วันที่ 5 มิถุนายน 2569 นางสาววิจิตรา สุขส่ง หัวหน้าศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าอุบลราชธานี ร่วมกับนางวาสนา ไหมพรหม หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ายอดโดม นายฤทธิไกร สายคำมูล ผู้ช่วยหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ายอดโดม พร้อมด้วย นายจิณณะ สามศรี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย นางสาววิจิตรา สุขส่ง หัวหน้าศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าอุบลราชธานี และนางสาวพัชรี พูลเพิ่ม ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ให้การต้อนรับและนำคณะสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) หน่วยงานเครือข่ายด้านวัฒนธรรมและโบราณคดี เดินหน้ายกระดับการอนุรักษ์มรดกทางประวัติศาสตร์กลางผืนป่าเทือกเขาพนมดงรัก เตรียมผลักดันผืนป่าต้นน้ำลำโดมใหญ่สู่แหล่งเรียนรู้ทางอารยธรรมโบราณควบคู่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน เดินทางผ่านเส้นทางธรรมชาติเข้าสู่จุดที่ตั้งโบราณสถาน
.
โดยภาพสลักพระนารายณ์บรรทมสินธุ์แห่งลำโดมใหญ่ ถือเป็นงานประติมากรรมหินสลักที่มีความสลักสำคัญและมีความพิเศษทางโบราณคดีที่หาได้ยากยิ่งในประเทศไทย แตกต่างจากภาพสลักทั่วไป เนื่องจากถูกสร้างสรรค์ขึ้นบนโขดหินธรรมชาติริมผืนน้ำฝั่งทิศตะวันตก ณ "วังมน" เวิ้งน้ำขนาดใหญ่อันเป็นจุดบรรจบกันของลำห้วยสายเล็ก ๆ ก่อนไหลรวมกันเป็น "ลำโดมใหญ่" สายน้ำแห่งชีวิตของชาวอุบลราชธานี
.
จากหลักฐานทางโบราณคดี สันนิษฐานว่าภาพสลักดังกล่าวเกิดขึ้นตามคติความเชื่อในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ราวพุทธศตวรรษที่ 15-16 แสดงถึงองค์พระนารายณ์ผู้สร้างโลกตามคัมภีร์วิษณุปุราณะ การเลือกสลักภาพไว้ริมลำน้ำธรรมชาติสะท้อนถึงภูมิปัญญาขั้นสูงและความเชื่อของคนโบราณที่มองว่า พื้นที่แห่งนี้คือ "ต้นกำเนิดแห่งสายน้ำและการสร้างโลกอันบริสุทธิ์" ทั้งยังคาดว่าอดีตเคยถูกใช้เป็นศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์หรือสถานที่ประกอบพิธีกรรมที่สำคัญทางศาสนา
ดังนั้น การเดินทางสำรวจครั้งนี้ เพื่อเป็นการวางแผนร่วมกันพัฒนาให้องค์นายณ์บรรทมสินธุ์เป็นเเหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่าและงดงามคู่ลำโดมใหญ่ตลอดไป