เทศบาลตำบลเทพวงศา เตรียมยกฐานะเป็น เทศบาลเมืองเทพวงศา

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 กระทรวงมหาดไทย ประกาศเปลี่ยนแปลงฐานะเทศบาลตำบลเทพวงศา อำเภอเชมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นเทศบาลเมืองเทพวงศา

โดยที่เทศบาลตำบลเทพวงศา อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี เห็นว่ามีราษฎรตั้งตั้งแต่หนึ่งหมื่นคนขึ้นไป ทั้งมีรายได้พอควรแก่การที่จะปฏิบัติหน้าที่อันต้องทำตามที่กำหนดไว้ในพระระราชบัญญัติ เทศบาล พ.ศ.2496 และได้สำรวจเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่นแล้ว มีความประสงค์จะเปลี่ยนแปลงฐานะ เป็นเทศบาลเมือง เพื่อประโยชน์ในการจัดทำบริการสาธารณะให้แก่ประชาชน 

กระทรวงมหาดไทยพิจารณาข้อมูลดังกล่าวแล้ว เห็นว่า เทศบาลตำบลเทพวงศา เข้าเงื่อนไขหลักเกณฑ์ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติ เทศบาล พ.ศ.2496 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2546 ตามที่กฎหมาย กำหนดแล้ว สมควรให้เปลี่ยนแปลงฐานะเป็นเทศบาลเมือง จึงประกาศเปลี่ยนแปลงฐานะเทศบาลตำบลเทพวงศา เป็นเทศบาลเมืองเทพวงศา ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ.2568 เป็นต้นไป

สำหรับเทศบาลตำบลเทพวงศา เดิมคือ องค์การบริหารส่วนตำบลเขมราฐ ซึ่งยกฐานะจากสภาตำบลเขมราฐเป็น องค์การบริหารส่วนตำบลเขมราฐ เมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ.2539 และต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2551 องค์การบริหารส่วนตำบลเขมราฐได้รับการ เปลี่ยนชื่อเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลเทพวงศา และได้รับการจัดตั้งเป็นเทศบาลตำบลเทพวงศา ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ลง วันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ.2551 ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ.2551 (ที่มาของชื่อเทศบาลเป็นชื่อ ตำแหน่งเจ้าเมืองเขมราษฎร์ธานี”พระเทพวงศา”) 

สำนักงานเทศบาลตำบลเทพวงศา ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 9 ตำบลเขมราฐ อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี อยู่ทางทิศตะวันตกของที่ว่าการอำเภอเขมราฐ และ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ห่างจากอำเภอเขมราฐประมาณ 6 กิโลเมตร ห่างจากจังหวัดอุบลราชธานี ประมาณ 106 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบลใกล้เคียง ดังนี้ 

- ทิศเหนือ ติดต่อกับแม่น้ำโขง 
- ทิศใต้ ติดต่อกับเทศบาลตำบลขามป้อม และองค์การบริหารส่วนตำบลหนองนกทาและ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองสิม อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี
- ทิศตะวันออก ติดต่อกับเทศบาลเขมราฐ องค์การบริหารส่วนตำบลนาแวง และองค์การบริหารส่วนตำบล กองโพนเขตพื้นที่กิ่งอำเภอนาตาล จังหวัดอุบลราชธานี
- ทิศตะวันตก ติดต่อกับ องค์การบริหารส่วนตำบลโคกโก่ง เขตพื้นที่ อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ 

เทศบาลตำบลเทพวงศา มีเนื้อที่ประมาณ 90.36 ตารางกิโลเมตร หรือ 56,475 ไร่ มีประชากร 12,410 คน ชาย 6,164คน หญิง 6,246คน (อ้างอิงจากข้อมูลเดือนธันวาคม 2567) มีหมู่บ้านตามพื้นที่การปกครองจำนวน 17 หมู่บ้าน ประชากรในตำบลเขมราฐ ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านการเกษตร เช่น ทำนา ทำสวน ค้าขาย ประมง และรับจ้าง ลักษณะภูมิประเทศ พื้นที่ทางกายภาพเป็นที่ราบสูง มีภูเขาเตี้ยๆ อยู่เป็นบางแห่ง มีลำห้วยหลากหลาย ลำห้วยเหล่านี้ในหน้าแล้งน้ำจะแห้งเป็นส่วนใหญ่ มีป่าไม้เบญจพรรณอยู่ทั่วไปลักษณะป่าโปร่ง แต่ละหมู่บ้านส่วนใหญ่มีพื้นที่ ติดแม่น้ำโขง เหมาะสำหรับการฟื้นฟูเป็นสถานที่พักผ่อนหรือแหล่งท่องเที่ยว มีลำห้วยไหลผ่านหลายสาย แต่ไม่เอื้ออำนวยในการเกษตรและเลี้ยงสัตว์ ดินส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนทรายและดินลูกรัง มีดินเหนียวตามลาดไหล่เขาเป็นบางแห่ง และมักพบหินกรวดบริเวณใกล้เรียบฝั่งแม่น้ำโขง ในระยะห่าง 1-2 กิโลเมตร จากลำน้ำโขง

แหล่งท่องเที่ยว

แก่งช้างหมอบ แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นแก่งน้ำสลับโขดหิน และต้นแซงซุม ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แก่งช้างหมอบ แห่งนี้ เป็นแก่งน้ำในลำน้ำโขงที่อยู่ห่างจาก อ.เขมราฐ ไม่ไกลนัก การเดินทางสะดวก เนื่องจากมีถนนลาดยางสะดวกสบาย... ซึ่งขณะนี้นักท่องเที่ยวเริ่มรู้จักแก่งช้างหมอบมากยิ่งขึ้น ซึ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ทุกปี นักท่องเที่ยวจะออกมาเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน จุดเด่นอีกอย่างของแก่งช้างหมอบ ยังคงความเป็นธรรมชาติที่มีความสวยงาม ยังไม่ถูกทำลายหรือเสื่อมโทรมเหมือนกับแหล่งท่องเที่ยวบางแห่ง ทั้งนี้เพื่อให้เม็ดเงินจากการท่องเที่ยวเกิดการสะพัดในท้องถิ่น และส่งเสริมให้ประชาชนมีรายได้ที่ดีจากการเข้ามาเยือนของนักท่องเที่ยว อันจะเป็นการพัฒนาท้องถิ่นให้เจริญต่อไป 

แซร์ลำห้วยซัน แซร์ลำห้วยซัน ตั้งอยู่ในเขต หมู่ที่ 15 บ้านโนนเตาถ่าน อำเภอเขมราฐ ตำบลเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้นมาได้อย่างลงตัว มีลักษณะคล้ายเป็นน้ำตกขนาดเล็ก ที่สายน้ำไหลผ่านโขดหินที่สลับซับซ้อนกันเป็นชั้นๆอย่างสวยงาม รอบๆของน้ำตก มีโขดหินขนาดเล็กและขนาดใหญ่รายรอบบริเวณ คงความเป็นธรรมชาติไว้ให้เราเข้าไปสัมผัสชื่นชม….. 

พระเจ้าใหญ่อูบมุง เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ สมัยโบราณ สร้างตั้งแต่สมัยใดไม่ปรากฏ หลักฐานที่แน่ชัด ค้นพบครั้งแรกเมื่อ ประมาณ 200 กว่าปีมาแล้ว ตั้งแต่สมัยดินแดนแห่งนี้ยังเป็นที่รกร้างว่างเปล่า ไม่มีผู้ใดเข้ามาอยู่อาศัย เมื่อประมาณ พ.ศ.2499 มีท้าวจันทร์ ศรีสุราช พร้อมครอบครัวได้อพยพมาตั้งหลักแหล่งทำมาหากินในบริเวณที่ตั้งบ้านอูบมุงในปัจจุบัน... และได้ค้นพบพระพุทธรูปโบราณโดยบังเอิญ เป็นพระพุทธรูปปางนาคปรกประดิษฐานอยู่ในสถูป โดยองค์พระมีจอมปลวกพอกขึ้นมาจนถึงพระอุระ (อก) จึงได้ทำการบูรณะและเรียกว่า พระอูบมุง ซึ่งสันนิษฐานว่าเรียกตามที่องค์พระประดิษฐานอยู่ในสถูป ซึ่งคำว่า “สถูป” ชาวบ้านเรียกว่า “อูบ” ตามตำนานที่เล่าขานสืบต่อกันมา เชื่อว่าพระเจ้าใหญ่อูบมุง สร้างขึ้นสมัยเดียวกันกับพระเจ้าใหญ่ปากแซง ( พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ) และพระเจ้าใหญ่วัดโพธิ์ (พระเจ้าใหญ่องค์แสน) ส่วนพระเจ้าใหญ่อูบมุง เป็นพระเจ้าใหญ่องค์หมื่น ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี จะมีกิจกรรมการสรงน้ำพระเจ้าใหญ่องค์หมื่น สรงน้ำพระสงฆ์ และสรงน้ำผู้เฒ่าผู้แก่เพื่อขอพร นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการประกวดนางสงกรานต์ ประกวดขบวนแห่ต่างๆ 

Sticky