วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เวลา 15.30 น. ณ ห้องประชุมปทุมวรราช ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี นายณรงค์ เทพเสนา ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานการประชุมคณะทำงานบริหารจัดการน้ำเขื่อนปากมูล จังหวัดอุบลราชธานี ครั้งที่ 3/2569 โดยมีคณะทำงาน ผู้ทรงคุณวุฒิ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้แทนภาคประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมประชุม เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและร่วมพิจารณาแนวทางการบริหารจัดการน้ำเขื่อนปากมูลให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทุกภาคส่วน บนพื้นฐานของข้อมูลทางวิชาการและหลักเหตุผล
.
ที่ประชุมได้รับทราบรายงานสถานการณ์น้ำจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กองโรงไฟฟ้าเขื่อนสิรินธร ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และสำนักงานชลประทานที่ 7 จังหวัดอุบลราชธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณาแนวทางการบริหารจัดการน้ำ
.
ทั้งนี้ หลักเกณฑ์การเปิดบานประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูล ตามมติคณะกรรมการอำนวยการเพื่อแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล ปี 2558 ให้ยึดเกณฑ์การเปิดบานประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูล ประกอบด้วย 1) อัตราการไหลของน้ำที่สถานีวัดน้ำสะพานเสรีประชาธิปไตย M7 มีอัตราการไหลมากกว่า 500 ลบ.ม./วินาที หรือ 2) ระดับน้ำที่ห้วยสะคาม อ.โขงเจียม อยู่ที่ 95.00 ม.รทก.อย่างใดอย่างหนึ่ง ติดต่อกัน 3 วัน ให้มีการจัดประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำเขื่อนปากมูล และขอรับรองมติ ให้เปิดประตูเขื่อนปากมูล ทั้ง 8 บาน
.
โดยที่ประชุม มีมติให้เปิดบานประตูเขื่อนปากมูล ทั้ง 8 บาน และให้แจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า 3 วัน เนื่องจากปัจจุบันระดับน้ำโขงอยู่ที่ 97.52 ม.รทก. ซึ่งเกินระดับเกณฑ์ 95.00 ม.รทก. โดยจะเริ่มเปิดบานประตูระบายน้ำในวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป โดย 10 วันแรกหลังจากเปิดบานประตูจะค่อยๆลดระดับน้ำ และหลังจากนั้นจะปล่อยน้ำเต็มรูปแบบ ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามมติคณะกรรมการอำนวยการเพื่อแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล ปี 2558 ซึ่งกำหนดว่ากรณีหากระดับน้ำโขง อยู่ที่ระดับ 95.00 ม.รทก. ติดต่อกัน 3 วัน ให้มีการจัดประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำเขื่อนปากมูล และขอรับรองมติให้เปิดประตูเขื่อนปากมูล ทั้ง 8 บาน ทั้งนี้ เมื่อระดับต่ำกว่า 95.00 ม.รทก. จะดำเนินการปิดประตูเขื่อนโดยทันที
.
ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานติดตามและประเมินสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการข้อมูลจากทุกภาคส่วน เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจบริหารจัดการน้ำเขื่อนปากมูลอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนในทุกมิติ ทั้งด้านการอุปโภคบริโภค การเกษตร การประมง ระบบนิเวศ และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของจังหวัด เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างสมดุล โปร่งใส และสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มในระยะต่อไป