f แชร์

ม.อุบลฯ พัฒนาโปรแกรมบัญชีสำหรับสถาบันการเงินชุมชน

“โปรแกรมบัญชีสำหรับสถาบันการเงินชุมชน” เป็นผลงานวิจัยจากโครงการวิจัย การพัฒนาโปรแกรมบัญชีสำหรับสถาบันการเงินชุมชน กรณีศึกษา กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านโนนเค็ง ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากเงินรายได้คณะบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี 

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อพัฒนาโปรแกรมบัญชีสำหรับสถาบันการเงินชุมชนที่มีประสิทธิภาพ โดยเลือกกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านโนนเค็ง จากการนำ “โปรแกรมบัญชีสำหรับสถาบันการเงินชุมชน” ให้กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านโนนเค็งใช้งาน พบว่า คณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านโนนเค็ง และสมาชิกมีความพึงพอใจต่อโปรแกรมอยู่ในระดับมากที่สุดในทุก ๆ ด้าน ได้แก่ ด้านการประมวลผลของระบบ ด้านการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ด้านความสามารถในการจัดทำรายงาน ด้านความง่ายและความสะดวกในการใช้งาน และด้านความคุ้มค่า สำหรับความพึงพอใจของสมาชิกภายหลังการใช้โปรแกรมบัญชี 

คณะผู้วิจัยคณะบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ดำเนินการวิจัยและการพัฒนาโปรแกรมบัญชีสำหรับสถาบันการเงินชุมชน กรณีศึกษา กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านโนนเค็ง การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโปรแกรมบัญชีสำหรับสถาบันการเงินชุมชนที่มีประสิทธิภาพ และศึกษาความพึงพอใจของคณะกรรมการต่อประสิทธิภาพของโปรแกรมบัญชีสำหรับสถาบันการเงินชุมชน รวมทั้งศึกษาความพึ่งพอใจของสมาชิกต่อการใช้บริการของกลุ่มออมทรัพย์จากการใช้โปรแกรมบัญชีสำหรับสถาบันการเงินชุมชน 

โดยการวิจัยเชิงนวัตกรรมเพื่อตอบความสนองความต้องการของชุมชน ซึ่งใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสานระหว่างการวิจัยเชิงคุณภาพ และวิจัยเชิงปริมาณ ด้วยกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม และการสนทนากลุ่มร่วมด้วย ประชากร คือ คณะกรรมการและสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านโนนเค็ง จำนวน 482 คน ซึ่งมีกลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่ม ได้แก่ คณะกรรมการ 15 คน สมาชิก 219 คน โดยใช้สูตร Taro Yamane ที่ระดับความคลาดเคลื่อน 5% 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รินทร์ลภัส ชัยหิรัญกิตติ์ คณะบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พร้อมคณะ กล่าวว่า การวิจัยโปรแกรมบัญชีสำหรับสถาบันการเงินชุมชนครั้งนี้ เป็นการใช้เครื่องมือวิจัย ประกอบด้วย แบบสัมภาษณ์เชิงลึกที่มีโครงสร้างสำหรับผู้นำและคณะกรรมการ การประชุมกลุ่มย่อยและการสนทนาร่วมกันสำหรับการวิเคราะห์ กลุ่ม แบบสอบถามสมาชิกต่อความพึงพอใจก่อนและหลังจากนำโปรแกรมบัญชีสำหรับสถาบันการเงินชุมชนมาใช้ แบบสอบถามคณะกรรมการถึงประสิทธิภาพการทำงานของโปรแกรมบัญชีสำหรับสถาบันการเงินชุมชุมชน และเครื่องมือสำหรับพัฒนาโปรแกรมรมระบบและฐานข้อมูลที่นำมาใช้ในการจัดการข้อมูลสารสนเทศ ได้แก่ ภาษา PHP5 เป็นภาษา (ScriptLanguage)/ ภาษา Java Script และ CSS (Cascading Style Sheets) / Apache Web Server Version 13.31/ระบบบริหารจัดการฐานข้อมูล MySQL 4.0.20 / Atom IO Editor 

พบว่าโปรแกรมบัญชีสำหรับสถาบันการเงินชุมชนที่มีประสิทธิภาพ แบ่งเป็น 2 ระบบใหญ่ คือ ระบบสำหรับผู้บริหารกลุ่มสถาบันการเงิน และระบบสำหรับสมาชิกกลุ่ม โดยในแต่ละระบบมีการแยกหมวดหมู่เพื่อรองรับการใช้งาน ได้แก่ ระบบสำหรับผู้บริหารกลุ่มสถาบันการเงิน ประกอบด้วย 8 ระบบย่อย ระบบสำหรับการเข้าสู่ระบบและตั้งค่าระบบ ระบบสร้างข้อมูลสมาชิก ระบบฝากเงิน ระบบถอนเงิน ระบบเงินกู้ ระบบรับชำระเงินกู้และดอกเบี้ย ระบบเงินปันผล และระบบการจัดทำบัญชีและงบการเงิน สำหรับระบบในฝ่ายของสมาชิก เพื่อให้สมาชิกสามารถตรวจสอบรายการได้เองผ่านระบบสมาร์ทโฟน ซึ่งประกอบด้วย 4 ระบบย่อย ได้แก่ ระบบตรวจสอบสิทธิ์การใช้งานสำหรับสมาชิก ระบบตรวจสอบยอดเงินฝากสำหรับสมาชิก ระบบตรวจสอบยอดชำระเงินกู้และยอดชำระดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับสมาชิก และระบบแก้ไขข้อมูลสมาชิก 

สำหรับความพึงพอใจของคณะกรรมการที่มีต่อโปรแกรมอยู่ในระดับมากที่สุดในทุก ๆ ด้าน ได้แก่ ด้านการประมวลผลของระบบ ด้านการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ด้านความสามารถในการจัดทำรายงาน ด้านความง่ายและความสะดวกในการใช้งาน และด้านความคุ้มค่า 

สำหรับความพึ่งพอใจของสมาชิกภายหลังการใช้โปรแกรมบัญชี พบว่ามีความพึงพอใจเฉลี่ยมากกว่าก่อนการใช้โปรแกรมบัญชีแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ ความพึ่งพอใจเฉลี่ยในภาพรวมของสมาชิกจำแนกตามเพศ ช่วงอายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ต่อคุณภาพบริการของกลุ่มออมทรัพย์ พบว่า เพศ ช่วงอายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ที่แตกต่างกัน ความพึงพอใจเฉลี่ยไม่มีความแตกต่างกัน 

โครงการวิจัยเรื่อง "การพัฒนาโปรแกรมบัญชีสำหรับสถาบันการเงินชุมชน กรณีศึกษา กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านโนนเค็ง" เป็นความร่วมมือของคณะผู้วิจัยนำทีมโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์รินทร์ลภัส ชัยหิรัญกิตติ์ นายดุสิต ศรีสร้อย และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปวีณา คำพุกกะ คณะบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ทั้งนี้ คณะผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะจากการวิจัย โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาโปรแกรมบัญชีสำหรับสถาบันการเงินชุมชนที่มีประสิทธิภาพ โดยเลือกกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านโนนเค็ง ซึ่งกลุ่มมีการบริหารจัดการที่มีการพัฒนาจากเดิมที่ยังไม่มีระบบการบริหารจัดการทางบัญชี ทั้งการฝากถอน กู้ยืม ที่เป็นระบบไม่มีเอกสารที่สามารถให้การทำงานสะดวก แต่กลุ่มได้ทำการพัฒนามาเป็นลำดับ เริ่มจากการวางระบบบัญชี ขั้นตอนการฝาก ถอน กู้ยืม รับสมัครสมาชิก การออกงบการเงิน มีการนำเอกสารฝาก ถอน กู้ยืม ที่เหมือนระบบธนาคารมาใช้ แต่ยังคงใช้การจดบันทึกบนกระดาษ (MANUAL) เมื่อกรรมการและสมาชิกมีความคุ้นชินจึงได้ทำการพัฒนาต่อยอดพัฒนาระบบโปรแกรมบัญชีขึ้นมาใช้ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยีสารสนเทศ ที่เป็นระบบโปรแกรมบัญชีสำหรับสถาบันการเงินชุมชน และการใช้งานของสมาชิกผ่านระบบออนไลน์ จนสามารถประสบความสำเร็จได้

จะเห็นได้ว่ากลุ่มออมทรัพย์ต่าง ๆ ในประเทศไทยจะมีลักษณะของธุรกรรมทางการเงินที่คล้ายคลึงกันแต่ก็ยังมีอีกหลายกลุ่มที่มีขนาดใหญ่มีเงินทุนมากขึ้นและมีการขยายการทำธุรกรรม เช่น การให้สมาชิกกู้ยืมในรูปแบบซื้อสินค้า ผลิตภัณฑ์การเกษตร ปุ๋ย เครื่องมือการเกษตร จึงทำให้การออกแบบของโปรแกรมมีความซ้ำซ้อนมายิ่งขึ้น นอกจากนี้ปัญหาสำคัญของการใช้โปรแกรม คือบุคลากรที่ต้องเรียนรู้ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาระบบที่ง่ายต่อการใช้งาน ในการเลือกพื้นที่ที่จะศึกษาควรเลือกกลุ่มที่มีความพร้อมและเต็มใจที่จะพัฒนาก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลง และมีระบบการบริหารจัดการที่ดีในระดับหนึ่ง

ทิพย์วรรณ เวฬุวนาธร นักประชาสัมพันธ์ ชำนาญการ ม.อุบลฯ

Sticky