วันที่ 3 มีนาคม 2569 เป็นวันที่ใกล้ที่สุดที่เราจะได้ชม "จันทรุปราคาเต็มดวง" ที่ดวงจันทร์จะปรากฏเป็นสีแดงอิฐให้เราเห็นทั้งดวง หากพลาดชมในครั้งนี้ไป ต้องรออีกเกือบ 2 ปี โดยจะเกิดขึ้นอีกครั้งในคืนข้ามปีวันที่ 31 ธันวาคม 2571 ถึงวันที่ 1 มกราคม 2572
.
จันทรุปราคาเต็มดวง คืนวันมาฆบูชา
3 มีนาคม 2569
ปรากฏการณ์จะเกิดในช่วงเวลา 15:44 – 21:23 น. (ตามเวลาประเทศไทย ณ กรุงเทพมหานคร) ในประเทศไทยเริ่มสังเกตได้ด้วยตาเปล่าตั้งแต่ดวงจันทร์โผล่พ้นขอบฟ้า เวลาประมาณ 18:23 น. เป็นต้นไป ดวงจันทร์เต็มดวงจะปรากฏเป็นสีแดงอิฐ จนถึงเวลาประมาณ 19:02 น. รวมเวลานาน 39 นาที หลังจากนั้นก็ยังติดตามชมได้จนสิ้นสุดปรากฏการณ์
.
ปรากฏการณ์ “จันทรุปราคา” เป็นปรากฏการณ์ที่ดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์โคจรมาอยู่ในแนวระนาบเดียวกัน โดยมีโลกอยู่ตรงกลางระหว่างดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์ เกิดขึ้นเฉพาะในวันดวงจันทร์เต็มดวง หรือช่วงข้างขึ้น 14 - 15 ค่ำ ขณะที่ดวงจันทร์โคจรผ่านเข้าไปในเงามืดของโลกที่ทอดไปในอวกาศ คนบนโลกจะมองเห็นดวงจันทร์เว้าแหว่งไปเรื่อย ๆ จนดวงจันทร์เข้าไปอยู่ในเงามืดทั้งดวง และเริ่มมองเห็นดวงจันทร์เว้าแหว่งอีกครั้งหนึ่ง เมื่อดวงจันทร์เคลื่อนที่ออกจากเงามืดของโลก คนไทยสมัยโบราณเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “ราหูอมจันทร์”
.
แม้ดวงจันทร์จะโคจรรอบโลกทุกเดือน แต่จันทรุปราคาไม่ได้เกิดขึ้นทุกครั้งในวันที่มีดวงจันทร์เต็มดวง เนื่องจากระนาบวงโคจรของดวงจันทร์เอียงทำมุมประมาณ 5 องศากับระนาบวงโคจรของโลก ส่งผลให้ดวงจันทร์ไม่ได้โคจรผ่านเข้าไปอยู่ในเงาของโลกทุก ๆ เดือน แต่จะเปลี่ยนไปในตำแหน่งที่ “สูงกว่า” หรือ “ต่ำกว่า” เงาของโลก
โดยเฉลี่ยแล้ว จันทรุปราคาจะเกิดขึ้นอย่างน้อยปีละประมาณ 2 ครั้ง อย่างไรก็ตาม การมองเห็นขึ้นอยู่กับตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของแต่ละพื้นที่ ซึ่งสามารถคำนวณวัน เวลา และบริเวณที่สังเกตได้ล่วงหน้าอย่างแม่นยำ
ข้อมูลจาก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ