯ แสดงความห่วงใยสถานการณ์ และต้องการให้ทุกฝ่ายกลับสู่กรอบ “ปฏิญญาร่วมที่มาเลเซีย” 

 2) จุดยืนของไทยต่อ “ปฏิญญาร่วม” และเหตุจำเป็นในการตอบโต้
 • ไทยยืนยันว่า “ปฏิบัติตามเงื่อนไขปฏิญญาร่วมมาโดยตลอด” และ “ไม่เคยฝ่าฝืนข้อตกลง”
 • ชี้ว่า “กัมพูชาเป็นฝ่ายละเมิด” โดยแยกน้ำหนักการละเมิดเป็น 2 แบบ
 • หากเป็นความล่าช้า/ไม่ก่อความสูญเสีย แก้ได้ด้วยการเจรจาและให้ปฏิบัติตาม
 • หากการละเมิดนำไปสู่การสูญเสียชีวิต อวัยวะ หรือทรัพย์สิน ไทยจำเป็นต้องตอบโต้เพื่อปกป้อง อธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน ทรัพย์สินของรัฐ และชีวิตประชาชน

3) เป้าหมายการสื่อสารต่อประชาคมโลก
 • นายกรัฐมนตรีเน้นต้องอธิบายจุดยืนให้ชัดเจน เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดว่าไทยเป็นฝ่ายรุกราน (ย้ำว่า “ไม่เป็นความจริง”)
 • การตอบโต้ต้องทำให้ฝ่ายตรงข้ามตระหนักว่า “ไม่สามารถกระทำต่อไทยโดยปราศจากผลตามมา”
 • ประเทศที่ไม่ใช่คู่กรณีไม่ควรฟังฝ่ายเดียว ต้องรับฟัง “ฝ่ายไทยซึ่งเป็นผู้ถูกกระทำ” ด้วย

4) การเมืองภายใน/การเลือกตั้ง
 • ย้ำว่า “การเลือกตั้งเป็นคนละเรื่อง” กับอธิปไตยและการป้องกันประเทศ และไม่กระทบต่อการดำเนินการด้านความมั่นคงของไทย

5) ช่องทางประสานงานไทย–สหรัฐฯ
 • สหรัฐฯ ระบุว่าเข้าใจสถานการณ์ และหากมีเหตุลักษณะนี้อีก ไทยสามารถให้ รมว.ต่างประเทศติดต่อกับ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ได้โดยตรงตลอดเวลา
 • นายกรัฐมนตรีชี้ว่าไทยบริหารจัดการได้ดี และมีการหารือหลายระดับต่อเนื่องอยู่แล้ว

6) ประเด็น “หยุดยิง” และเงื่อนไขที่ไทยเสนอ
 • สหรัฐฯ ประสงค์ให้มีการหยุดยิง
 • ไทยชี้ว่า ควรให้กัมพูชา “ประกาศให้ชัดเจนต่อประชาคมโลก” เรื่อง
 1) หยุดยิง
 2) ถอนกำลัง
 3) เก็บกู้ทุ่นระเบิดอย่างจริงจัง
 • ไทยยืนยัน “ไม่ได้เรียกร้องผลประโยชน์ใดจากกัมพูชา”
 • ไทยยกกรณีการเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามปฏิญญาร่วม: พบ “ทุ่นระเบิดจำนวนมาก” และกัมพูชาไม่ยินยอมให้ไทยเข้าไปดำเนินการ ทั้งที่มี คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) เป็นสักขีพยาน และวัตถุระเบิดที่เก็บกู้ได้ถูกยืนยันว่า “เพิ่งวางใหม่” สะท้อนการละเมิดข้อตกลง
 • นายกฯ ระบุถ้อยคำว่า “แม้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ของเขา” ก่อนที่ รมว.ต่างประเทศ (ท่านสีหศักดิ์) แทรกย้ำว่าเป็น “พื้นที่ที่กัมพูชาอ้างว่าเป็นของตน” เพื่อคงจุดยืนทางกฎหมายเรื่องพื้นที่พิพาท
 • ย้ำหลักมนุษยธรรม: การเก็บกู้ทุ่นระเบิดเป็น “ภารกิจด้านมนุษยธรรม” ที่ทั้งสองฝ่ายมีพันธกรณีร่วมกัน แม้ในพื้นที่พิพาท 

 7) แยกบทบาท “ยุทธการ” ออกจาก “นโยบาย”
 • รายละเอียดเชิงยุทธการ (ยึดพื้นที่/เป้าหมายทางทหาร) เป็นเรื่องฝ่ายปฏิบัติการและกองทัพ นายกฯ ไม่แทรกแซง
 • การแถลงข้อมูลเป็นหน้าที่ของทุกเหล่าทัพเพื่อให้ประชาชนรับทราบ
 • ฝ่ายการเมือง (นายกฯ/รมว.กต./รมว.พณ.) ทำหน้าที่กำหนดนโยบายคลี่คลายสถานการณ์ ยึดผลประโยชน์ชาติ ไม่มีใครต้องการสงคราม แต่ไทยไม่อาจยอมให้อธิปไตยถูกละเมิดโดยอ้างการเมืองภายใน

8) เศรษฐกิจ: ประเด็นภาษีสหรัฐฯ
 • มีการหารือเรื่องภาษี สหรัฐฯ ระบุจะพิจารณาปรับลด และรับรองว่าไทยจะได้เงื่อนไขที่ “ดีกว่าประเทศอื่น”
 • ย้ำว่า “ไม่นำภาษีมาเป็นเครื่องมือกดดัน” หรือผูกโยงกับความขัดแย้งชายแดน
 • เมื่อถึงเวลาผู้แทนไทยเจรจา ประเด็นที่คุยไว้จะถูกหยิบยกขึ้นมา

9) จุดร่วมที่สหรัฐฯ และมาเลเซียต้องการ
 • มองว่าเป็นเรื่องระหว่างสองประเทศ แต่สิ่งที่สหรัฐฯ/มาเลเซียต้องการคือ “ไม่ให้เกิดการสูญเสียชีวิต” ซึ่งไทยมีจุดยืนเดียวกัน

10) ความต่อเนื่องของรัฐบาลและความพร้อมด้านความมั่นคง
 • รัฐบาลยังปฏิบัติหน้าที่ต่อไปภายใต้สถานการณ์สู้รบ แม้เปิดเผยรายละเอียดล่วงหน้าไม่ได้
 • ยืนยันการกระทำเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศและหลักสากล ไทยไม่ละเมิดข้อตกลง และไม่รุกรานดินแดนเพื่อนบ้าน
 • วันเดียวกัน นายกฯ หารือผู้บัญชาการทุกเหล่าทัพ ทุกฝ่ายมั่นใจ ชัดเจนในบทบาท สนับสนุนกัน เป้าหมายเดียวคือปกป้องชาติและประชาชน Key Messages (สั้น กระชับ ใช้สื่อสารได้ทันที)
 1. ไทยยึดมั่นสันติภาพ แต่ต้องปกป้องอธิปไตยและชีวิตประชาชนตามหลักสากล
 2. ไทยปฏิบัติตามปฏิญญาร่วมมาโดยตลอด—ผู้ละเมิดข้อตกลงไม่ใช่ฝ่ายไทย
 3. การตอบโต้ของไทยอยู่บนหลัก “จำเป็น–ได้สัดส่วน” เพื่อยุติการคุกคาม ไม่ใช่รุกราน
 4. การหยุดยิงต้องมาพร้อมความจริงใจ: หยุดยิง–ถอนกำลัง–เก็บกู้ทุ่นระเบิดอย่างเป็นรูปธรรม
 5. ประชาคมโลกควรรับฟังข้อมูล “ทั้งสองฝ่าย” โดยเฉพาะฝ่ายที่ถูกกระทำ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด
 6. แยกการเมืองภายในออกจากอธิปไตย—ความมั่นคงของชาติเดินหน้าตามหน้าที่
 7. ไทยพร้อมทำงานกับหุ้นส่วนและอาเซียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อหยุดความสูญเสียและคืนสู่ความสงบ

Sticky