f แชร์

Whoscall บุกอุบลฯ สกัดภัยมิจฉาชีพ ให้พี่น้องอีสาน ฮู้ก่อนรับ

วันที่ 24 เมษายน 2569 - Gogolook (โกโกลุก) ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Whoscall และผู้นำด้านเทคโนโลยี เพื่อความ เชื่อมั่น (TrustTech) โดย เจฟฟ์ กัว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง และ แมนวู จู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกโกลุก ประเทศไทย เดินหน้ายกระดับความปลอดภัย ทางดิจิทัล สู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างเต็มรูปแบบเพื่อร่วมแก้ไขวิกฤตความเชื่อมั่น เปิดตัว แคมเปญ “Whoscall: ไม่ต้องเดา... รู้ทันที” เพื่อสร้างเกราะป้องกันภัยไซเบอร์ และลดช่องว่าง ทางเทคโนโลยีให้พี่น้องชาวอีสานมั่นใจได้ในทุกการรับสาย สกัดภัยมิจฉาชีพหลอกลวงคนไทยจากรายงานประจำปี Whoscall 2568 ถึง 173 ล้านครั้ง มากสุดในเอเชีย 

วิกฤตมิจฉาชีพไทย: สถานการณ์ล่าสุดปี 2568
รายงานประจำปี 2568 ชี้ชัดว่าประเทศไทยตกเป็นเป้าหมายการหลอกลวงของมิจฉาชีพเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชีย แม้จะมีการบังคับใช้กฎหมายและความร่วมมือ ข้ามพรมแดน ที่เข้มข้นขึ้นในภูมิภาค สถิติเผยว่า มิจฉาชีพโทรเข้ามาหลอกลวงคนไทย 39 ล้านครั้ง และข้อความ SMS หลอกลวง สูงถึง 134 ล้านข้อความ โดยเดือนธันวาคมถือเป็นช่วงที่มีการ หลอกลวงมากที่สุด ข้อมูลพบว่า 27% ของสายโทรศัพท์ และ 52% ของ SMS มาจากหมายเลข โทรศัพท์ที่ระบุตัวตนไม่ได้ ทำให้ตัวเลขการหลอกลวงรวมพุ่งสูงถึง 173 ล้านครั้ง ในปี 2568 เพิ่มขึ้น 3.16% จากปีก่อนหน้า
.
มิจฉาชีพปรับตัวและยกระดับการหลอกลวงจากแฮกเกอร์ไร้ระบบสู่องค์กรมืออาชีพขนาดใหญ่
รายงานปี 2568 เผยว่า มิจฉาชีพยกระดับการทำงานจากกลุ่มแฮกเกอร์ไร้ระบบ สู่การทำงาน ที่เป็นมืออาชีพมีโครงสร้างธุรกิจองค์กรขนาดใหญ่ กำหนดเวลาเข้า-ออกงาน ออกกลยุทธ์หลอก ลวง และมีตารางการทำงานแบบมืออาชีพ พบปริมาณการหลอกลวงสูงสุดในวันพฤหัสบดีและ วันศุกร์ และลดลงอย่างเห็นได้ชัดในวันอาทิตย์ ปรับการทำงานให้สอดคล้องกับตารางการทำงาน ของเหยื่อ ทำงานอย่างเป็นระบบไม่ต่างจากองค์กรถูกกฎหมาย มีทั้งคู่มือสคริปต์การโทร ชั้นปฏิบัติ การโทร มีฝ่ายบุคคลสรรหาบุคลากร และมีเวลาทำการที่เป็นระบบ 
.
นอกจากนี้ ข้อมูลยังเผยให้เห็นการเปลี่ยนกลยุทธสู่ "การหลอกลวงง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน" โดยขบวนการเหล่านี้หันมาใช้การแอบอ้างตัวตนที่น่าเชื่อถือและความเสี่ยงต่ำ แทนที่การขู่เข็ญ ด้วยเดิมพันสูงแบบเดิม 

เปลี่ยนจาก "แค่โทรมาหลอก" เป็น "วางแผนเจาะระบบ"
รายงานยังระบุการเปลี่ยนแปลงกลยุทธทางเทคนิคที่น่าจับตา
 ● ลิงก์อันตรายหวังดูดเงิน: 37% เป็นเว็บปลอม โดยการสร้างเว็บไซต์เลียนแบบธนาคาร หรือร้านค้าเพื่อหลอกให้เรากรอกรหัสผ่าน หรือข้อมูลส่วนตัว ในขณะที่ 32% เป็นแอป ดูดเงินแฝงไวรัส ที่ถ้าเรากดเข้าไป โปรแกรมจะฝังในมือถือเพื่อแอบดูรหัส OTP หรือดึง เงินในบัญชี
 ● การหลบเลี่ยงระบบกรอง SMS: เพื่อหลบหลีกระบบกรองของผู้ให้บริการโทรคมนาคม SMS มิจฉาชีพถึง 85% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเว็บการพนัน ใช้อีโมจิ อักขระพิเศษหลากภาษา และการบดบังข้อความเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับจากระบบอัตโนมัติ
 ● การแอบอ้างสถาบัน: สถาบันการเงินและแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแต่ละประเภทมีสัดส่วน 4% ของการแอบอ้าง
.
กว่า 69% ของลิงก์อันตรายคือ ฟิชชิง (ลิงก์หลอกเอาข้อมูล) และมัลแวร์ (โปรแกรม/แอปดูดเงิน) ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามิจฉาชีพยุคนี้เปลี่ยนจากการใช้คำพูดหลอกลวงมาเป็นการเจาะระบบเพื่อ ดูดข้อมูลจากมือถือเราโดยตรง

แม้ Whoscall จะมีฐานผู้ใช้งานจำนวนมากในกรุงเทพฯ แต่ในพื้นที่ต่างจังหวัด โดยเฉพาะภาค อีสาน ยังเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่อาจเข้าถึงเทคโนโลยีได้ไม่เท่าเทียม ทำให้มีความเสี่ยงที่จะตก เป็นเหยื่อมิจฉาชีพได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่อาจรอสายจากลูกหลานที่ไปทำงาน ไกลบ้าน สายจาก โรงพยาบาลหรือหน่วยงานรัฐ หรือสายจากไปรษณีย์ Whoscall จึงเข้ามาช่วย ให้พี่น้องอีสาน “ฮู้ก่อนรับ” รู้ทุกสายโทรเข้า ไร้กังวล มั่นใจก่อนกดรับ ไม่ว่าจะเป็นสายจาก หน่วยงานรัฐ โรงพยาบาล (ติ๊กเขียว), เบอร์ขนส่ง หรือไปรษณีย์, สายกวนใจ (ทวงหนี้) และแจ้ง เตือนเบอร์อันตรายสีแดง (มิจฉาชีพ) ให้รู้ทัน ก่อนกดรับ โดยทีมงานได้กระจายกำลังลงพื้นที่ แลนด์มาร์คสำคัญ เพื่อสอนใช้งานแบบง่ายๆ ให้ทุกคนใช้เป็นทันที เช่น บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ อุบลราชธานี (ธรรมวิถี 4), โลตัส อุบลราชธานี, ตลาดสุนีย์ เฟลียร์ มาร์เก็ต, ถนนคนเดินริมน้ำมูล (สวนทุ่งศรีเมือง) และ อุบลสแควร์ ให้คนในพื้นที่ได้ลองใช้จริง เห็นผลจริงว่าชีวิตจะง่ายขึ้น แค่ไหนเมื่อ “ไม่ต้องเดา”
.
สำหรับผู้ที่ร่วมกิจกรรมหน้าบูธและติดตั้งแอปพลิเคชัน จะได้รับของที่ระลึก Whoscall Limited Edition รวมถึงสิทธิพิเศษจากพาร์ทเนอร์ อาทิ
 ● ประกันอุบัติเหตุคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาทจาก TQM ครอบคลุมการเสียชีวิต ทุพพลภาพ และค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุนาน 30 วัน
 ● e-voucher Bar-B-Q Plaza มูลค่า 100 บาท
 ● โค้ดดูหนังฟรีจาก VIU VIP นาน 30 วัน
 ● iQIYI VIP มาตรฐาน 7 วัน

"เป้าหมายของเราคือการสร้าง 'ภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์' ให้กับคนไทยทุกคน เราอยากให้ทุกคนโดย เฉพาะพี่น้องในต่างจังหวัดมั่นใจในทุกการรับสาย ไม่พลาดสายคำคัญในชีวิต Whoscall จึงเข้ามา เป็นเหมือนตัวช่วยคัดกรองสายก่อกวนหรือสายอันตราย รู้ทันทุกสายก่อนตัดสินใจกดรับ การลง พื้นที่ภาคอีสาน ในครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยลดช่องว่างทางเทคโนโลยี และเปลี่ยนความกลัว เป็นความมั่นใจในการสื่อสาร เพราะเราเชื่อว่าเมื่อทุกคนมีความรู้และเครื่องมือที่ถูกต้อง พื้นฐาน ความเชื่อมั่นในสังคมดิจิทัล ของไทยจะกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง" — นายแมนวู จู ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร Whoscall กล่าว
.
รู้เท่าทันกลโกงมิจฉาชีพที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง การป้องกันด่านแรกจึงเป็นสิ่งที่เรามุ่งพัฒนา ตลอดมา ด้วยเทคโนโลยีระบุตัวตนหมายเลขที่ไม่รู้จักแบบเรียลไทม์ พร้อมแจ้งเตือนสายหลอกลวง และสายสแปม ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย AI อันทรงพลัง สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Whoscall ฟรีที่ App Store และ Google Play Store https://app.adjust.com/1f16qjtc

Sticky